Wednesday, May 10, 2017

10 ไม้ดอกไม้ประดับน่าปลูก ตัดปักแจกันตกแต่งบ้านได้




         ไม้ดอกไม้ประดับปลูกในบ้าน สามารถตัดมาปักแจกันตกแต่งบ้านได้ มาดู ไม้ดอกไม้ประดับปลูกในบ้าน สร้างสีสัน ความสดชื่นให้ภายในบ้าน และยังนำมาปักแจกันได้ด้วย

          การนำไม้ดอกไม้ประดับทั้งแบบกระถางหรือจัดใส่แจกันมาตกแต่งตามจุดต่าง ๆ เช่น ในสวน โต๊ะรับแขก เคาน์เตอร์ห้องน้ำ หรือโต๊ะทานข้าว ฯลฯ เป็นเทคนิคง่าย ๆ ที่ยังคงถูกนำมาใช้กันอยู่เสมอ เพราะนอกจากจะสะดวกรวดเร็วสามารถเปลี่ยนบรรยากาศในบ้านได้ในพริบตาแล้ว ยังช่วยให้บ้านสดชื่นขึ้นอีกด้วย หากคุณเป็นอีกคนที่อยากจะลองนำไม้ดอกไม้ประดับมาตกแต่งบ้านดูบ้าง แต่ยังไม่มีไอเดียและข้อมูลในการเลือกพันธุ์ไม้ก็ไม่ต้องกังวลไป เพราะในวันนี้เราได้รวบรวมไม้ดอกนานาพรรณมาแนะนำตัวให้ได้รู้จักกันก่อนที่จะตัดสินใจนำมาประดับบ้านค่ะ

1. แอฟริกันไวโอเล็ต (Africa Violet)

          ถึงแม้ชื่อของไม้ดอกจะฟังดูเหมือนอยู่ไกลคนละทวีป แต่ก็สามารถนำมาเติมสีสันให้กับบ้านของเราได้เช่นกัน เพราะเป็นพืชที่ชอบแดดเอามาก ๆ แถมขนาดก็พอเหมาะพอดีไม่สูงหรือเตี้ยจนเกินไป ดอกเป็นสีม่วงสดที่ให้ทั้งความสวยงามและมีเสน่ห์ลึกลับน่าหลงใหล ส่วนวิธีการดูแลรักษาก็ง่ายนิดเดียว แค่นำไปวางไว้ริมหน้าต่าง และใช้ฟ็อกกี้พรมหน้าดินให้ชุ่มทุกเช้า-เย็นก็พอ

 2. ชบา (Hibicus)

          ดอกไม้ขนาดใหญ่ที่มีเกสรยาวยื่นออกมา เหมือนเป็นสัญลักษณ์แห่งเขตร้อน โดยมีสีสันให้เลือกมากมายทั้งสีชมพู สีแดง สีส้ม สีเหลือง หรือแบบเฉดผสม นอกจากจะทำให้บ้านมีชีวิตชีวาขึ้นแล้ว ยังสร้างความโดดเด่นให้กับพื้นที่ใกล้เคียงด้วย ทั้งนี้ถ้าอยากจะให้ดอกชบาบานสะพรั่งและอยู่คู่กับบ้านไปนาน ๆ ก็ควรจะรดน้ำให้ดินชุ่มชื้นอยู่เสมอ และวางไว้ในที่ร่มโดนแสงแดดน้อยที่สุด

 3. ผีเสื้อราตรี (Oxalis)

          สำหรับคนที่ต้องการความแปลกใหม่ต้นผีเสื้อราตรีเป็นอีกทางเลือหนึ่งที่น่าสนใจไม่แพ้กันเลย เพราะใบของต้นผีเสื้อราตรีจะถูกแต่งแต้มด้วยสีม่วงเข้มตัดกับก้านสีเขียวสด หากออกดอกจะแบ่งบานสีขาวอมชมพู ซึ่งดูเหมือนมีกลุ่มผีเสื้อเล็ก ๆ รุมล้อมอยู่รอบ ๆ และเนื่องจากเป็นพืชที่ชอบแดด เพราะฉะนั้นควรนำไปไว้ในบริเวณที่มีแสงแดดส่องถึง อย่างเช่น ข้างประตู หรือริมหน้าต่าง จะช่วยให้เจริญเติบโตและสวยงามมากยิ่งขึ้น

 4. หน้าวัว (Anthurium)

