Tuesday, August 23, 2016

9 วิธีไล่แมงมุมแบบธรรมชาติ จากกันเด็ดขาดอย่างปลอดภัย




วิธีไล่แมงมุมแบบธรรมชาติ ใครไม่ชอบให้แมงมุมอยู่ร่วมบ้านฟังทางนี้ เพราะเรามีวิธีไล่แมงมุมแบบไม่ใช้สารเคมีมาบอก

          ถึงแมงมุมจะไม่ใช่สัตว์มีพิษร้ายแรง แต่ก็คงไม่มีใครอยากให้แมงมุมสร้างรังลอยนวลอยู่ร่วมบ้านกับเราแน่ ๆ โดยเฉพาะกับคนที่เกลียดกลัวแมงมุมเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ก็คงต้องรีบสรรหาวิธีไล่แมงมุมออกจากบ้านอย่างเร่งด่วนถ้าบังเอิญพบใยแมงมุม หรือเห็นแวบ ๆ ว่าเจ้าแปดขากำลังวิ่งพล่านอยู่ในบ้าน แต่จะมีวิธีไล่ แมงมุมแบบไหนที่ไม่ต้องใช้สารเคมี ไม่ทำอันตรายกับทั้งคนในบ้าน และเจ้าแมงมุมด้วย เอ้า ! วิธีไล่แมงมุม ต่อไปนี้ล่ะจ้า ที่จะตอบโจทย์ความต้องการของคุณได้ครบทุกข้อเลย ว่าแล้วก็มาศึกษาวิธีไล่แมงมุมด้วยสูตรธรรมชาติกันเลย

1. ไล่แมงมุมด้วยสเปรย์เปปเปอร์มินต์

          ไม่ต้องไปหาซื้อน้ำยาป้องกันแมงมุงจากที่ไหนให้ยุ่งยาก เพราะเพียงแค่คุณผสมน้ำกับน้ำมันหอมระเหยกลิ่นเปปเปอร์มินต์หรือตะไคร้หอม ไว้ในกระบอกสเปรย์ แล้วจัดการฉีดพรมสเปรย์ที่ทำไว้ให้รอบบ้าน เน้นตรงจุดที่มักจะเจอแมงมุมไต่อยู่ด้วยก็ดี แค่นี้เจ้าแมงมุมก็จะไม่มากวนใจอีกต่อไป เพราะแมงมุมกับกลิ่นเปปเปอร์มินต์ฉุน ๆ ไม่ค่อยถูกกันสักเท่าไหร่

2. สเปรย์น้ำส้มสายชูป้องกันแมงมุม

          หากไม่อยากวุ่นวายหาซื้อน้ำมันหอมระเหยกลิ่นเปปเปอร์มินต์ คุณก็สามารถใช้น้ำส้มสายชูแทนเปปเปอร์มินต์ก็ได้ โดยผสมน้ำส้มสายชูกับน้ำสะอาดเข้าด้วยกัน เทใส่กระบอกสเปรย์ แล้วฉีดพรมให้ทั่วบ้านเพื่อป้องกันแมงมุมไม่ให้เข้ามาใกล้บ้าน แต่อาจจะต้องทนกลิ่นฉุนเปรี้ยว ๆ ของน้ำส้มสายชูสักหน่อยนะ

3. ทำความสะอาดบ้านให้หมดจด

          วิธีที่จะว่าง่ายก็ง่าย จะว่าลำบากก็ไม่เต็มปากนักอย่างการทำความสะอาดบ้าน ก็เป็นวิธีไล่แมงมุมอีกวิธีหนึ่งที่เห็นผลชัดเจนเหมือนกัน เพราะถ้าเราจัดการความรกในบ้านได้ทุกจุด เหล่าแมงมุมก็จะไม่มีที่ซ่องสุม และไม่มีโอกาสทำรังอยู่ ดังนั้นหากกลัวแมงมุมก็ต้องห้ามขี้เกียจทำงานบ้านเด็ดขาดเลยนะจ๊ะ

