Monday, February 27, 2017

10 วิธีกำจัดขนสัตว์ในบ้าน กวาดทิ้งง่ายไม่ฟุ้งกระจาย




        วิธีกำจัดขนสัตว์ในบ้าน ไม่ว่าจะเป็นขนหมาในบ้านหรือขนแมวในห้อง ก็ไม่เหลือกวนใจ ด้วย 10 วิธีทำความสะอาดขนสัตว์ในบ้านง่าย ๆ

          คนเลี้ยงสัตว์ในบ้านมักจะปวดหัวกับขนสัตว์ที่ฟุ้งกระจาย บ้างก็ติดอยู่ตามโซฟา บ้างก็เกลื่อนกลาดอยู่เต็มพื้น โดยเฉพาะช่วงที่สัตว์ผลัดขน วันนี้กระปุกดอทคอมเลยรวบรวมวิธีกำจัดขนสัตว์ในบ้าน ทั้งวิธีกำจัดขนหมาในบ้าน วิธีกำจัดขนแมวในห้องด้วยเครื่องดูดฝุ่น ลูกกลิ้งกำจัดขน และอื่น ๆ อีกมากมายจากของใช้ในบ้าน เพื่อจบปัญหากวนใจเรื่องขนสัตว์ฟุ้งกระจายเต็มบ้าน กวาดเท่าไรก็ไม่สะอาดสักที !

1. ฟองน้ำ

          การกำจัดขนสัตว์เลี้ยงบนโซฟาเป็นเรื่องยากพอสมควร เพราะมันชอบเข้าไปติดอยู่ตามซอกเล็ก ๆ แต่ฟองน้ำช่วยได้ค่ะ เพียงแค่นำฟองน้ำแห้งที่มีอยู่ในบ้านมาปาดเส้นขนบนโซฟาออกเบา ๆ เพื่อไม่ให้ขนฟุ้งกระจายและหลุดออกจากโซฟาจนหมด

2. ถุงมือยาง

          ใช้มือเปล่าหยิบขนสัตว์อาจจะยาก แนะนำให้หาถุงมือยางที่ใช้ทำความสะอาดภายในบ้าน และที่สำคัญต้องเป็นถุงมือแห้งไม่เปียกน้ำด้วยนะคะ หลังจากสวมถุงมือแล้วก็หยิบขนสัตว์ออกจากโซฟาให้หมด เพราะถุงมือยางจะเสียดสีและทำปฏิกิริยาเกิดไฟฟ้าสถิตกับโซฟา ทำให้ขนสัตว์หลุดออกจากโซฟาได้ง่ายขึ้น

3. โรลกำจัดขนทำเอง

          ถ้าโรลกำจัดฝุ่นมันแพงนัก เราก็จัดการ DIY โรลกำจัดเส้นขนเองเลยดีกว่า โดยเริ่มจากนำเทปกาวอย่างหนามาพันไว้ที่หัวลูกกลิ้งทาสีอันเก่าที่ไม่ได้ใช้งานแล้ว พันแบบหันด้านเทปกาวออกข้างนอกให้ทั่วหัวลูกกลิ้ง แล้วนำไปกลิ้งตามจุดที่มีขนสัตว์เลี้ยงให้หมด

4. สเปรย์น้ำยาปรับผ้านุ่ม

          นอกจากโซฟาบุนวมแล้ว ตามเฟอร์นิเจอร์เนื้อเรียบชนิดอื่น ๆ ที่ไม่ได้บุนวมก็ชอบมีขนสัตว์เลี้ยงเกาะเต็มไปหมด จะหยิบออกก็ยากเย็นเหลือเกิน แนะนำให้ผสมน้ำเปล่ากับน้ำยาปรับผ้านุ่มในปริมาณที่เท่า ๆ กัน เทใส่ขวดสเปรย์ แล้วนำไปฉีดบริเวณที่มีขนสัตว์เลี้ยง ใช้ผ้าสะอาดเช็ดออก ขนสัตว์ก็จะหลุดออกอย่างง่ายดาย