          ถึงแม้ชื่อเรียกจะไม่ไพเราะเพราะพริ้งดังเช่นดอกไม้อื่น ๆ แต่ถ้าพูดถึงเรื่องความสวยงามดอกหน้าวัวก็มีอยู่ไม่แพ้ใคร เริ่มตั้งแต่ลักษณะของใบที่มาในรูปหัวใจ แบบเดียวกับกลีบดอก แตกต่างกันแค่สีสันเท่านั้น อีกทั้งยังมีเกสรขนาดใหญ่อันเป็นเอกลักษณ์ที่ทำให้จดจำได้ง่าย แถมตัวดอกเองก็คงสภาพเดิมได้หลายวัน และจะอยู่ได้นานขึ้นหากนำไปวางไว้ในที่ที่มีแดดรำไร

 5. มะลิ (Jasmine)
         
          ส่วนคนที่หลงใหลและชื่นชอบกลิ่นหอม ๆ ของดอกไม้ ต้นมะลิ เป็นทางเลือกหนึ่งที่ไม่ควรพลาดเลย เพราะนอกจากกลิ่นอันเป็นเอกลักษณ์ และดอกสีขาวขนาดเล็ก ที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้หลากหลาย ตั้งแต่ร้อยมาลัย ไปจนถึงประดับตกแต่งบ้าน ในเวลาที่มีลมพัดโชยก็จะพากลิ่มหอม ๆ ของดอกมะลิฟุ้งกระจายไปทั่วบ้าน สร้างความหอมสดชื่น โดยต้นมะลิเหมาะจะปลูกในที่แดดแรง ๆ

6. ส้มจี๊ด (Calamondin Orange)

          ผลไม้ลูกเล็ก ๆ ที่มาพร้อมกับสีสันที่จัดจ้านและรสชาติชื่นใจ ซึ่งให้ดอกออกผลตลอดทั้งปี แถมยังเป็นต้นไม้สารพัดประโยชน์นำไปประยุกต์ใช้ได้หลากหลายด้วย ทั้งปลูกประดับสวน ตกแต่งบ้าน และปลูกเอาผล โดยสามารถทานแบบสด ๆ หรือจะนำไปปรุงอาหารก็ได้ แต่ทั้งนี้ในช่วงแรกอาจจะต้องดูแลและให้น้ำมาเป็นพิเศษ เพื่อทำให้ลำต้นสมบูรณ์และสร้างภูมิคุ้มกันป้องกันเหล่าแมลงมาทำลาย

 7. โป๊ยเซียน (Crown of Thorns)

          พืชอีกหนึ่งชนิดที่ชอบแดดแรง ๆ เหมาะสมกับอากาศช่วงหน้าร้อนเป็นอย่างมาก แถมยังดูแลง่ายเพราะโป๊ยเซียนไม่ค่อยชอบน้ำสักเท่าไหร่ นอกจากนี้ยังเป็นไม้ดอกขนาดกลางสามารถนำไปวางไว้ได้ในทุก ๆ ที่ในขณะเดียวกันยังเป็นไม้มงคลที่ช่วยส่งเสริมเรื่องโชค ลาภ วาสนาให้กับคนในบ้าน ส่วนลำต้นและดอกก็สวยไม่ซ้ำแบบใคร

8. ลิปสติก (Lipstick Vine)
          สำหรับบ้านที่มีพื้นที่ค่อนข้างก็สามารถเสริมความสวยงามให้กับบ้านได้เช่นกัน ด้วยต้นลิปสติก ไม้พุ่มขนาดเล็กที่สามารถนำไปปลูกไว้ในกระถางแขวนได้ สิ่งที่ทำให้ต้นนี้น่าสนใจอยู่ที่ดอกสีแดงขนาดยาวที่โผล่พ้นออกมาจาใบเลี้ยงสีม่วงเข้มที่ดูคล้ายแท่งลิปสติกของสาว ๆ และเข้ากันได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะเวลาที่อยู่กลางแดดในยามเช้า หรือแดดรำไรข้างหน้าต่าง

 9. เข็ม (Ixora)

          นอกจากสีสันอันหลากหลายที่มีทั้งสีแดง สีเหลือง สีส้ม ฯลฯ ที่ช่วยให้บ้านสดใสขึ้นแล้ว ยังเป็นอีกหนึ่งต้นไม้มงคลที่หลายคนนิยมปลูดติดบ้านไว้ด้วย อีกทั้งยังมีความสวยงามโดยเฉพาะในเวลาที่สีใบไม้ไล่เรียงกันไปตั้งแต่เฉดสีเขียวของใบอ่อน ๆ ไปจนถึงสีเข้ม ๆ ของใบแก่ หากเป็นไปได้ควรวางเอาไว้ในที่ที่แสงแดดจัด และหมั่นพรวนดินให้ร่วนซุยอยู่เสมอ พร้อมกับให้น้ำบ่อย 2-3 ครั้งต่อวัน

10. สับปะรดสี (Guzmania)