4. เลี้ยงน้องเหมียวเฝ้าบ้านจากแมงมุม

          สัตว์เลี้ยงขนนุ่มนิ่มอย่างน้องเหมียวก็มีส่วนช่วยป้องกันแมงมุมได้ด้วยนะคะ เพราะแมวมีสัญชาตญาณในการไล่ล่าพอสมควร ยิ่งได้เห็นสัตว์ที่ตัวเล็กกว่า น้องเหมียวก็จะให้ความสนใจ และไล่จับแมงมุมมาเล่นเพื่อความสนุกสนาน และความซุกซนของน้องเหมียวนี่ล่ะที่จะทำให้แมงมุมขยาด ไม่กล้าเข้าใกล้รัศมีแมวกันเลย

5. ปิดทางเข้าให้สนิท

          เมื่อไม่อยากให้แมงมุมเข้ามาป้วนเปี้ยนอยู่ในบ้าน ก็ต้องจัดการปิดทางเข้าทุกทางที่คิดว่าแมงมุมจะสามารถไต่เข้ามาได้ เริ่มตั้งแต่สำรวจหน้าต่างก่อนเป็นอันดับแรก ว่ามีกิ่งไม้ หรือวัสดุที่ยื่นมาชิดกับขอบประตู และหน้าต่างบ้านหรือเปล่า หากมีก็คงต้องจัดการตัดทิ้งซะ เพื่อปิดทางเชื่อมต่อ ไม่ให้แมงมุมไต่เข้ามาในบ้านได้ และก็ควรใช้สเปรย์ป้องกันแมงมุมจากสูตรที่บอกไว้ข้างต้นมาฉีดพรมป้องกันไว้ ด้วย

6. ละเลงกลิ่นส้มให้ฟุ้ง

          แมงมุมเป็นสัตว์ที่ไม่ชอบกลิ่นไซตรัสทุกชนิด หรือกลิ่นของผลไม้รสเปรี้ยวอย่างส้ม มะนาว เลมอน เกรปฟรุต ดังนั้นคุณจึงสามารถอาศัยความไม่ชอบของแมงมุมในข้อนี้ มาเป็นปราการป้องกันแมงมุมเข้าบ้านได้ ด้วยการใช้เปลือกส้ม หรือเปลือกมะนาว ละเลงตามขอบหน้าต่าง ขอบประตู มุมกำแพง ชั้นหนังสือ และจุดที่มักจะเจอแมงมุมบ่อย ๆ รวมทั้งตั้งน้ำหอมปรับอากาศกลิ่นส้มไว้ตามจุดต่าง ๆ ในบ้านด้วยก็ได้จ้า

7. สกัดแมงมุมด้วยน้ำมันซีดาร์

          ไม้ซีดาร์มีคุณสมบัติเฉพาะตัวในเรื่องของการป้องกันแมลง แต่ในบ้านเราอาจจะหาต้นซีดาร์ไม่ง่ายนัก เพราะเป็นพืชที่นิยมปลูกในต่างประเทศ แต่อาจจะหาน้ำมันสกัดจากต้นซีดาร์ได้ง่ายกว่า ซึ่งหากคุณหมดหนทางสกัดกั้นแมงมุมจริง ๆ ก็สามารถหาซื้อน้ำมันสกัดจากต้นซีดาร์ แล้วนำมาทาตามขอบหน้าต่าง ประตู หรือตามจุดที่มักจะมีแมงมุมมาป้วนเปี้ยนก็ได้ รับรองว่าเจอซีดาร์เข้าไป แมงมุมจะไม่กล้าเข้ามาใกล้บ้านคุณแน่ ๆ

