Wednesday, April 19, 2017

ต้นไม้ไม่มงคล...ที่ไม่ควรปลูกในบ้าน




       ต้นไม้ไม่มงคล ที่ไม่ควรปลูกในบ้าน ถ้าหากปลูกไปแล้วก็จะนำมาแต่ความเดือดร้อน หรือความไม่สบายใจมาให้ผู้อยู่อาศัย 

        "ต้นไม้" ถือว่าเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่จะช่วยเติมเต็มบ้านในฝันให้น่าอยู่ที่สุด... เพราะนอกจากต้นไม้จะให้ความร่มรื่น สวยงามแล้ว ต้นไม้ยังมีประโยชน์อีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นการช่วยให้ร่มเงาแก่บ้าน ช่วยให้อากาศสดชื่น แถมยังลดมลพิษภายในบ้านได้อีกด้วยนะ ส่วนการปลูกต้นไม้ในบ้านนั้น ตามตำราความเชื่อแต่โบราณที่สืบต่อกันมา เขาบอกว่า มีต้นไม้หลายประเภท หลายชนิดเลยล่ะค่ะ ที่ไม่ควรปลูกในบ้าน เพราะถือว่าเป็นต้นไม้ไม่มงคล ถ้าหากปลูกไปแล้วก็จะนำมาแต่ความเดือดร้อน หรือความไม่สบายใจมาให้ผู้อยู่อาศัย

         ส่วนในวันนี้เรามีข้อมูลจาก คู่สร้าง คู่สม และ สำนักงานเกษตรอำเภอเมืองน่าน จ.น่าน สำหรับ "ต้นไม้ที่ไม่ควรปลูกในบ้าน" มาฝากเพื่อน ๆ กัน ไปดูกันซิว่า จะมีต้นไม้ต้นใดที่ไม่ควรปลูกในบ้านบ้าง แล้วไม่ควรปลูกเพราะอะไร... เอ้า ! เรื่องอย่างนี้ใครไม่เชื่อก็อย่าลบหลู่นะคะ ลองปฏิบัติตามดูคงไม่เสียหายว่าไหม

สำหรับต้นไม้ที่ไม่ควรปลูกในบ้าน มีดังนี้... 

         - กระทุ่ม : ชื่อมีความหมายถึงทุ่ม หรือขว้างปา

         - กล้วยตานี : ถือว่ามีนางตานี ปีศาจร้ายอาศัยอยู่ ไม่นิยมปลูกในบ้าน

- ชบา : ในอินเดียตอนใต้ใช้ดอกชบาร้อยเป็นพวงมาลัย สวมคอนักโทษที่กำลังจะถูกประหารชีวิต จึงเชื่อว่าเป็นดอกไม้อัปมงคล

         - ชวนชม : เป็นไม้ประดับสวยงาม ที่มีความหมายในทางชักชวนให้เชยชม บ้านที่มีลูกสาวจะไม่ยอมปลูกต้นไม้ชนิดนี้เด็ดขาด

         - ตะเคียน : เป็นไม้ยืนต้นที่เชื่อกันว่า มีผีนางไม้สิงอยู่

         - เต่าร้าง : ชื่อออกไปในทางหย่าร้าง

         - ต้นสน : เชื่อว่าถ้าปลูกแล้วจะขัดสนไปตลอดชีวิต

         - ต้นรัก : เพราะเชื่อว่า จะทำให้ความรักยุ่งยากขึ้น และกลายเป็นคนมากรัก นอกจากนี้ ยางของต้นรัก ยังเป็นอันตรายต่อผิวหนังด้วย

         - ต้นระกำ : ถือว่าชื่อต้นระกำนั้น ไม่เป็นมงคลตั้งแต่โบราณมา จึงเชื่อกันว่า หากปลูกต้นระกำไว้ในบ้าน จะทำให้ได้รับความชอกช้ำ ระกำใจ อยู่ตลอดเวลา

         - ต้นซ่อนกลิ่น : มีอีกชื่อว่า ต้นซ่อนชู้ เป็นไม้ที่ไม่มงคลตามชื่อ ซึ่งหากนำมาปลูกในบ้าน จะทำให้ความรักความสัมพันธ์กับคนในครอบครัวเกิดปัญหากันขึ้น

- ต้นมะระ : เป็นไม้เลื้อยก็ไม่ปลูกในบ้านเหมือนกัน

         - ถั่วแปบ : มีความหมายว่า กะปอบ กะแปบ แปลว่า กระปริดกะปรอย คือ ค่อนข้างขัดข้อง ไม่ได้สะดวก

         - นางแย้มป่า : คนโบราณเชื่อว่าเป็นต้นไม้ผีสิง วันดีคืนดีจะกลายเป็นผีเอาก้อนอิฐขว้างปาบ้าน

         - น้ำเต้า : เป็นไม้เถา รูปร่างคล้ายนมสตรี คนมีวิชาคาถาอาคม ห้ามกิน และห้ามลอดร้านน้ำเต้า

 - ไผ่ : บางท้องถิ่นถือว่า ต้องให้ผู้สูงอายุปลูกถึงจะดี หนุ่มสาวห้ามปลูก เพราะถือกันว่าลำต้นไผ่ใช้เป็นคานสำหรับหามโลงหรือผีไปฝังในป่าช้า