5. น้ำยาขัดเงาเนื้อไม้

          บ้านไหนที่แต่งบ้านด้วยเฟอร์นิเจอร์ไม้และเลี้ยงสัตว์เลี้ยงเอาไว้ แนะนำให้ใช้นำยาขัดเงาเนื้อฉีดพ่นลงไป แล้วใช้ผ้าขนนุ่มที่ใช้ทำความสะอาดเนื้อไม้โดยเฉพาะเช็ด เจ้าขนสัตว์ที่น่ารำคาญก็จะหลุดออก ง่ายต่อการกวาดและรวบไปทิ้งเลยค่ะ

6. โรลม้วนผม

          งานนี้ง่ายเลยค่ะสาว ๆ หากสาวคนไหนที่มีโรลม้วนผมติดบ้านไว้ ก็ให้นำออกมาถูไปบนเฟอร์นิเจอร์หรือพื้นผิวที่มีขนสัตว์ติดอยู่ บรรดาเส้นขนสัตว์ที่น่ากวนใจก็ถูกเกี่ยวติดไปกับโรลจนหมดเกลี้ยง ไม่มีเหลือให้กวนใจอีกต่อไป

7. ลูกโป่ง

          ของเล่นเด็กธรรมดา ๆ อย่างลูกโป่งนี่แหละที่จะช่วยกำจัดขนสัตว์ให้หมดไปจากบ้าน ก่อนอื่นเราต้องเป่าลูกโป่งให้พอง แล้วนำไปถูตรงบริเวณที่มีขนสัตว์เพียงเบา ๆ เพื่อให้เกิดไฟฟ้าสถิต แล้วขนสัตว์ก็จะติดตามลูกโป่งขึ้นมาเอง จากนั้นก็นำไปทิ้งให้เรียบร้อย

8. แปรงยาง

          แปรงยางเป็นอีกหนึ่งตัวช่วยในการจำกัดขนออกจากพรม ซึ่งทำได้ง่าย ๆ ไม่ซับซ้อนอะไรมากนัก แค่นำแปรงยางหรือไม้ม็อบรีดน้ำแบบหัวยาง มาถูย้อนแนวขนพรมเพื่อให้เกิดไฟฟ้าสถิต ขนสัตว์ก็จะหลุดออกมาเอง

9. พื้นรองเท้ายาง

          ถ้าไม่มีเวลามากพอในการจัดเตรียมอุปกรณ์ทำความสะอาด ก็ไม่ต้องกังวลไป เพราะแค่นำพื้นรองเท้าชนิดยางที่สะอาด ๆ มาถูไปบนพื้น พรม และบริเวณที่มีขนสัตว์หลุดร่วง ขนสัตว์ก็จะติดขึ้นมาตามพื้นรองเท้า สามารถรวบไปทิ้งได้อย่างง่ายดาย

10. เครื่องดูดฝุ่น

          เป็นอีกหนึ่งวิธีที่หลายบ้านเลือกใช้ เพราะมันทั้งง่ายและก็ประหยัดเวลาเอามาก ๆ ที่สำคัญหลังจากนำเครื่องดูดมาทำความสะอาดขนสัตว์ออกจากจุดต่าง ๆ ของบ้านแล้ว ก็อย่าลืมถอดฟิลเตอร์หรือตัวกรองออกมาทำความสะอาดด้วยนะคะ

          หากมีปัญหาเรื่องขนสัตว์เลี้ยงกระจายฟุ้งทั่วบ้าน ติดตามโซฟาเต็มไปหมด หรือบนพื้น ก็ลองนำวิธีที่กระปุกดอทคอมรวบรวมมาฝากกันในวันนี้ไปใช้กันนะคะ เพราะจะช่วยให้ทำความสะอาดขนสัตว์ในบ้านได้ง่ายขึ้น กวาดทีเดียวก็ได้เป็นกอง ไม่ต้องเสียเวลาและเสียอารมณ์เพราะขนสัตว์ฟุ้งกระจายเต็มบ้านอีกต่อไป