8. เกาลัด ยันต์กันแมงมุม

          เม็ดเกาลัดที่แสนอร่อยก็เป็นยันต์กันแมงมุมชั้นดีเช่นกัน เพียงแค่คุณวางเม็ดเกาลัดตามจุดต่าง ๆ ในบ้าน ก็เหมือนเป็นการแปะป้ายห้ามเข้าสำหรับแมงมุมอย่างไรอย่างนั้นเชียวล่ะ ไม่เชื่อมาลองดูกันสักตั้งไหมจ๊ะ

 9. น้ำยาสกัดกั้นแมงมุมจากยาสูบ

          เรารู้กันดีว่ายาสูบไม่ดีต่อปอดของเราแน่ ๆ แต่อาจจะไม่รู้ว่า ยาสูบก็เป็นของแสลงสำหรับเจ้าแมงมุม 8 ขาด้วยเช่นกัน ดังนั้นคุณจึงสามารถใช้เส้นยาสูบวางตามมุมโปรดต่าง ๆ ของแมงมุม หรือจะนำยาสูบไปแช่น้ำ แล้วใช้น้ำนั้นฉีดพรมตามบริเวณต่าง ๆ ภายในบ้านเพื่อป้องกันแมงมุมก็ได้ค่ะ


          บ้านไหนที่ต้องพบเจอแมงมุมบ่อย ๆ และชักจะทนไม่ไหวแล้ว ยังไงก็ลองนำเคล็ดลับป้องกันแมงมุมเข้าบ้าน ไปใช้กันดูนะคะ จะได้ไม่ต้องกรีดร้องทุกครั้ง ที่เห็นแมงมุมโผล่แวบออกมา บรึ๋ย

เครดิตภาพ  http://home.kapook.com/view81058.html

Saturday, August 13, 2016

เผยความลับของแม่...9 วิธีเก็บเสื้อผ้าให้กลิ่นหอมติดทนนาน




         รวมทริคเก็บเสื้อผ้าให้ยังคงมีกลิ่นหอมของน้ำยาปรับผ้านุ่มได้ยาวนานหลังซัก ไม่ว่าจะหยิบมาสวมใส่ตอนไหน ก็มั่นใจไร้กลิ่นอับผ้ารวบกวนแน่นอน

          หลาย คนอาจสงสัยว่า ทำไมเสื้อผ้าที่แม่ซักให้ มีกลิ่นหอมติดทนนาน ทั้ง ๆ ที่ใช้น้ำยาปรับผ้านุ่มยี่ห้อเดียวกันแท้ ๆ แต่พอเราซักเองกลับไม่มีกลิ่นหอมเหลือเลย แถมบางครั้งยังมีกลิ่นเหม็นอับตามมาอีกต่างหาก กระปุกดอทคอมเลยขอมาเฉลยความลับของคุณแม่กับการเก็บรักษาเสื้อผ้าให้มีกลิ่น หอมติดทนนานมาบอกต่อกันค่ะ

1. กากกาแฟ

          บ้านไหนที่ชอบชงกาแฟสดดื่มเองทุกเช้า อย่าเผลอทิ้งกากกาแฟเด็ดขาด เพราะมันคือตัวช่วยชั้นดีที่ทำเสื้อผ้าหลังซักยังคงความหอมสะอาดและไม่มี กลิ่นอับ เพียงแค่นำกากกาแฟที่ใช้งานเสร็จแล้วมาใส่ในขวดโหลหรือถุง แล้วแขวนไว้ในตู้หรือลิ้นชักเก็บเสื้อผ้า

2. ก้อนสบู่เหลือใช้

          บรรดาสบู่ก้อนเล็ก ๆ ที่เหลือจากการใช้งานนั้นก็มีประโยชน์ เพราะแค่นำมาห่อด้วยผ้าขาวบางหรือใส่ในถุงตาข่าย แล้วนำไปวางไว้ในที่เก็บเสื้อผ้า ความร้อนภายในก็จะทำให้กลิ่นสบู่กระจายไปทั่ว ทำให้เสื้อผ้ามีกลิ่นหอมยาวนาน