- ต้นโพธิ์ ต้นไทร ต้นมะขาม และต้นตาล :  เป็นไม้ใหญ่ ไม่นิยมปลูกใกล้บ้านหรือในรั้วบ้าน เชื่อว่ามีวิญญาณอาศัยอยู่

         - พุดตาน : เนื่องจากดอกพุดตานเปลี่ยนสีได้ตลอดวัน จากขาวเป็นชมพูอ่อน และเข้มขึ้นในตอนบ่าย ทำให้เจ้าของเป็นคนสับปลับ

         - เพกา : เป็นของต้องห้าม ฝักมีปลายแหลมเหมือนคมหอก ดาบ ตรีศูลหรือนพศูลที่อยู่บนยอดปรางค์ บางทีก็เรียกว่า ฝักเพกา

         - ปรง : ภาคกลางไม่นิยมปลูกในบ้าน เพราะถือกันว่า ใบของมันมักถูกนำมาใช้ประกอบหีบศพหรือทำพวงหรีด

         - มะละกอ :  ชื่อคล้าย มร หรือ มะระ แปลว่า ตาย เอามาปลูกไว้ในรั้วบ้าน จะทำให้ฉิบหายวายวอด มักนิยมปลูกนอกรั้วบ้าน หรือในสวนไกลออกไป

         - มะตูม : ปลูกในรั้วบ้านอาจเกิดอุบัติเหตุ เกิดอัคคีไฟตูมตามแน่

         - มะขามเทศกับหวาย : เป็นไม้มีหนามซึ่งถือกันว่าเป็นสิ่งที่จะทำให้เกิดอุปสรรคต่าง ๆ

         - มะพูด : เป็นต้นไม้ใหญ่เหมือนกัน มีอาถรรพ์บางอย่าง

         - มะเฟือง : ท่านว่าไม่ดี คนมีวิชาอาคม หรือถูกลงยันต์ห้ามลอดกิ่งมะเฟือง

         - มะรุม : ผู้คนจะมารุมข่มเหงเอา

         - มะกอก : เชื่อว่าจะทำให้เจ้าของบ้านกลายเป็นคนกลับกลอก เชื่อถือไม่ได้

         - รักเร่ : ใครปลูกจะเป็นคนหลายใจ เร่ขายรัก

 - ลั่นทม : ปลูกไว้ในบ้านไม่ดี มีสุขจะกลายเป็นทุกข์ คู่ครองจะห่างเหิน จะมีแต่ความทุกข์ นานาประการ  คำว่า ลั่นทม ออกเสียงคล้ายระทม อันแปลว่าความทุกข์ แต่ภาคเหนือ เรียกลั่นทมว่า "จำปาลาว" ทางภาคอีสานเรียกว่า "จำปา" ไม่มีความหมายของความทุกข์จึงไม่ถือกัน

         - หลุ่ย : ต้นไม้ประเภทนี้มีฝัก มักขึ้นในดินแดนใกล้ทะเล เอามาปลูกในบ้าน จะทำให้หลุดลุ่ย บ้านจะเป็นความ ต้องรื้อถอน ต้องขายโยกย้ายกระจายไป

         - หลิว : คนจีนไม่นิยมปลูกในบ้านเพราะใบหลิวลู่ย้อยลงมา เป็นสัญลักษณ์คล้ายคนโศกเศร้า เห็นเข้าทำให้อารมณ์เศร้าซึม เขาว่าบ้านใดมีลูกสาวและปลูกต้นหลิวไว้ในบ้านด้วย ลูกสาวบ้านนั้นจะไม่มีใครมาสู่ขอและต้องเป็นสาวแก่ทึนทึกไปจนตาย

         - โศก : โบราณว่าหมายถึงความโศกเศร้า

         - สลัดได : ไม่นิยมปลูกในรั้วบ้านเช่นกัน เพราะหมายถึง การสลัดโชคลาภออกไปจากบ้าน

         แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น การปลูกต้นไม้แต่ละชนิดก็ขึ้นอยู่กับความสบายใจของเจ้าของบ้าน เพราะบางทีความเชื่อที่สืบทอดต่อกันมาอาจจะเป็นกลอุบาย ที่มีแง่คิด หรือคำเตือน แอบแฝงอยู่  เช่น โบราณว่าไว้ว่าห้ามปลูกต้นไม้จำพวกต้นไม้ใหญ่ที่ระหลังคา นั้นก็เป็นเพราะว่า เมื่อต้นไม้ดังกล่าวแผ่กิ่งกระจายไป ต้นไม้เหล่านั้นอาจจะเป็นทางเดินให้กับขโมย หรือเป็นเพราะต้นไม้กิ่งใหญ่อาจจะทำให้หลังคาเกิดความเสียหายก็เป็นได้นะคะ... แต่จะว่าไปการปลูกต้นไม้ ไม่ว่าชนิดไหน ๆ ก็ให้ประโยชน์แก่สิ่งมีชีวิต และเป็นประโยชน์ต่อระบบนิเวศอย่างแน่นอนล่ะค่ะ ที่สำคัญยังทำให้บ้านเราน่าอยู่ด้วยนะ ^ ^ 

https://home.kapook.com/view44327.html

Tuesday, March 14, 2017

ไม่อยากเสียเงินซ่อม...ขอร้องว่าอย่าทำ 18 อย่างนี้กับเครื่องใช้ไฟฟ้า !