ขอขอบคุณข้อมูลจาก quickanddirtytips, Apartmenttherapy และ Wikihow
https://home.kapook.com/view166581.html
เครดิตภาพ  https://www.pinterest.com/explore/%E0%B9%81%E0%B8%A1%E0%B8%A7/

Tuesday, February 14, 2017

อยากรู้ไหม...ทำไมโดนเทตลอดชีวิต ก็เพราะจัดห้องนอนแบบนี้ไง !




        ฮวงจุ้ยห้องนอนสำหรับสาวโสด ถ้าไม่อยากโดนเทซ้ำซาก มาจัดห้องนอนใหม่กันเถอะ แล้วกำจัด 8 จุดอ่อนในห้องนอนเหล่านี้ออกไปซะ เพื่อเสริมดวงความรักให้โชคดีกับเขาบ้าง

         ไม่ว่าวาเลนไทน์ปีนี้หรือปีไหน ๆ ก็โสดไร้คู่มาตลอดชีวิต กระปุกดอทคอมเลยอยากจะชวนสาวโสดมาเสริมดวงความรักกับการจัดห้องนอนตามหลักฮวงจุ้ย โดยการเลี่ยง 8 ข้อนี้ที่เป็นปัจจัยทำให้โดนเทมาตลอดชีวิต ถ้าอยากรู้ว่ามีอะไรในห้องนอนที่ควรปรับหรือเปลี่ยนบ้าง มาดูการจัดห้องนอนตามหลักฮวงจุ้ยเสริมดวงความรัก ถ้าอยากเจอเนื้อคู่หรือคนดี ๆ เข้ามาในชีวิตบ้าง

1. มีต้นไม้หรือน้ำพุอยู่ในห้อง

          ถ้าอยากได้ความสดชื่นจากธรรมชาติ ก็ไม่จำเป็นต้องใช้ต้นไม้ ดอกไม้สด หรือน้ำพุมาประดับตกแต่งห้องนอน เพราะธรรมชาติเหล่านี้มีพลังหยาง (พลังแห่งการตื่นตัว) อยู่มาก อาจจะทำลายพลังหยิน (พลังแห่งความสงบ) ในห้องนอนไปจนหมด ทำให้มีปัญหากับการนอนหลับ แถมยังทำให้มีโอกาสอาภัพรักสูงอีกด้วย 

2. วางเตียงใต้คานบ้าน

          ลองเงยหน้าขึ้นบนเพดาน หากเห็นคานอยู่ตรงกับส่วนใดส่วนหนึ่งของเตียง ควรรีบขยับหนีถ้าไม่อยากโสดซ้ำซากทุกปี เพราะการวางเตียงไว้ใต้คาน โดยเฉพาะคนที่มีคู่หรือดู ๆ ใจกันอยู่ จะทำให้เกิดบรรยากาศตึงเครียด การทะเลาะเบาะแว้ง อาจลามไปถึงการเลิกราหรือหย่าร้าง

3. มีมากกว่า 1 เตียงในห้องเดียวกัน

          ห้องนอนควรมีเตียงนอนแค่เตียงเดียวเท่านั้น ไม่ควรมีมากกว่านี้ เพราะการนำเตียงนอนมาไว้ในห้องนอนมากกว่า 2 เตียงขึ้นไป ทางฮวงจุ้ยถือว่าจะมีพลังด้านลบชักนำบุคคลที่สามให้เข้ามาข้องเกี่ยวในความสัมพันธ์ของคู่รัก