3. สำลีน้ำหอม

          ถ้าอยากให้เสื้อผ้าหอมแบบมีระดับทำได้ไม่ยาก แค่นำน้ำหอมกลิ่นที่ชอบมาฉีดลงบนสำลีก้อน แล้วนำไปวางไว้ตามจุดต่าง ๆ ในตู้เสื้อผ้า ลิ้นชัก หรือชั้นวาง กลิ่นน้ำหอมก็จะเข้าไปแทรกซึมอยู่ตามเนื้อผ้า ช่วยรักษาความหอมได้ยาวนานเช่นกัน

4. ถุงสมุนไพรอบแห้ง

          สำหรับคนที่ชอบความหอมสดชื่นแบบธรรมชาติของสมุนไพร แนะนำให้หาดอกลาเวนเดอร์อบแห้ง ตะไคร้อบแห้ง หรือเปลือกส้มอบแห้งและเปลือกไม้ อย่างใดอย่างหนึ่งมาใส่ไว้ในถุงตาข่าย แล้วนำไปแขวนไว้ในตู้เสื้อผ้าหรือที่เก็บเสื้อผ้าเท่านั้นเอง

5. DIY สเปรย์กลิ่นน้ำมันหอมระเหย

          ปัญหากลิ่นอับผ้าหลังตากไม่โดนแดดจะหมดไป ด้วยการ DIY สเปรย์ดับกลิ่นอับผ้าจากของใช้ที่มีอยู่ในบ้าน เริ่มจากนำวอดก้าขนาด 2 ช้อนโต๊ะ มาผสมกับน้ำมันหอมระเหยกลิ่นลาเวนเดอร์ 10 หยด และน้ำเปล่าอีก 6 ช้อนโต๊ะ เทใส่ขวดสเปรย์แล้วพ่นลงบนเสื้อผ้า

6. สเปรย์น้ำส้มสายชู

          สาเหตุของกลิ่นอับบนเสื้อผ้าส่วนมาก มักจะมาจากจุดอับที่มีเหงื่อเยอะ เช่น ใต้วงแขนและคอเสื้อ ฉะนั้นอาจจะจำกัดกลิ่นอับก่อนซัก ด้วยการผสมน้ำส้มสายชูและน้ำเปล่าในปริมาณที่เท่ากัน เทใส่ขวดสเปรย์ แล้วฉีดพ้นไปตามจุดที่มักมีเหงื่อออก เมื่อนำไปซักทั้งกลิ่นอับและกลิ่นน้ำส้มก็จะหายไป

7. แผ่นอบแห้ง

          เสื้อผ้าที่ต้องเก็บไว้ในกระเป๋าเดินทางนาน ๆ อาจเกิดปัญหากลิ่นอับ แก้ได้โดยการนำแผ่นอบแห้งใส่ไว้ที่มุมใดมุมหนึ่งของกระเป๋าเดินทาง ก่อนใส่เสื้อผ้าลงไป กลิ่นหอม ๆ ที่แผ่นอบแห้งจะช่วยกำจัดกลิ่นอับและทำให้เสื้อผ้าหอมสะอาดได้ยาวนาน

8. ชอล์กดูดความชื้น

          เมื่อความชื้นคือตัวการของกลิ่นเหม็นอับ ฉะนั้นเราต้องกำจัดความชื้นให้หมดไปด้วยการนำชอล์กเขียนกระดานมามัดรวมกัน ประมาณ 10 แท่ง แล้วนำไปแขวนไว้ที่จุดใดจุดหนึ่งในตู้เสื้อผ้า ชอล์กจะช่วยดูดความชื้นออกจากเสื้อที่ตากไม่โดนแดด แถมดับกลิ่นอับได้ดี และยังคงกลิ่นหอมจากน้ำยาปรับผ้านุ่มบนเสื้อผ้าไว้ได้ด้วย