         พฤติกรรมเสี่ยงทำลายเครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้านโดยไม่รู้ตัว ถ้าไม่อยากให้เครื่องใช้ไฟฟ้าต้องเสียหายและมีอายุการใช้งานสั้นเกินกว่ากำหนด เช็กแล้วเลี่ยงไว้ก่อนเลยดีกว่า

          ลองนึกย้อนกลับไปในวันที่ตัดสินใจซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าเข้าบ้านดูสิคะ มันเป็นเรื่องยากมากเลยใช่ไหมล่ะ เพราะด้วยราคาและฟังก์ชั่นการใช้งานที่มีมูลค่ามากมาย ฉะนั้นถ้ายังปล่อยปละละเลยและทำพฤติกรรมผิด ๆ เหล่านี้กับเครื่องใช้ไฟฟ้าต่อไป รับรองได้เลยว่าไม่ถอยเครื่องใหม่ก็ต้องเสียเงินซ่อมกันไปอีกนานแน่นอน ถ้าไม่อยากตกอยู่ในสภาพเช่นนั้นก็ต้องไปดูกันดีกว่าว่ามีพฤติกรรมไหนบ้างที่ไม่ควรทำ

เครื่องซักผ้า

1. วางของหนัก ๆ บนเครื่องซักผ้า

          แม้เครื่องซักผ้าจะเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าที่มีขนาดใหญ่ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะรองรับสิ่งของที่มีน้ำหนักมากได้เสมอไปหรอกนะคะ ควรจะยกออกไปวางที่อื่นดีกว่า แต่ถ้าจำเป็นที่จะต้องวางก็ให้วางแต่ของที่มีน้ำหนักเบา รวมไปถึงสายชิลทั้งหลายที่ชอบปีนขึ้นไปนั่งบนเครื่องซักผ้าขณะเครื่องกำลังทำงาน ลงไปนั่งรอที่อื่นดีกว่า ไม่งั้นเครื่องพังแน่ ๆ

2. ลืมเช็กของในกระเป๋าก่อนซัก

          อย่ามองข้ามสิ่งของเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่อยู่ตามกระเป๋าเสื้อและกางเกงไปเด็ดขาด เพราะถ้าหากมันหลุดออกมาจากกระเป๋าแล้วเข้าไปขัดกลไกของเครื่องซักผ้าเข้าละก็ อาจต้องเตรียมเงินไว้ซ่อมเครื่องกันยาว ๆ ฉะนั้นก่อนซักเสื้อผ้าทุกครั้งควรเช็กกระเป๋าเสื้อและกางเกงก่อนว่ามีสิ่งของอยู่ไหม ถ้ามีก็หยิบออกมาซะ

3. ไม่ทำความสะอาดขอบยาง

          หลังจากตากผ้าที่ซักเสร็จเรียบแล้ว ควรทำความสะอาดขอบยางฝาเครื่องซักผ้าให้สะอาดและแห้งสนิท ไร้เชื้อราฝังญาติมิตรที่ขอบยางด้วย โดยการใช้ผ้าชุบน้ำส้มสายชูเช็ดให้ทั่ว แล้วเช็ดออกด้วยผ้าแห้งซ้ำอีกครั้ง เปิดฝาทิ้งไว้ให้อากาศถ่ายเท เพียงเท่านี้ก็จะไม่มีเชื้อรามากวนใจ นอกจากนี้หากเครื่องซักผ้าไม่มีระบบทำความสะอาดเครื่อง  ให้เปิดเครื่องทำงานด้วยระบบน้ำร้อนและเทน้ำส้มสายชูลงไป ประมาณเดือนละ 1 ครั้ง

4. ปล่อยผ้าแห้งคาเครื่อง

          ถ้าไม่อยากให้ตัวถังและสายพานของเครื่องซักผ้าต้องรับน้ำหนักผ้าเปียกเอาไว้นาน ๆ จนพังเสียหาย ควรรีบนำผ้าออกจากเครื่องทันทีที่ซักเสร็จเรียบร้อย มิเช่นนั้นการแช่ผ้าไว้ในเครื่องนาน ๆ อาจจะทำให้คุณเสียทรัพย์ไปกับการซ่อมแซมโดยไม่รู้ตัว

ตู้เย็น

5. ขนย้ายตู้เย็นเป็นแนวนอน

          ช่างยกของจะรู้กันดีว่าไม่ควรยกตู้เย็นเป็นแนวราบ เพราะจะทำให้น้ำยาคอมเพรสเซอร์ตู้เย็นไหลออกมา ทำความเสียหายให้กับระบบภายใน แถมยังทำให้อายุการใช้งานสั้นลง หากจะเคลื่อนย้ายตำแหน่งตู้เย็นควรขยับในแนวตั้งหรือเอียงได้ไม่เกิน 40 องศา