4. ติดกระจกในห้องนอน

          ข้อดีของการติดกระจกในห้องอาจทำให้พื้นที่ดูกว้างขึ้น แต่ข้อเสียของมันก็คือ กระจกจะเป็นสิ่งที่สะท้อนพลังงานด้านลบไปสู่ผู้อยู่อาศัยในขณะนอนหลับ ทำให้ชีวิตมีอุปสรรค รวมไปถึงด้านความรัก และยังทำให้ตื่นตัวอยู่ตลอดเวลาจนรบกวนการพักผ่อน

5. ใช้สีฟ้าทาผนัง

          เพราะสีฟ้าเป็นตัวแทนแห่งความโศกเศร้า ฉะนั้นถ้าอยากโชคดีในเรื่องความรักกับเขาบ้าง แนะนำให้เปลี่ยนเป็นสีชมพู สีขาว หรือสีแดง ที่เป็นสีแห่งความรักดีกว่า เพราะสีเหล่านี้จะช่วยดึงดูดความรักเข้ามา ส่วนคนมีคู่ก็จะทำให้ความสัมพันธ์ของคุณและคนรักให้แน่นแฟ้นมายิ่งขึ้น หรือจะเพ้นท์ลวยลายหัวใจและลายอื่น ๆ ที่สื่อถึงความรักด้วยก็จะยิ่งดีเข้าไปใหญ่

6. ทำทุกอย่างในห้องนอน

          เนื่องจากห้องนอนต้องการพลังหยิน (พลังแห่ความสงบ) เพื่อช่วยในการพักผ่อนนอนหลับได้เต็มที่ แถมยังเป็นพลังที่ช่วยดึงดูดความรักเข้ามาหา แต่หากนำพลังหยาง (พลังแห่งการตื่นตัว) เช่น การทำงานหรือออกกำลังกายในห้องนอนเป็นประจำ จะทำให้พลังหยินถูกรบกวน ฉะนั้นก็ไม่ต้องแปลกใจหากยังคงสถานะโสดและไร้วี่แววจะมีคู่

7. บรรยากาศเศร้า

          ถ้าอยากให้มีความดี ๆ เข้ามาหา ควรจะปรับบรรยากาศห้องนอนให้ดูสดใส สดชื่น ส่วนของตกแต่งที่ทำให้บรรยากาศดูหม่น ๆ เช่น รูปคนรักเก่า ต้นไม้ที่ตายแล้ว ควรย้ายออกจากห้องนอนซะ แล้วนำของตกแต่งที่สื่อถึงความรักมาวางไว้แทน อย่างเช่น ประดับด้วยตุ๊กตาคิวปิด เซรากรูปหัวใจ หรือสร้างบรรยากาศด้วยกลิ่นเทียนหอม ส่วนบนเตียงก็วางของเป็นคู่ เพื่อเตรียมชีวิตให้พร้อมกับความรักดี ๆ ที่กำลังจะเข้ามา

8. ปล่อยให้ห้องรกรุงรัง

          การที่ปล่อยให้ห้องนอนรกรุงรังและไม่เป็นระเบียบนั้น จะเป็นสิ่งที่คอยขวางกั้นไม่ให้มีเรื่องดี ๆ เข้ามาในชีวิต ดังนั้นเราจึงต้องทำความสะอาดและจัดระเบียบห้องอยู่เป็นประจำ และถ้าในห้องมีสิ่งของที่ทำให้นึกถึงความสัมพันธ์อันเศร้าโศกในอดีต ก็ขอให้ทิ้งไปหรือเก็บไว้ในที่ที่มิดชิดดีกว่า

          เป็นอย่างไรกันบ้างคะ ลองเช็กกันดูแล้วหรือยังว่าในห้องนอนยังมีฮวงจุ้ยผิด ๆ เหล่านี้อยู่หรือไม่ เพราะถ้ามีก็ให้รีบกำจัดและปรับตามคำแนะนำที่เรานำมาฝากกันในวันนี้โดยด่วน