9. DIY กำจัดกลิ่นเหม็นอับบนเสื้อผ้า

          จะเสียเงินซื้อสเปรย์ดับกลิ่นอับบนเสื้อผ้าทำไมให้เปลือง แค่ผสมน้ำยาปรับผ้านุ่มกลิ่นที่ชอบ 2 ออนซ์ กับเบกกิ้งโซดา 2 ช้อนโต๊ะ จากนั้นเทใส่ขวดสเปรย์ที่เตรียมไว้ เติมน้ำร้อนตามลงไป เขย่าให้เป็นเนื้อเดียวกัน แล้วนำไปฉีดบนเสื้อผ้าก็พอแล้ว

          ถ้าไม่อยากใส่เสื้อผ้าที่ไม่มีกลิ่นหอมน่าดึงดูดใจ ก็อย่าลืมนำทริคดี ๆ ที่เรานำมาฝากกันในวันนี้ไปลองใช้ดูนะคะ เพราะนอกจากจะทำให้ผ้าหอมสะอาดได้ยาวนานแล้ว ยังช่วยดับกลิ่นอับผ้าที่ไม่พึ่งประสงค์ได้อีกด้วย

ขอขอบคุณข้อมูลจาก  brightnest, Backtoherroots, Tiphero, Mycrazyblessedlife และ Creativetizzy
http://home.kapook.com/view153978.html

Monday, August 8, 2016

กำจัดกลิ่นตู้เสื้อผ้าในข้ามคืน ด้วย 8 สิ่งนี้ที่มีอยู่ในบ้าน !!!




วิธีกำจัดกลิ่นอับในตู้เสื้อผ้า ที่สามารถทำได้ด้วย 8 สิ่งของใกล้ตัวที่มีอยู่ในบ้าน ใช้ดับกลิ่นตู้เสื้อผ้าใหม่ก็ได้ ใช้กำจัดกลิ่นอับตู้เสื้อผ้าเก่าก็ดี

          กลิ่น อับในตู้เสื้อผ้าเป็นสิ่งที่ปล่อยปะละเลยไม่ได้ แม้แต่กลิ่นของผงซักฟอกและน้ำยาปรับผ้านุ่มยังต้องพ่ายแพ้ เพราะเสื้อผ้าจะมีกลิ่นอับในตู้เสื้อผ้ามาติดแทน สุดท้ายก็ต้องซักใหม่อยู่ดี ทางที่ดีที่สุดคือต้องดับกลิ่นอันไม่พึงประสงค์ในตู้เสื้อผ้าซะ ซึ่งวิธีกำจัดกลิ่นอับในตู้เสื้อผ้าก็ง่ายดายมากด้วย 8 สิ่งของที่อยู่ในบ้าน ซึ่งวันนี้กระปุกดอทคอมได้รวบรวมมาฝากกันแล้ว

1. กากกาแฟ

          นอกจากจะช่วยขจัดกลิ่นแล้ว กากกาแฟยังให้กลิ่นหอมอ่อน ๆ ที่ทำให้รู้สึกผ่อนคลายอีกด้วย โดยการนำกากกาแฟใส่ถ้วยเล็ก ๆ นำไปวางในตู้เสื้อผ้า ปิดตู้เสื้อผ้าให้สนิท ทิ้งไว้ 1 คืน เมื่อถึงตอนเช้าให้เอาออกทันที ไม่ควรปล่อยทิ้งไว้นาน

2. สบู่ก้อน

          สบู่ก้อนจะละลายเมื่อเจอกับอากาศร้อน ในตอนที่ละลายจะปล่อยกลิ่นหอมออกมาด้วย ให้ตัดสบู่เป็นชิ้นเล็ก ๆ เท่าลูกเต๋าใส่ถ้วย จากนั้นนำไปวางในตู้เสื้อผ้า ปิดตู้แล้วทิ้งไว้ประมาณ 4–5 ชั่วโมงให้สบู่ละลายแล้วค่อยนำออกจากตู้