6. ใช้งานตู้เย็นทันทีหลังย้ายเสร็จ

          ไม่ต้องตื่นเต้นกับเครื่องใช้ไฟฟ้าชิ้นใหม่ จนต้องรีบเปิดระบบทำความเย็นของตู้เย็นทันที เพราะจะทำให้น้ำยาคอมเพรสเซอร์รั่วไหลออกจนทำระบบภายในเสียหายไปด้วย ควรรอสักประมาณ 4 ชั่วโมง หรือ 15 ชั่วโมงหลังขนย้ายเพื่อให้น้ำยาเข้าที่ ค่อยเสียบปลั๊กใช้งานดีกว่า

7. แช่อาหารร้อนจัดในตู้เย็น

          ใจเย็น ๆ ก็ได้ไม่ต้องรีบแช่อาหารจานร้อนหรืออาหารที่เพิ่งปรุงเสร็จใหม่ ๆ ในตู้เย็นทันที มันไม่เน่าบูดเร็วขนาดนั้นหรอก ทิ้งไว้ข้างนอกสัก 30 นาที รอให้อาหารเย็นลงแล้วค่อยนำไปแช่จะดีกว่า ตู้เย็นจะได้ไม่ต้องเผชิญกับอุณหภูมิแปรปรวนเสี่ยงต่อการพังเสียหาย

8. ไม่ทำความสะอาดตู้เย็น

          ไม่ใช่แค่ระบบภายในเพียงอย่างเดียวที่เราจะต้องดูแลรักษาความสะอาดอยู่บ่อย ๆ เพราะฝุ่นควันที่เกาะอยู่ตามหลังตู้เย็นเหล่านี้ มีผลทำให้ตู้เย็นเสียหายเหมือนกัน หมั่นใช้ผ้าหรือเครื่องดูดฝุ่นกำจัดสิ่งสกปรกบ้างก็ดี

หม้อหุงข้าว

9. หุงข้าวทั้ง ๆ ที่ยังไม่เช็ดก้นหม้อ

          ต่อให้งานบ้านจะเยอะแยะและต้องทำเวลารีบเร่งขนาดไหน ไม่ควรลืมเช็ดก้นหม้อหุงข้าวให้แห้งสนิทซะก่อน เพราะถ้าใส่ลงไปหุงทั้ง ๆ ที่ก้นหม้อยังเปียกอยู่ อาจจะทำให้เกิดไฟฟ้าลัดวงจรได้นะ

10. ใช้ฝอยขัดหม้อล้างหม้อหุงข้าว

          การล้างทำความสะอาดหม้อหุงข้าว ไม่จำเป็นต้องใช้แรงขัดถูอะไรให้มากมาย เพราะถ้ามีเศษข้าวแห้งกรังติดอยู่ให้แช่น้ำทิ้งไว้ แล้วค่อยล้างทำความสะอาดด้วยฟองน้ำล้างจานก็พอ ไม่ต้องถึงขั้นใช้ฝอยขัดหม้อขัดจนเกิดรอยขีดข่วน

ไมโครเวฟ

11. วางของบนไมโครเวฟ

          แนะนำให้วางของไว้ที่อื่นดีกว่า เพราะการวางของบนไมโครเวฟจะไปบังช่องระบายอากาศ และเมื่อไมโครเวฟไม่สามารถระบายความร้อนออกมาได้ ก็จะทำให้เครื่องร้อนและพังในที่สุดหรืออาจทำให้เกิดประกายไฟตามมา

12. อบอาหารน้ำหนักเกิน

          ก่อนจะอบหรืออุ่นอาหารในไมโครเวฟ เช็กกันดีแล้วหรือยังว่าอาหารนั้นมีน้ำหนักเกินกว่าที่เครื่องกำหนดไว้หรือเปล่า เพราะไมโครเวฟไม่สามารถรองรับน้ำหนักมาก ๆ ได้เหมือนเตาอบขนาดใหญ่ ทางที่ดีควรอ่านคู่มือให้ละเอียดก่อนใช้ เพื่อเช็กน้ำหนักให้แน่นอน

13. อบอาหารด้วยภาชนะทั่วไป

          ข้อนี้ถือว่าสำคัญมากเลยทีเดียว เพราะการอบอาหารด้วยภาชนะที่ไม่ได้ระบุว่าสามารถใช้กับไมโครเวฟได้ นอกจากจะทำให้ไมโครเวฟเสียหายแล้ว อาจทำให้เกิดการระเบิดภายในขณะกำลังใช้งานและกลายเป็นไฟไหม้บ้านได้

เครื่องปิ้งขนมปัง

14. วางในที่เสี่ยง

          ถึงเครื่องปิ้งขนมปังจะไม่ได้มีระบบการทำงานที่ซับซ้อนอะไรมากมาย แต่ก็ควรจะวางเครื่องปิ้งขนมปังเอาไว้ในที่ที่ปลอดภัย ไม่โดนน้ำกระเด็นใส่  ไม่ตั้งไว้ใกล้กับวัตถุไวไฟ อย่างเช่น ผ้าม่านหรือผ้าขี้ริ้ว เพื่อป้องกันอุบัติเหตุที่จะตามมา