ขอขอบคุณข้อมูลจาก fengshuibeginner, fengshuipundit และ msfengshui
https://home.kapook.com/view165826.html
เครดิตภาพ  https://home.kapook.com/view165826.html

Sunday, February 12, 2017

เปิดภายใน บ้านมุมถนนในประเทศญี่ปุ่น ! ถึงจะดูแคบแต่แอบหรูนะเออ

เครดิตจาก : http://www.boredpanda.com/narrow-house-mizuishi-architects-atelier-japan/


แทบขยี้ตาดูกันเลย กับบ้านที่สร้างบริเวณมุมถนนหลังหนึ่งในประเทศญี่ปุ่น ที่ดูภายนอกแล้วอาจจะดูคับแคบอยู่ยาก แต่เมื่อได้เข้าไปดูภายในตัวบ้านแล้ว พูดเลย.. ถึงดูแคบแต่ก็แอบหรูได้เหมือนกันนะเออ ไม่ธรรมดาจริง ๆ เลยเชียวสำหรับภายในของบ้านมุมถนนประเทศญี่ปุ่น มองเผินอาจดูธรรมดา ๆ ให้ตายเถอะ.. เปิดภายใน บ้านมุมถนนในประเทศญี่ปุ่น ! ถึงจะดูแคบแต่แอบหรูนะเออ

เครดิตจาก : http://www.boredpanda.com/narrow-house-mizuishi-architects-atelier-japan/
โพสต์โดย เมื่อ 11 ก.พ. 60 10:01:09

http://world.kapook.com/pin/589e7e754d265a63ec8b4567

Thursday, February 9, 2017

13 วิธีซักผ้าแบบผิด ๆ ใช่เราหรือเปล่าที่ทำแบบนี้ประจำ




         วิธีซักผ้าแบบผิด ๆ ที่หลายคนอาจทำมาตลอด มาดูกันว่ามีวิธีซักผ้าแบบไหนบ้างที่ยังทำอยู่ จะได้เลิกทำซะตั้งแต่ตอนนี้ เพื่อถนอมเสื้อผ้าให้อยู่ทรง ไม่มีรอยขาด สามารถสวมใส่ไปได้นาน ๆ 

          พอมีเวลาว่างหรือวันหยุดก็เทเสื้อผ้าลงเครื่องซักผ้า กดปุ่มเปิด แล้วนั่งรอสัญญาณเตือนเพื่อเดินกลับมาตากผ้า รู้หรือไม่ว่าการทำแบบนี้ยิ่งทำให้เสื้อผ้าเสียทรง สีซีด หรือเสียหายได้ เพราะเสื้อผ้าแต่ละตัวมีวิธีดูแลที่แตกต่างกัน มาดูกันดีกว่าว่ายังซักผ้าแบบผิด ๆ อยู่หรือเปล่า ถ้าใช่จะได้รีบเปลี่ยนวิธีซักผ้าเสียใหม่ เพื่อถนอมเสื้อผ้าให้ใส่ได้นาน ๆ ไม่เสียทรง สีซีด หรือมีรอยเสียหาย 

1. ขยี้ผ้าแรง
 
          เวลาเห็นคราบหนักที่ซักออกยาก มันจะทำให้คันไม้คันมืออยากจะขยี้แรง ๆ แต่วิธีนี้จะยิ่งทำให้คราบสกปรกแทรกซึมไปส่วนอื่น ๆ ของเสื้อผ้าและทำให้เนื้อผ้าถูกทำลายไปด้วย จะดีกว่าหากกำจัดคราบหนักออกก่อนหรือเหลือแค่รอยเปื้อนจาง ๆ ก่อนนำไปซัก 
 
2. ใส่ผงซักฟอกมากไป 
 
          ใช่ว่าใส่ผงซักหรือน้ำยาซักผ้ามาก ๆ จะทำให้เสื้อผ้าสะอาดเสมอไป เพราะฤทธิ์ในการทำลายล้างคราบสกปรกของผงซักฟอกนี่แหละที่จะกัดเนื้อผ้าให้เสียหายไปพร้อมกับคราบสกปรก แค่ใส่ตามที่ฉลากระบุไว้ก็พอแล้ว 
 
