Thursday, December 31, 2015

มาดูกัน! วิธีแก้ปัญหาท่ออุดตันอย่างง่าย ๆ





        ปัญหาท่อน้ำอุดตัน เป็นปัญหาใหญ่ในบ้านไม่ใช่น้อย เพราะไม่ว่าจะเป็นท่อน้ำตรงจุดไหนอุดตัน ก็สามารถสร้างความเดือดร้อนในชีวิตประจำวันของเราได้หลายสิ่งเลยล่ะ จะเข้าห้องน้ำก็ลำบาก จะล้างจานก็ไม่ได้ ดังนั้นวันนี้เรามาดูวิธีแก้ปัญหาท่อน้ำอุดตันตามจุดต่าง ๆ ในบ้านกันดีกว่า ทำได้ง่าย ๆ ตามนี้เลยจ้า

1. ท่อตันในอ่างล่างหน้าและห้องน้ำ

            เริ่มแรกเลยเราต้องขจัดเศษสกปรกที่ตกค้างอยู่บนฝาท่อออกก่อน จากนั้นก็งัดฝาท่อขึ้นมาขัดทำความสะอาดด้วยน้ำสบู่และแปรงสีฟันที่ไม่ใช้ แล้ว เสร็จแล้วให้ใส่ท่อกลับไปที่เดิม แล้วลองเปิดน้ำให้ไหลผ่านท่อเพื่อทดสอบ จะรู้สึกได้ว่าน้ำไหลได้สะดวกขึ้นแล้วล่ะ

2. ไม้ดูดท่อช่วยได้

           ในกรณีที่การทำความความสะอาดฝาท่อไม่ได้ผล ไม้ดูดท่อ หรือที่คุ้นชินกันในชื่อไม้ดูดส้วมก็สามารถช่วยแก้ปัญหาท่ออุดตันได้เช่นกัน โดยเปิดฝาท่อออก แล้วใช้ผ้าชุบน้ำคลุมปากท่อไว้ก่อน จากนั้นวางไม้ดูดท่อให้ตรงกับตำแหน่งท่อ แล้วเปิดน้ำให้ท่วมไม้ดูดท่อ เมื่อท่วมแล้วก็ออกแรงกดไม้ประมาณ 15-20 ครั้ง ให้ความกดอากาศดันสิ่งอุดตันลงไปให้หมด ทำซ้ำกันอย่างนี้ไปเรื่อย ๆ จนกว่าน้ำจะไหลลงท่อได้สะดวกขึ้นค่ะ

3. เกี่ยวเศษอุดตันท่อด้วยไม้แขวนเสื้อ

          หากปัญหายังไม่ได้รับการแก้ไข แสดงว่ามีสิ่งอุดตันชิ้นใหญ่อยู่ในท่อคุณแล้วล่ะ ดังนั้นให้สละไม้แขวนเสื้อ 1 อัน มาแยกร่างให้กลายเป็นลวดเส้นยาวที่มีตะขอสำหรับเกี่ยวเอาเศษอุดตันในท่อออก มา เมื่อได้แล้วก็ดำเนินการได้เลย โดยใช้หัวไม้แขวนเสื้อค่อย ๆ แหย่ลงไปในท่อจนเจอกับต้นตอ จากนั้นให้ค่อย ๆ ใช้ตะขอเกี่ยวดึงเศษอุดตันขึ้นมา ขั้นตอนสุดท้ายให้เปิดน้ำกรอกลงท่ออีกนิดเพื่อล้างเศษสกปรกที่ติดค้างอยู่ใน ลงท่อไปให้หมด