15. ไม่ทำความสะอาดเครื่องปิ้งขนมปัง

          การใช้เครื่องปิ้งขนมปังแทบทุกวันแล้วไม่ยอมทำความสะอาดเลย จะทำให้เครื่องพังง่ายขึ้น อายุการใช้งานสั้นลง ทางที่ดีควรจะทำความสะอาดทุกวันหลังจากใช้งานเสร็จ เพื่อไม่ให้มีเศษขนมปังไปอุดตันระบบด้านใน

16. ปิ้งขนมปังสารพัดชนิด

          แม้จะขึ้นชื่อว่าเป็น เครื่องปิ้งขนมปังแต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะปิ้งขนมปังได้ทุกชนิดเสมอไป เครื่องปิ้งขนมปังควรนำมาใช้กับขนมปังแผ่นหรือขนมปังแห้ง ๆ เพียงอย่างเดียวเท่านั้น ส่วนขนมปังอย่าง สโคนทาเนย ไม่ควรนำมาปิ้งเด็ดขาด

เครื่องปั่น

17. ปั่นอาหารร้อน

          แม้ว่าอาหารบางชนิดที่จะนำเข้าเครื่องปั่นต้องผ่านการต้มน้ำร้อน ๆ มาก่อน แต่ก็ไม่จำเป็นต้องนำลงไปปั่นเลยทันที ควรตั้งทิ้งไว้ให้อาหารเย็นตัวก่อน สักประมาณ 70-80 องศาเซลเซียส แล้วค่อยนำไปปั่น ที่สำคัญต้องตรวจสอบให้ดีก่อนใช้ว่าโถกับฐานเครื่องปั่นปิดสนิทแล้วจริง ๆ

18. ปั่นติดกันนานเกินไป

          หัวปั่นอาหารเป็นอีกหนึ่งเครื่องไฟฟ้าที่เราต้องดูแลรักษาเป็นอย่างดี โดยการไม่เปิดระบบการใช้งานปั่นอาหารนานเกินไป เพราะอาจจะทำให้มอเตอร์ทำงานหนักจนร้อนและเกิดความเสียหายตามมา

          เมื่อรู้อย่างนี้แล้วก็ควรหลีกเลี่ยงพฤติกรรมผิด ๆ เหล่านี้ไปเลย เพราะนอกจากจะไม่ทำให้เกิดผลดีแล้วยังสร้างความเสียหาย ทำลายอายุการใช้งานเครื่องใช้ไฟฟ้าให้สั้นลงอีกต่างหาก เราควรจะรักษาคุณภาพของมันเอาไว้ให้อยู่ใช้งานได้นาน ๆ จะไม่ต้องเสียเงินซื้อหรือซ่อมแซมบ่อยยังไงล่ะ

ขอขอบคุณข้อมูลจาก Brightside และ 5-Minute Crafts
เครดิตภาพ  https://home.kapook.com/view164289.html



Tuesday, March 7, 2017

9 ต้นไม้จัดสวนมีพิษ อันตรายต่อหมา-แมว แต่ไม่ทำร้ายคน




          ต้นไม้จัดสวนมีพิษเป็นอันตรายต่อหมา-แมว มีอะไรบ้าง มาดู 10 ต้นไม้จัดสวนมีพิษ อันตรายต่อหมา-แมว แต่ไม่ทำร้ายคน ใครมีสัตว์เลี้ยงไม่ควรปลูกไว้ที่บ้าน

          แม้ต้นไม้จัดสวนจะทำให้บ้านดูสวยงาม ร่มรื่น และมีสีสัน แต่หากบ้านไหนมีสัตว์เลี้ยงควรเลือกต้นไม้จัดสวนมาปลูกอย่างระวัง เพราะต้นไม้บางชนิดมีพิษที่เป็นอันตรายต่อสัตว์เลี้ยง เช่น หมาและแมว ถ้าอยากรู้ว่าต้นไม้จัดสวนมีอะไรบ้างที่ควรปลูก วันนี้กระปุกดอทคอมก็ได้รวบรวม 10 ต้นไม้จัดสวนมีพิษ อันตรายต่อหมา-แมว แต่ไม่ทำร้ายคน มาฝาก เพื่อเลี่ยงไปปลูกต้นไม้จัดสวนชนิดอื่นแทน

1. บอนสี

          พืชในตระกูล บอน (Elephant’s Ear) ถือว่าเป็นไม้ล้มลุกที่มีอายุยืนยาว ลักษณะลำต้นตั้งตรงและออกใบขนาดใหญ่ แม้ว่าหัวหรือไหลของมันจะสามารถนำมาประกอบอาหารได้แต่ก็ต้องทำให้ถูกวิธีเท่านั้น เพราะในต้นบอนโดยเฉพาะบอนสี เต็มไปด้วยพิษร้ายแรงที่ถูกจัดอยู่ในอันดับ 4 ของพืชที่มีพิษเลยทีเดียว ถ้าหมา-แมวเผลอไปกัดกินก็อาจจะทำให้ระบบทางเดินหายใจติดขัด กลืนอาหารผิดปกติ หรืออาจเป็นอันตรายถึงชีวิต