3. น้ำส้มสายชู

          ผสมน้ำส้มสายชูกับน้ำสะอาดในอัตราส่วน 1 ต่อ 1 นำใส่ขวดสเปรย์แล้วฉีดให้ทั่วตู้เสื้อผ้า เปิดตู้เสื้อผ้าไว้ ปล่อยให้แห้ง สำหรับคนที่ต้องการดับกลิ่นบนเสื้อผ้าด้วย สามารถฉีดใส่เสื้อผ้าโดยตรงได้เลย กลิ่นน้ำส้มสายชูจะไม่ติดเสื้อผ้า แล้วจะระเหยไปพร้อมกับกลิ่นอับ

4. ทรายแมว

          กลิ่นฉี่แมวที่ว่าฉุนและติดนานทรายแมวยังเอาอยู่ แค่กลิ่นอับในตู้เสื้อผ้าทรายแมวขจัดได้สบาย ๆ วิธีใช้ให้นำทรายแมวใส่ถ้วยหรือกล่องพลาสติก นำไปวางในตู้เสื้อผ้า แล้วทรายแมวก็จะดูดกลิ่นอับออกไป

5. วอดก้า

          ผสมวอดก้ากับน้ำสะอาดในสัดส่วนที่เท่ากัน บรรจุใส่ขวดสเปรย์ นำเสื้อผ้าออกจากตู้เสื้อผ้าให้หมด จากนั้นนำส่วนผสมที่ได้ฉีดให้ทั่วตู้ เปิดตู้ให้อากาศไหลเวียนได้ทั่วถึง ทิ้งไว้สักครู่แล้วค่อยนำเสื้อผ้ากลับไปจัดไว้ที่เดิม

6. เบกกิ้งโซดา

          นำเบกกิ้งโซดาใส่กล่องพลาสติกโดยที่ไม่ต้องปิดฝา เพราะเบกกิ้งโซดาจะทำงานได้ดีในที่ที่มีอากาศถ่ายเทได้สะดวก จากนั้นนำไปวางบนช่องใส่ของด้านบนตู้เสื้อผ้าหรือจุดที่เก็บเสื้อผ้าที่ไม่ ค่อยได้ใช้บ่อย เพื่อหลีกเลี่ยงการหกเลอะเทอะ

7. ถ่าน

          ถ่านมีคุณสมบัติในการดูดกลิ่นที่ไม่พึงประสงค์ ซึ่งนอกจากจะช่วยดับกลิ่นในตู้เย็นแล้ว ยังสามารถนำมาใช้กำจัดกลิ่นอับในตู้เสื้อผ้าได้ด้วย และเพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้ถ่านเปื้อนเสื้อผ้า ให้นำถ่านใส่ถุงผ้าบาง ๆ ก่อนนำไปวางหรือแขวน

8. น้ำมะนาว

          ใช้ผ้าชุบน้ำมะนาวผสมกับน้ำอุ่น จากนั้นนำไปเช็ดทำความสะอาดตู้เสื้อผ้า ปล่อยให้แห้งสนิทแล้วนำเสื้อผ้าเข้าตู้ได้ อีกวิธีหนึ่งคือให้ใช้ก้อนสำลีชุบน้ำมะนาว จากนั้นวางใส่ถาดเล็ก ๆ แล้วนำไปวางในตู้เสื้อผ้า

          ถึง แม้กลิ่นอับในตู้เสื้อผ้าจะเป็นอีกปัญหาใหญ่ของพ่อบ้านแม่บ้าน แต่จะเห็นได้ว่าการกำจัดกลิ่นตู้เสื้อผ้าใหม่ กลิ่นเหม็น กลิ่นอับ ก็ทำได้ไม่ยากเลย เพียงแค่มองหาสิ่งของ 8 อย่างนี้จากในบ้าน แล้วทำตามขั้นตอน ก็สามารถกำจัดกลิ่นตู้เสื้อผ้าได้แล้วค่ะ

ขอขอบคุณข้อมูลจาก bustle, motherhood, wikihow และ brightnest
http://home.kapook.com/view153387.html
เครดิตภาพ  http://home.kapook.com/view153387.html

Friday, August 5, 2016

10 วิธีกำจัดกลิ่นอาหารในคอนโด กลิ่นแรงแค่ไหนก็หายเกลี้ยง !