4. แก้ปัญหาอ่างล้างจานท่อตัน

           สำหรับปัญหาท่ออุดตันในอ่างล้างจาน ส่วนมากจะเกิดเพราะมีเศษอาหารอุดตันตรงช่วงโค้งของท่อ หรือที่เรียกกันว่า P-trap ซึ่งสามารถแก้ปัญหานี้ได้ง่าย ๆ ด้วยการทำความสะอาดฝาท่ออ่างล้างจานก่อน แล้วถอดท่อ P-trap ใต้อ่างล้างจานออก จากนั้นนำมาทำความสะอาดสิ่งอุดตันที่อยู่ภายในท่อให้สะอาด ส่วนบริเวณท่อที่ติดอยู่กับผนังสามารถทำความสะอาดโดยใช้อุปกรณ์ทำความสะอาด ที่เรียกว่า งูเหล็ก ซึ่งมีคุณสมบัติสามารถโค้งงอตามลักษณะท่อ สามารถหาซื้อได้ตามร้านขายอุปกรณ์ก่อสร้างทั่วไป ในราคา 200-800 บาทตามขนาดความยาวค่ะ

5. โทรเรียกช่างถ้าไม่สำเร็จ

           ถ้าสุดท้ายแล้วก็ยังไม่สามารถแก้ปัญหาท่ออุดตันได้ แนะนำให้โทรเรียกช่างมาจัดการปัญหานี้ให้คุณน่าจะเวิร์คกว่าทั้งอุปกรณ์ ประสบการณ์ และความเชี่ยวชาญในการขจัดท่ออุดตัน ดังนั้นถ้าคุณลองแก้ปัญหาตัวเองแล้วแต่ไม่สำเร็จ ช่างผู้เชี่ยวชาญคือคำตอบสุดท้ายจ้า

           ทางที่ดีควรป้องกันไม่ให้ท่อน้ำของคุณอุดตันง่าย ด้วยการกรองเศษอาหาร และไม่เทลงไปในท่อ พร้อมทั้งกำจัดเศษสกปรกที่ติดค้างอยู่บนฝาท่อเป็นประจำ เพียงเท่านี้เราก็ไม่ต้องเจอปัญหาท่ออุดตันให้ต้องปวดหัวบ่อย ๆ แล้วจ้า

http://home.kapook.com/view62904.html

Tuesday, December 29, 2015

8 สิ่งที่ควรรู้ในการดูแลบ้านด้วยตัวเอง




        
      บางครั้งนอกจากจ้างช่างซ่อมมาคอยดูแลรื่องต่าง ๆ แล้ว เราก็ควรเรียนรู้ทักษะการซ่อมหรือดูแลบ้านเล็ก ๆ น้อย ๆ เพื่อไว้ใช้พึ่งตัวเองในยามฉุกเฉินบ้างเหมือนกัน ซึ่งอ่านมาถึงตรงนี้ หลาย ๆ คนอาจจะคิดว่าการทำเรื่องต่าง ๆ เองนั้นเป็นเรื่องยากเกินไป แต่เชื่อเถอะว่าถ้าคุณรู้จักเทคนิคดี ๆ แล้วล่ะก็ การดูแลบ้านด้วยตัวเองก็ไม่ใช่เรื่องยุ่งยากอะไร เพียงแค่คุณลองทำตามนี้ดู
 

 1. แก้อ่างล้างหน้าตันด้วยตัวเอง

           การใช้พวกสารเคมีขจัดสิ่งอุดตันในท่อไม่ใช่วิธีที่ดีเสมอไป เพราะจะเป็นการกัดกร่อนอ่างล้างหน้าของคุณให้เสื่อมสภาพเร็วขึ้นตามไปด้วย คุณจึงควรหันมาใช้วิธีขจัดสิ่งอุดตันที่ปลอดภัยกับอ่างล้างหน้าของคุณมาก ขึ้นด้วยการใช้ไมปั๊มท่อแทน ทั้งนี้ขณะใช้ไม้ปั๊มดูดสิ่งอุดตันออกมา ควรเปิดก๊อกน้ำให้มีน้ำขังอยู่ในอ่างพอสมควรด้วย จะช่วยให้ปั๊มทำงานง่ายขึ้นได้