2. สาวน้อยประแป้ง

          แม้ว่าสาวน้อยประแป้ง (Dumbcane) จะไม่มีพิษร้ายแรงที่อาจจะเป็นอันตรายถึงแก่ชีวิต แต่มันก็ยังสามารถแพร่พิษไปในอากาศจนทำให้ระบบทางเดินหายใจทำงานผิดปกติ เกิดอาการตัวบวมได้ทั้งในมนุษย์และหมา-แมว ทางที่ดีควรเลี่ยงหลีกให้ห่างจากต้นไม้ชนิดนี้โดยเฉพาะน้ำยาง เพราะเป็นส่วนที่อาจทำให้เกิดการระคายเคืองผิวหนัง หากเข้าตามันก็จะเข้าไปทำลายกระจกตาได้

3. ยี่โถ

          ต้นยี่โถ (Oleander)  เป็นไม้พุ่มทรงเตี้ย ออกดอกสีสันสวยงาม ทุกส่วนของต้นยี่โถเต็มไปด้วยพิษร้ายแรง โดยเฉพาะน้ำยางสีขาว ๆ ที่อาจทำให้เกิดอาการหัวใจวาย ถึงขั้นเคยล้มวัวหนัก 680 กิโลกรัมมาแล้ว และถ้าหมา-แมวเผลอกินเข้าไป แน่นอนว่าพิษจะทำให้เกิดอาการท้องเสียรุนแรง กล้ามเนื้อสั่น ระบบทางเดินหายใจทำงานผิดปกติ และเกิดภาวะหัวใจล้มเหลวตามมา

4. ปรงสาคู

          ปรงสาคู (Sago Palm) ถึงชื่อสากลจะมีคำว่า ปาล์มแต่ก็ไม่ได้เกี่ยวข้องหรือเป็นต้นปาล์มแต่อย่างใด เพราะมันถูกจัดอยู่ในกลุ่มต้นปรงซึ่งเป็นพืชที่มีพิษทุกสัดส่วนของต้น ถ้าหากมีส่วนใดส่วนหนึ่งเข้าสู่ร่างกาย จะเสี่ยงเป็นอันตรายต่อชีวิตได้ถึง 50-75% ซึ่งอาการเบื้องต้นที่ปรากฏขึ้นนั้น จะทำให้หมา-แมวถ่ายออกมาเป็นสีดำ ระบบอวัยวะภายในฟกช้ำ ทำลายระบบประสาท และส่งผลทำให้ตับล้มเหลว

5. ว่านหางจระเข้

          ว่านหางจระเข้ (Aloe vera) เป็นพืชล้มลุกชนิดหนึ่งที่มีลักษณะต้นเป็นใบยาวเรียวแหลม ภายในมีเจลใสที่สามารถใช้รักษาแผลไฟไหม้และทำประโยชน์อย่างอื่นได้อีกมากมาย แต่มันกลับเป็นพิษเป็นภัยต่อหมา-แมว เพราะถ้าหากพวกมันเผลอกัดกินเข้าไปก็จะทำให้เกิดอาการท้องเสีย อ่อนเพลีย ซึมเศร้า อาเจียน เบื่ออาหาร สั่นไปทั่งตัว แถมสีของปัสสาวะยังเปลี่ยนไปจากเดิมอีกด้วย

6. ว่านสี่ทิศ

          ว่านสี่ทิศ (Amaryllis) เป็นไม้ดอกทรงพุ่มที่ออกดอกสีแดง มีลักษณะคล้ายดอกลิลลี่และยังถูกจัดให้เป็นไม้มงคลที่ใช้เสี่ยงทายอีกด้วย แต่ถ้าจะหามาปลูกประดับไว้ในบ้านก็คงต้องดูให้ดี ๆ เพราะพืชชนิดนี้มีพิษรุนแรงต่อหมา-แมว โดยเฉพาะส่วนที่เป็นดอกของว่านสี่ทิศ เพราะหากพิษเข้าสู่ร่างกาย หมา-แมวจะมีอาการคลื่นไส้อาเจียน ท้องเสีย ปวดท้องอย่างหนัก สั่นไปทั้งตัว เบื่ออาหาร และเกิดภาวะน้ำลายหลั่งมากผิดปกติ

7. ผักบุ้ง

          ผักบุ้ง (Morning Glory) เป็นผักน้ำหรือพืชผักท้องถิ่นที่มีประโยชน์ต่อมนุษย์อย่างมาก มาพร้อมกับวิตามินต่าง ๆ ที่ช่วยบำรุงร่างกาย แต่รู้หรือไม่ว่ามันกลับเป็นอันตรายกับหมา-แมว เพราะถ้าพวกมันกินเข้าไป ยางที่อยู่ในผักบุ้งจะทำให้ระบบทางเดินอาหารทำงานผิดปกติ หายใจติดขัด สั่นไปทั้งตัว กล้ามเนื้อกระตุก เบื่ออาหาร และเกิดภาพหลอน