3. ซักผ้าผิดขั้นตอน

          เมื่อก่อนอาจจะเคยได้ยินมาว่าให้เติมน้ำในเครื่องซักผ้าก่อน ตามด้วยผงซักฟอก แล้วค่อยใส่เสื้อผ้าทีหลัง นั่นเป็นเพราะเมื่อก่อนในผงซักฟอกจะมีส่วนผสมของสารโซเดียม ลอริล ซัลเฟต (SLS : Sodium Lauryl Sulfate) ซึ่งเป็นสารก่อมะเร็งที่ต้องใช้ตามคำแนะนำ แต่ตอนนี้มีการประกาศออกมาแล้วว่าห้ามใช้สารชนิดนี้ในไทย ดังนั้นลืมการซักผ้าแบบเก่าไปได้เลย เพราะมันจะทำให้เสื้อผ้าและผงซักผงลอยไปคนละทิศ เปลี่ยนมาเป็นใส่เสื้อผ้าลงไป ตามด้วยน้ำ และผงซักฟอกดีกว่า 
 
4. มองข้ามป้ายเสื้อ

          แม้ว่าการนำผ้าที่มีป้ายกำกับไว้ว่าควรซักแห้งไปซักผ้าแบบธรรมดา ก็ดูเหมือนจะไม่เป็นอะไร แต่มันจะส่งผลเสียระยะยาวแน่นอน ฉะนั้นการทำตามคำแนะนำบนป้ายเสื้อผ้าจึงเป็นเรื่องที่สำคัญมาก เพราะจะทำให้เสื้อผ้าสวมใส่ได้นานขึ้น

5. ไม่ปิดซิปก่อนซัก 

          ข้อนี้ถือว่าสำคัญมาก เพราะถ้าหากซักเสื้อผ้าที่มีซิปรวมกับเสื้อผ้าเนื้อบาง เพราะฟันซิปจะขูดเสื้อผ้าตัวอื่นจนขาด ฉะนั้นควรรูดซิปปิดให้สนิททุกครั้งก่อนนำไปซักรวมกับเสื้อผ้าตัวอื่น ๆ เพื่อป้องกันความเสียหาย 
 
6. ไม่ปลดกระดุมก่อนซัก 

          อาจจะลืมปลดกระดุมตอนถอด แต่ก่อนซักควรสำรวจให้เรียบร้อยว่า ปลดกระดุมออกทุกตัวแล้วหรือยัง เพราะการซักเสื้อผ้าทั้ง ๆ ที่ยังติดกระดุม อาจทำให้กระดุมหลุดร่วงง่ายขึ้นในระหว่างที่ซักด้วยแรงเหวี่ยงของเครื่องซักผ้า 

7. ใส่สารฟอกขาวมากไป

ถ้าอยากให้ผ้าขาวขาวสะอาดได้เหมือนเพิ่งซื้อมาใหม่ ๆ ไม่จำเป็นจะต้องพึ่งสารฟอกขาวเสมอไป เพราะการใช้สารฟอกขาวในจำนวนมากและบ่อยครั้งเกินไป อาจจะทำให้ลายเนื้อผ้าไปในตัว ใช้ในปริมาณที่ระบุไว้บนฉลากก็พอ หรือนำผ้าขาวไปต้มในน้ำเปล่า แล้วเติมมะนาวสไลด์ลงไป เป็นเวลา 2-3 นาที ก็ทำให้ผ้าขาวสะอาดได้เหมือนกัน