2. ดูแลหลอดไฟให้ใช้ได้นาน ๆ

            ถ้าคุณรู้จักดูแลรักษาหลอดไฟให้ถูกวิธี คุณก็ทำให้หลอดไฟที่ซื้อมามีอายุการใช้งานนานขึ้นได้ โดยสิ่งที่คุณต้องทำก็คือ ปิดสวิตซ์ไฟก่อนเป็นอันดับแรก จากนั้นจึงถอดหลอดออกมาเช็ดด้านในด้วยไม้พันสำลีชุบแอลกอฮอลล์ แล้วจึงใช้ไขควงดันให้วงจรไฟฟ้าต่าง ๆ ในหลอดไฟแน่นขึ้นก่อนนำไปใช้งานอีกครั้ง เท่านี้ก็เป็นอันเสร็จเรียบร้อย 


 3. เจาะกระเบื้องไม่ให้ผุกร่อน

            เริ่มแรกนำไขควงมาวางทาบไว้บนพื้นที่ซึ่งคุณต้องการจะเจาะแล้วใช้ค้อนตอก เบา ๆ พอให้เกิดรอยเล็กน้อย จากนั้นจึงใช้สว่านที่ใส่ดอกเจาะปูนค่อย ๆ เจาะเข้าไปตามรูที่เราทำเอาไว้โดยหยุดเป็นพัก ๆ กระเบื้องก็จะไม่แตกออกจนเป็นรอยดูไม่น่ามองบนกำแพง 


 4. ปัญหาประตูฝืดก็สำคัญ

            คุณอาจมองว่าประตูฝืดเป็นเพียงเรื่องเล็กน้อยที่ออกแรงเสียหน่อยก็ไม่มี ปัญหาอะไรแล้ว แต่ถ้าคุณมีเด็กเล็กหรือคนแก่อยู่ในบ้าน พวกเขาก็อาจติดอยู่ในห้อง เพราะไม่มีแรงพอจะกระชากประตูให้เปิดได้เหมือนกัน แถมคุณเองก็ยังต้องรู้สึกหงุดหงิดทุกครั้งที่ต้องพยายามออกแรงเกินจำเป็น เพียงเพื่อเปิดประตูด้วย ดังนั้นควรแก้ปัญหานี้ให้หมดไป ด้วยการเลื่อยบานประตูด้านล่างออกเล็กน้อยให้สั้นลง แล้วทาสีเคลือบอีกชั้นเพื่อลดความฝืด ประตูของคุณจะได้เปิดได้ง่ายโดยไม่ติดขัดอีกต่อไป 


5. กำจัดสีเหลือใช้ออกไปจากบ้าน

            สีที่ถูกทิ้งไว้ไม่ได้ใช้นาน ๆ ต่อให้ปิดฝาไว้ สุดท้ายก็จะแห้งจนใช้ไม่ได้ในที่สุด เพราะฉะนั้นแทนที่จะเก็บเอาไว้เฉย ๆ จนเสียไปโดยเปล่าประโยชน์ คุณก็ควรซื้อสีแค่ปริมาณพอใช้ก็พอ จะได้ไม่มีสีเหลือมากนัก นอกจากนี้ ถ้ายังมีสีเหลืออีกก็ควรเอาไปบริจาคตามโรงเรียนหรือสถานที่ต่าง ๆ ให้คนอื่นได้ใช้แทนที่จะเก็บเอาไว้เฉย ๆ 


6. ระวังเรื่องแก๊สเป็นพิเศษ

            ครัวแบบปิดที่มีแก๊สรั่วอยู่สามารถติดไฟได้อย่างรวดเร็วจนน่าตกใจเลยล่ะ ฉะนั้นถ้าคุณได้กลิ่นแก๊สลอยออกมาก็อย่าประมาท ควรรีบปิดเครื่องใช้ไฟฟ้าต่าง ๆ เช่น โทรศัพท์มือถือ ไฟฉาย หรือคอมพิวเตอร์ แล้วเรียกช่างมาดูทันทีเพื่อความปลอดภัย 