8. พลูด่าง

          พลูด่าง (Pothos) จัดเป็นไม้เลื้อยที่นิยมนำมาประดับบ้านและโต๊ะทำงานเพื่อให้ได้บรรยากาศร่มรื่น ดูสบายตา แต่สำหรับหมา-แมวแล้วพลูด่างกลับเป็นพืชที่ไม่น่าเข้าใกล้เลย แม้มันจะไม่ได้มีพิษร้ายแรงเหมือนพืชชนิดอื่น ๆ แต่ถ้าหากเผลอกัดกินเข้าไปก็จะทำให้เกิดการระคายเคืองภายในช่องปาก เพราะมีการเผาไหม้อย่างรุนแรง เกิดภาวะน้ำลายหลั่งมากผิดปกติ อาเจียน และกลืนอาหารลำบาก

9. ต้นคริสต์มาส

          ต้นคริสต์มาส (Poinsettia) เป็นไม้พุ่มเตี้ยที่ออกใบสีแดงสดในช่วงคริสต์มาส ซึ่งมีพิษชนิดรุนแรงกับหมา-แมว ถ้าพวกมันไปสัมผัสหรือกัดกินเข้าไป จะทำให้เกิดการเผาไหม้และระคายเคืองตามผิวหนัง ในช่องปาก หรือบริเวณที่สัมผัสโดน รวมทั้งปวดท้องและอาเจียนเล็กน้อย

          แต่ละต้นนี่มีพิษที่เป็นอันตรายอย่างคาดไม่ถึงเลยใช่ไหมล่ะคะ เอาเป็นว่าบ้านไหนที่มีหมา-แมวก็ควรหลีกเลี่ยงการปลูกต้นไม้เหล่านี้ เพื่อให้สัตว์เลี้ยงแสนรักได้ใช้ชีวิตอยู่อย่างปลอดภัยและมีความสุขไปกับคุณนาน ๆ

ขอขอบคุณข้อมูลจาก housebeautiful, care2, Medthai, Wikipedia และ Vcharkarn
เครดิตภาพ  https://home.kapook.com/view166906.html

Monday, February 27, 2017

10 วิธีกำจัดขนสัตว์ในบ้าน กวาดทิ้งง่ายไม่ฟุ้งกระจาย




        วิธีกำจัดขนสัตว์ในบ้าน ไม่ว่าจะเป็นขนหมาในบ้านหรือขนแมวในห้อง ก็ไม่เหลือกวนใจ ด้วย 10 วิธีทำความสะอาดขนสัตว์ในบ้านง่าย ๆ

          คนเลี้ยงสัตว์ในบ้านมักจะปวดหัวกับขนสัตว์ที่ฟุ้งกระจาย บ้างก็ติดอยู่ตามโซฟา บ้างก็เกลื่อนกลาดอยู่เต็มพื้น โดยเฉพาะช่วงที่สัตว์ผลัดขน วันนี้กระปุกดอทคอมเลยรวบรวมวิธีกำจัดขนสัตว์ในบ้าน ทั้งวิธีกำจัดขนหมาในบ้าน วิธีกำจัดขนแมวในห้องด้วยเครื่องดูดฝุ่น ลูกกลิ้งกำจัดขน และอื่น ๆ อีกมากมายจากของใช้ในบ้าน เพื่อจบปัญหากวนใจเรื่องขนสัตว์ฟุ้งกระจายเต็มบ้าน กวาดเท่าไรก็ไม่สะอาดสักที !

1. ฟองน้ำ

          การกำจัดขนสัตว์เลี้ยงบนโซฟาเป็นเรื่องยากพอสมควร เพราะมันชอบเข้าไปติดอยู่ตามซอกเล็ก ๆ แต่ฟองน้ำช่วยได้ค่ะ เพียงแค่นำฟองน้ำแห้งที่มีอยู่ในบ้านมาปาดเส้นขนบนโซฟาออกเบา ๆ เพื่อไม่ให้ขนฟุ้งกระจายและหลุดออกจากโซฟาจนหมด

2. ถุงมือยาง

          ใช้มือเปล่าหยิบขนสัตว์อาจจะยาก แนะนำให้หาถุงมือยางที่ใช้ทำความสะอาดภายในบ้าน และที่สำคัญต้องเป็นถุงมือแห้งไม่เปียกน้ำด้วยนะคะ หลังจากสวมถุงมือแล้วก็หยิบขนสัตว์ออกจากโซฟาให้หมด เพราะถุงมือยางจะเสียดสีและทำปฏิกิริยาเกิดไฟฟ้าสถิตกับโซฟา ทำให้ขนสัตว์หลุดออกจากโซฟาได้ง่ายขึ้น

3. โรลกำจัดขนทำเอง

          ถ้าโรลกำจัดฝุ่นมันแพงนัก เราก็จัดการ DIY โรลกำจัดเส้นขนเองเลยดีกว่า โดยเริ่มจากนำเทปกาวอย่างหนามาพันไว้ที่หัวลูกกลิ้งทาสีอันเก่าที่ไม่ได้ใช้งานแล้ว พันแบบหันด้านเทปกาวออกข้างนอกให้ทั่วหัวลูกกลิ้ง แล้วนำไปกลิ้งตามจุดที่มีขนสัตว์เลี้ยงให้หมด