วิธีกำจัดกลิ่นอาหารในคอนโด ไม่ว่าจะลงมือทำเมนูไหนก็สบายใจ หายห่วงเรื่องกลิ่นอาหาร เพราะมีวิธีไล่กลิ่นอาหารในคอนโดมาบอกต่อแล้ว  
 

          ปัญหาเบอร์ต้น ๆ ของชาวคอนโด อพาร์ทเมนท์ และหอพักก็คงหนีไม่พ้น เรื่องกลิ่นอาหารใช่ไหมคะ เลยทำให้ไม่อยากทำอาหารกินเองเท่าไร แต่หลังจากนี้สามารถเข้าครัวทำอาหารกินเองได้อย่างสบายใจ เพราะกระปุกดอทคอมมีวิธีกำจัดกลิ่นอาหารในคอนโดมาฝากแล้ว ทั้งวิธีสกัดกลิ่นไม่ให้เล็ดลอดไปห้องอื่น วิธีไล่กลิ่นออกจาก และวิธีดับกลิ่นที่จะช่วยกำจัดกลิ่นอาหารให้หมดจากห้องของเราเสียที

1. ปิดประตูและหน้าต่างให้มิดชิด

        เพราะกลิ่นอาหารสามารถเล็ดลอดไปได้ทุกที่ในคอนโด ก่อนทำอาหารแนะนำให้ปิดประตูและหน้าต่างห้องอื่น ๆ ให้มิดชิดทุกบาน เช่น ห้องนอน ห้องน้ำ  และห้องนั่งเล่น

2. เปิดฮู้ดดูดควันช่วยไล่กลิ่น

        ควรเปิดฮู้ดดูดควันทิ้งไว้ทุกครั้งขณะทำอาหาร หรือนำพัดลมมาช่วยเป่ากลิ่นออกไป หรือใช้เครื่องฟอกอากาศช่วย แต่อย่าลืมหมั่นทำความสะอาดแผ่นกรองอากาศด้วยนะคะ กลิ่นอาหารถึงจะหมดไปจริง ๆ

3. แช่แข็งของสด ทิ้งของเก่า 

        เมื่อได้วัตถุดิบสด ๆ มาจากตลาด ควรนไปแช่ตู้เย็นทันที จะได้ไม่ส่งกลิ่นคาวคละคลุ้งไปทั่วทั้งห้อง ส่วนเศษอาหารที่เป็นขยะ ก็อย่าวางไว้ในห้องนาน ๆ ควรนำใส่ถุงพลาสติกแล้วนำออกไปทิ้งทันที

4. ส่งกลิ่นหอมไปสู้

        หากกลิ่นอาหารไม่ยอมออกไป ก็หาเครื่องหอม เช่น เทียนหอม ธูปหอม เตาน้ำมันหอมระเหย มาตั้งไว้ตามมุมต่าง ๆ แทน เพื่อใช้กลิ่นหอมกลบกลิ่นเหม็นให้หมด แต่ถ้าใครไม่อยากเสียเงิน ก็หาสมุนไพร พืชหอม หรือเปลือกส้ม มาต้มกับน้ำเปล่า เพื่อให้กลิ่นระเหยไปทั่วห้องแทนก็ได้ค่ะ

5. ใช้ตัวช่วยดูดกลิ่น


        หากใช้กลิ่นหอมกลบกลิ่นเหม็นไม่หมด เปลี่ยนมาใช้ตัวช่วยดูดกลิ่นแทนก็ได้ โดยการนำน้ำส้มสายชู เบกกิ้งโซดา กากกาแฟ หรือถ่านหุงข้าว มาใส่ในถ้วยแล้วเอาไปวางไว้ตามมุมต่าง  ๆ ของคอนโดแทน แต่อย่าลืมหมั่นเปลี่ยนอุปกรณ์ด้วยนะคะ เพื่อให้ประสิทธิภาพในการดูดกลิ่นคงที่