 7. รู้วิธีซ่อมกริ่งประตูบ้าน

            หากกริ่งประตูที่บ้านของคุณไม่มีเสียงก็อย่าเพิ่งรีบตัดสินใจออกไปซื้อ ใหม่ ลองหาวิธีแก้ไขด้วยตัวเองก่อน โดยถอดออกมาตรวจดูให้ละเอียดว่าที่กริ่งประตูคุณไม่มีเสียงเป็นเพราะเสียที่ สวิตซ์หรือเป็นเพราะตัวกริ่งเองกันแน่ จากนั้นจึงลองทำความสะอาดกริ่งหรือใช้ไขควงกดสายไฟให้แน่นขึ้นดู อาจช่วยให้กริ่งกลับมาใช้ดีเหมือนเดิมได้ 


 8. เก็บรายละเอียดสินค้าที่ซื้อมาให้ดี

            เฟอร์นิเจอร์ชิ้นใหญ่ ๆ บางชิ้นโดยเฉพาะเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ซื้อจากบริษัทที่เชื่อถือได้มักมี รับประกันอายุการใช้งานเสมอ ดังนั้นคุณจึงควรเก็บใบเสร็จและกล่องคู่มือเอาไว้ให้ดี ถ้าเฟอร์นิเจอร์ชิ้นไหนเกิดเสียภายในเวลาที่รับประกันขึ้นมา คุจะได้ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการซ่อมโดยไม่จำเป็น

           นอกจากใส่ใจดูแล บ้านเพื่อให้เฟอร์นิเจอร์ต่าง ๆ ใช้ได้นานโดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายมากแล้ว ก็ควรเอาใจใส่เรื่องความปลอดภัยของตัวคุณเอง ด้วยการสวมถุงมือหรืออุปกรณ์ป้องกันอื่น ๆ ขณะซ่อมแซมอุปกรณ์ต่าง ๆ ด้วยนะคะ
 

http://home.kapook.com/view44050.html

Saturday, December 26, 2015

วิธีเปลี่ยนกระเบื้องที่ชำรุด ด้วยตัวเอง



         ถึงแม้จะมั่นใจในฝีมือของช่างและคุณภาพของกระเบื้องที่ซื้อมามากแค่ไหน แต่ อาจจะมีแผ่นกระเบื้องบางส่วนแตกหรือหลุดร่อนออกมาอยู่ดี ซึ่งวิธีแก้ไขสำหรับปัญหานี้คือ ควรจะรีบซ่อมแซมส่วนที่เกิดความเสียหายโดยเร็วที่สุด เพื่อไม่ให้รอยแตกร้าวเชื่อมโยงไปสู่บริเวณใกล้เคียง ซึ่งถ้าอยากประหยัดงบคุณก็สามารถลงมือซ่อมแซมด้วยตัวเองได้เหมือนกัน ทั้งนี้ก่อนจะถึงขั้นตอนการซ่อมแซม จะต้องได้กระเบื้องที่มีขนาดพอดีและสีที่เหมือนกับของเดิมหรือใกล้เคียงมา เสียก่อน แล้วค่อยลงมือทำตามวิธีต่อไปนี้

        อุปกรณ์ที่ต้องใช้

       
เทปกาว
       
กระเบื้องที่มี่ขนาดและสีใกล้เคียงกับแผ่นที่ชำรุด
       
ตะปู
       
ค้อน
       
สิ่ว
       
ปูนซีเมนต์
       
ทราย
       
เกียงโบกปูน
       
ยาแนว

       
       
1. นำเทปกาวมาแปะบนแผ่นกระเบื้องให้ทั่ว เพื่อป้องกันไม่ให้รอยแตกร้าวขยายเป็นวงกว้าง และชำรุดแตกหักมากกว่าเดิม ยกเว้นบริเวณขอบปูนและแผ่นกระเบื้องที่ต้องการซ่อมแซม