4. สเปรย์น้ำยาปรับผ้านุ่ม

          นอกจากโซฟาบุนวมแล้ว ตามเฟอร์นิเจอร์เนื้อเรียบชนิดอื่น ๆ ที่ไม่ได้บุนวมก็ชอบมีขนสัตว์เลี้ยงเกาะเต็มไปหมด จะหยิบออกก็ยากเย็นเหลือเกิน แนะนำให้ผสมน้ำเปล่ากับน้ำยาปรับผ้านุ่มในปริมาณที่เท่า ๆ กัน เทใส่ขวดสเปรย์ แล้วนำไปฉีดบริเวณที่มีขนสัตว์เลี้ยง ใช้ผ้าสะอาดเช็ดออก ขนสัตว์ก็จะหลุดออกอย่างง่ายดาย

5. น้ำยาขัดเงาเนื้อไม้

          บ้านไหนที่แต่งบ้านด้วยเฟอร์นิเจอร์ไม้และเลี้ยงสัตว์เลี้ยงเอาไว้ แนะนำให้ใช้นำยาขัดเงาเนื้อฉีดพ่นลงไป แล้วใช้ผ้าขนนุ่มที่ใช้ทำความสะอาดเนื้อไม้โดยเฉพาะเช็ด เจ้าขนสัตว์ที่น่ารำคาญก็จะหลุดออก ง่ายต่อการกวาดและรวบไปทิ้งเลยค่ะ

6. โรลม้วนผม

          งานนี้ง่ายเลยค่ะสาว ๆ หากสาวคนไหนที่มีโรลม้วนผมติดบ้านไว้ ก็ให้นำออกมาถูไปบนเฟอร์นิเจอร์หรือพื้นผิวที่มีขนสัตว์ติดอยู่ บรรดาเส้นขนสัตว์ที่น่ากวนใจก็ถูกเกี่ยวติดไปกับโรลจนหมดเกลี้ยง ไม่มีเหลือให้กวนใจอีกต่อไป

7. ลูกโป่ง

          ของเล่นเด็กธรรมดา ๆ อย่างลูกโป่งนี่แหละที่จะช่วยกำจัดขนสัตว์ให้หมดไปจากบ้าน ก่อนอื่นเราต้องเป่าลูกโป่งให้พอง แล้วนำไปถูตรงบริเวณที่มีขนสัตว์เพียงเบา ๆ เพื่อให้เกิดไฟฟ้าสถิต แล้วขนสัตว์ก็จะติดตามลูกโป่งขึ้นมาเอง จากนั้นก็นำไปทิ้งให้เรียบร้อย

8. แปรงยาง

          แปรงยางเป็นอีกหนึ่งตัวช่วยในการจำกัดขนออกจากพรม ซึ่งทำได้ง่าย ๆ ไม่ซับซ้อนอะไรมากนัก แค่นำแปรงยางหรือไม้ม็อบรีดน้ำแบบหัวยาง มาถูย้อนแนวขนพรมเพื่อให้เกิดไฟฟ้าสถิต ขนสัตว์ก็จะหลุดออกมาเอง

9. พื้นรองเท้ายาง

          ถ้าไม่มีเวลามากพอในการจัดเตรียมอุปกรณ์ทำความสะอาด ก็ไม่ต้องกังวลไป เพราะแค่นำพื้นรองเท้าชนิดยางที่สะอาด ๆ มาถูไปบนพื้น พรม และบริเวณที่มีขนสัตว์หลุดร่วง ขนสัตว์ก็จะติดขึ้นมาตามพื้นรองเท้า สามารถรวบไปทิ้งได้อย่างง่ายดาย

10. เครื่องดูดฝุ่น

          เป็นอีกหนึ่งวิธีที่หลายบ้านเลือกใช้ เพราะมันทั้งง่ายและก็ประหยัดเวลาเอามาก ๆ ที่สำคัญหลังจากนำเครื่องดูดมาทำความสะอาดขนสัตว์ออกจากจุดต่าง ๆ ของบ้านแล้ว ก็อย่าลืมถอดฟิลเตอร์หรือตัวกรองออกมาทำความสะอาดด้วยนะคะ

          หากมีปัญหาเรื่องขนสัตว์เลี้ยงกระจายฟุ้งทั่วบ้าน ติดตามโซฟาเต็มไปหมด หรือบนพื้น ก็ลองนำวิธีที่กระปุกดอทคอมรวบรวมมาฝากกันในวันนี้ไปใช้กันนะคะ เพราะจะช่วยให้ทำความสะอาดขนสัตว์ในบ้านได้ง่ายขึ้น กวาดทีเดียวก็ได้เป็นกอง ไม่ต้องเสียเวลาและเสียอารมณ์เพราะขนสัตว์ฟุ้งกระจายเต็มบ้านอีกต่อไป

ขอขอบคุณข้อมูลจาก quickanddirtytips, Apartmenttherapy และ Wikihow
https://home.kapook.com/view166581.html
เครดิตภาพ  https://www.pinterest.com/explore/%E0%B9%81%E0%B8%A1%E0%B8%A7/