8. ซักถุงเท้าผิดวิธี 

หากจำเป็นที่จะต้องซักถุงเท้ากับเสื้อผ้าทั่ว ๆ ไป แนะนำให้ใส่ถุงเท้าลงไปในถังก่อนเป็นลำดับแรก และตามด้วยเสื้อผ้าอื่น ๆ เมื่อเวลาซักทำความสะอาดจะทำให้ถุงเท้าอยู่ในรูปทรงที่เหมาะสม ไม่เข้าไปพันกับเสื้อผ้าชนิดอื่นให้เสียทรง

9. ไม่เคยทำความสะอาดเครื่องซักผ้า

          เพื่อให้เครื่องสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ควรนำแผ่นกรองออกมาขัดถูกด้วยแปรงสีฟันและน้ำสบู่ ดึงเศษผ้ารวมไปถึงสิ่งสกปรกออก ตากให้แห้งก่อนนำชิ้นส่วนไปประกอบที่เดิม  ก็จะช่วยยืดอายุการใช้งานออกไปได้อีกนาน
 
10. แยกผ้าผิดประเภท

          ไม่ใช่แค่แยกผ้าสีออกจากผ้าขาวแล้วซักได้เลย เพราะควรแยกเสื้อผ้าตามประเภทของเนื้อผ้าตามคำแนะนำที่ระบุไว้บนป้ายเสื้อผ้าด้วย ว่าเสื้อผ้าแต่ละตัวผลิตจากผ้าชนิดไหนและซักอย่างไร ให้ถูกต้อง เพื่อรักษาเสื้อผ้าให้อยู่ได้นาน 
 
11. ซักชุดว่ายน้ำด้วยเครื่องซักผ้า

          เพราะชุดว่ายน้ำรวมไปถึงชุดออกกำลังกายเป็นผ้ายืด ดังนั้นการซักทำความสะอาดในเครื่องซักผ้าอาจจะทำให้เนื้อผ้าเสียหายและเสียรูปทรงได้ จะเหมาะกว่าหากใช้วิธีซักมือในน้ำเย็น 
 
12. ซักผ้าแต่ละครั้งเยอะเกินไป

          เพราะการซักเสื้อผ้าเกินน้ำหนักที่เครื่องซักผ้าระบุไว้ ไม่ได้ทำให้เครื่องทำงานหนักขึ้นเพียงอย่างเดียว แต่ยังทำให้ผ้าที่ซักเสร็จแล้วไม่สะอาดด้วย ฉะนั้นซักเสื้อผ้าในปริมาณที่พอดี ก็จะช่วยรักษาทั้งเครื่องซักผ้าและเสื้อผ้าให้ใช้งานไปได้นาน ๆ 
 
13. ซักเสื้อแจ็คเก็ตแบบผิด ๆ

          แรงเหวี่ยงระหว่างซักของเครื่องซักผ้า อาจจะทำลายรูปทรงเดิมของเสื้อแจ็คเก็ตให้เสียหายได้ ดังนั้นเวลาซักทำความสะอาดเสื้อผ้าชนิดนี้ แนะนำให้หาลูกเทนนิสมาใส่ในเครื่องซักผ้าประมาณ 3 ลูก แล้วปั่นไปพร้อม ๆ กับเสื้อผ้า จะช่วยรักษารูปทรงและเนื้อผ้าไว้ได้ 
 
          เป็นอย่างไรกันบ้างมีใครเคยทำข้อไหนมาแล้วบ้าง ! แต่ไม่ต้องตกใจไปค่ะ เพราะเมื่อรู้แล้วว่าวิธีเดิม ๆ ที่ทำมานั้นมันเป็นเรื่องที่ผิด ดังนั้นก็ควรปรับและเปลี่ยนวิธีซักให้ถูกต้องตามคำแนะนำที่เอามาฝากกันในวันนี้ เพื่อให้เสื้อผ้าของคุณยังคงสภาพดีและใช้งานได้ยาวนาน

ขอขอบคุณข้อมูลจาก Realsimple และ Brightside
https://home.kapook.com/view163494.html
เครดิตภาพ  https://home.kapook.com/view163494.html