       
2. นำปลายตะปูวางลงไปตรงกลางของแผ่นกระเบื้องที่ชำรุด จากนั้นใช้ค้อนทุบเพื่อให้กระเบื้องแตกออกเป็นชิ้นเล็ก ๆ จะช่วยให้สามารถนำกระเบื้องเก่าที่ชำรุดออกมาได้ง่ายมากยิ่งขึ้น

       
3. ใช้สิ่ววางลงบนกึ่งกลางของแผ่นกระเบื้อง โดยให้ปลายสิ่วหันไปยังด้านตรงข้ามกับตัวคุณ พร้อมกับวางสิ่วให้ทำมุมกับพื้นประมาณ 45 องศา จากนั้นใช้ค้อนทุบหัวสิ่ว เพื่อแซะกระเบื้องที่ชำรุดและรอยปูนเก่าที่ใช้ติดแผ่นกระเบื้องออกมา จนกว่าจะถึงชั้นของพื้นจริง โดยทำขั้นตอนนี้ไปต่อเนื่องจนกว่ารอยปูนที่อยู่ใต้กระเบื้องจะหลุดออกมาทั้ง หมด

       
4. เตรียมปูนที่จะใช้ปูกระเบื้อง โดยการผสมปูนและทรายในอัตรา 1 ต่อ 2 ส่วน ในแต่ละครั้งควรผสมปูนแค่พอประมาณ ไม่มากจนเกินไป เพราะจะทำให้ปูนแข็งตัว ทั้ง ๆ ที่ยังใช้ปูนไม่หมด อีกทั้งกระเบื้องที่ชำรุดก็มีแค่ไม่กี่แผ่นเท่านั้น จึงไม่จำเป็นต้องผสมเยอะเกินไป

       
5. ใช้เกียงโบกปูนที่ผสมเสร็จแล้วลงไปบนบริเวณที่ต้องการปูกระเบื้องใหม่ ไม่ควรโบกปูนบางหรือหนาจนเกินไป เพราะอาจทำให้กระเบื้องหลุดร่อนง่าย หรือมีปูนล้นออกมาจากขอบกระเบื้อง จากนั้นหยิบแผ่นกระเบื้องที่ต้องการมากดทับลงไป โดยเว้นขอบแต่ละด้านเอาไว้ประมาณ 2-3 มิลลิเมตร ใช้ด้ามเกียงตอกบนแผ่นกระเบื้องเบา ๆ เพื่อให้กระเบื้องติดแน่นมากขึ้น และทิ้งเอาไว้จนกว่าปูนใต้กระเบื้องจะแห้งสนิท

        
6. หลังจากที่ปูนใต้แผ่นกระเบื้องแห้งสนิทแล้ว ผสมปูนยาแนวกับน้ำเปล่า ในอัตรา 1 ต่อ 1 ส่วน ฉาบลงไปในบริเวณร่องกระเบื้องให้เต็ม แล้วทิ้งให้เอาไว้ให้ปูนยาแนวแห้งพอหมาด ๆ จากนั้นค่อยนำฟองน้ำเช็ดขอบยาแนวจนเรียบเสมอกันทั้งหมด พร้อมกับทำความสะอาดคราบสกปรก และรอบเปื้อนที่ปรากฏอยู่บนผิวกระเบื้องจนหมด ก็จะได้กระเบื้องแผ่นใหม่มาแทนของเดิมที่ชำรุดแล้วจ้า

        ไม่ว่าจะเป็นแผ่นกระเบื้องเล็ก ๆ อย่าง กระเบื้องโมเสก ไปจนถึงกระเบื้องแผ่นใหญ่ ๆ ที่ใช้กันทั่วไป หากมีการแตกหักหรือชำรุดเสียหาย คุณก็สามารถเปลี่ยนใหม่ด้วยตัวเองได้แบบง่าย ๆ เพียงเท่านี้บ้านของคุณที่เคยมีรอยแตกร้าวกลับมาสวยงามได้แบบเดิมแล้วล่ะ


http://home.kapook.com/view56218.html