6. ทำความสะอาดครัวหลังใช้เสร็จทันที

        เพิ่มความขยันขึ้นอีกนิดก็พิชิตกลิ่นอาหารได้แล้ว ฉะนั้นหลังทำอาหารเสร็จอย่าเพิ่งทิ้งห้องครัวไปไหน รีบล้างและทำความสะอาดให้เรียบร้อย ทั้งเครื่องครัว  จาน-ชาม รวมไปถึงเตาและเคาน์เตอร์ครัว เพราะยิ่งปล่อยคราบสกปรกเหล่านี้ทิ้งไว้นาน กลิ่นก็จะอบอวลอยู่ในห้องไม่หายไปสักที

7. ติดตั้งบานเฟี้ยมกั้นกลิ่น

        สำหรับห้องสตูดิโอที่ไม่มีผนังหรือประตูกั้นระหว่างห้อง อาจจะใช้เปลี่ยนมาใช้วิธีติดตั้งบานเฟี้ยมแทน ไว้กั้นกลิ่นเข้าห้องขณะทำอาหาร เพราะเมื่อทำอาหารเสร็จก็ค่อยเปิดออกตามเดิม ไม่กินพื้นที่ แถมห้องยังดูเป็นสัดส่วนมากขึ้นด้วย

8. ใช้หัวหอมกำจัดกลิ่น

        รู้หรือไม่ว่ากลิ่นฉุน ๆ ของหัวหอมมีประโยชน์มากนะคะ เพราะหากนำหัวหอมมาสับให้ละเอียด นำไปแช่ในถ้วยน้ำ แล้วเอาไปวางไว้กลางห้องครัว หัวหอมก็จะช่วยดูดกลิ่นและควันจากการทำอาหาร ไม่ให้ฟุ้งกระจายไปทั่วห้องได้ดีเลยล่ะ

9. น้ำส้มสายชูกับขนมปังช่วยดูดกลิ่น

        เริ่มจากต้มน้ำเปล่าครึ่งหม้อกับน้ำส้มสายชู 2 ถ้วยตวงจนเดือด จากนั้นนำขนมปังมาชุบลงในน้ำส้มสายชูต้มให้ชุ่มทั้งแผ่น แล้วนำขึ้นมาวางในจาน แล้วตั้งไว้มุมต่าง ๆ ของห้อง ก็ช่วยให้กลิ่นอาหารหายไปได้เหมือนกัน

10. DIY น้ำมันหอมระเหยดับกลิ่น

        ใครไม่อยากเสียเงินไปกับการซื้อสเปรย์ดับกลิ่นราคาแพง DIY น้ำมันหอมระเหยใช้เองก็ได้ โดยการผสมเบกกิ้งโซดา 1 ถ้วยตวงกับน้ำมันหอมระเหยกลิ่นที่ชอบ 8-12 หยดให้เป็นเนื้อเดียวกัน เทใส่ขวดโหล เจาะรูที่ฝาขวด แล้วนำไปตั้งไว้ตามมุมต่าง ๆ 

        เห็นแล้วใช่ไหนคะว่า การกำจัดกลิ่นอาหารในคอนโดง่ายนิดเดียว สำหรับคนที่อยู่ห้องเช่าในอพาร์ทเมนท์หรือหอพัก ก็สามารถนำวิธีเหล่านี้ไปใช้ได้เหมือนกันนะคะ รับรองว่าไม่เหลือกลิ่นอาหารกวนใจแน่นอน

ขอขอบคุณข้อมูลจาก thekitchn, ohmyapt.apartmentratings และ wikihow
http://home.kapook.com/view152199.html
เครดิตภาพ 
http://home.kapook.com/view152199.html