          สำหรับคนที่ต้องการจะปลูกสับปะรดสี ควรเลือกบริเวณที่มีแสงแดดน้อย ๆ อย่างเช่น ริมหน้าต่าง บนโต๊ะรับแขก ในห้องครัว หรือห้องน้ำก็ได้ เพราะเป็นต้นไม้ที่ชอบแดด แต่ไม่ทนแดดจัด โดยนอกจากสีสันสวยงามแล้ว ลำต้นและดอกยังคงสภาพได้นานหลายสัปดาห์ ไม่ต้องรดน้ำมากเพราะไม่ค่อยชอบน้ำ รดน้ำเพียงสัปดาห์ละ 2-3 ครั้งก็พอ

          หลังจากที่ได้ข้อมูลกันไปแล้วลองศึกษากันดูนะคะว่าไม้ดอกชนิดไหนเหมาะสมกับไลฟ์สไตล์ของเรา และการตกแต่งภายในบ้านบ้าง จะได้เลือกซื้อไม้ดอกไม้ประดับมาแต่งบ้านกันอย่างถูกต้องและโดนใจมากที่สุด

https://home.kapook.com/view63285.html

Tuesday, May 9, 2017

10 ต้นไม้ปลูกในคอนโด ไม่กินพื้นที่ แถมใช้ประโยชน์อีกเยอะ




         ต้นไม้ปลูกในคอนโดและต้นไม้ปลูกในบ้านที่มีพื้นที่ขนาดเล็ก ช่วยเพิ่มความสดชื่น ทำให้บรรยากาศดูปลอดโปร่ง แถมยังนำมาใช้ประโยชน์ได้หลากหลาย มีทั้งต้นไม้มงคลและผักเก็บกินได้

          ด้วยขนาดพื้นที่ที่ค่อนข้างจำกัด จึงทำให้ชาวคอนโดหลายคนไม่กล้าที่จะนำต้นไม้มาปลูกไว้ในห้องคอนโด หรืออาจจะกังวลเรื่องวิธีการปลูกและการดูแลที่ยุ่งยากเกินไป วันนี้กระปุกดอทคอมเลยอาสารวบรวมต้นไม้ที่เหมาะกับการปลูกประดับไว้ในคอนโดมาให้ชมกัน รับรองได้ว่าแต่ละสายพันธุ์ที่นำมานั้นมีขนาดกะทัดรัด ไม่เกะกะพื้นที่ แถมยังมีคุณสมบัติที่เอื้อประโยชน์ได้อีกมากมาย เพื่อให้เป็นอีกหนึ่งทางเลือกของคนรักต้นไม้ที่อาศัยในคอนโดกันค่ะ  

1. ไมโครกรีน

          ไมโครกรีนคือต้นพืชขนาดเล็กที่เจริญเติบโตมาจากเมล็ดพันธุ์ผักชนิดต่าง ๆ แถมยังอุดมไปด้วยวิตามินที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย จะนำมาทานกับอาหารจานไหนก็เข้ากันไปหมด นอกจากนี้ยังปลูกง่าย เลี้ยงง่าย ด้วยการเพาะเมล็ดพันธุ์ลงกระบะเจาะรูที่มีดินร่วน พรมน้ำให้พอชุ่ม แล้วปิดฝากระบะไว้ประมาณ 7 วัน ดูแลด้วยการฉีดน้ำวันละ 2 ครั้ง และตั้งกระบะให้โดนแดด

2. มะเขือเทศ

          มะเขือเทศเป็นพืชผักที่มีประโยชน์มากมาย ช่วยบำรุงร่างกายได้สารพัด ลักษณะของต้นมะเขือเทศที่เหมาะกับการนำมาปลูกในคอนโดก็คือต้นแบบพุ่ม เพราะมีลำต้นตั้งตรงและแตกกิ่งออกด้านล่าง สามารถตัดแต่งกิ่งได้ ปลูกโดยนำเมล็ดพันธุ์มะเขือเทศที่ชื่นชอบหย่อนลงในกระถางดินร่วนขนาดประมาณ 6 นิ้ว ดินร่วนที่ใช้จะต้องเป็นดินที่มีค่า pH ที่ประมาณ 5.5-7.0 ดูแลโดยการคลุมหน้าดินด้วยฟาง ดูแลรดน้ำมากหน่อยในระยะ 1 เดือนแรกและตั้งกระถางให้โดนแดดวันละ 12 ชั่วโมง

3. มะนาว

          ต้นมะนาวถือว่าเป็นพืชที่มีลำต้นขนาดกะทัดรัด สามารถปลูกในคอนโดได้ แถมยังช่วยเพิ่มกลิ่นหอม ๆ ชวนผ่อนคลายได้อีกด้วย วิธีปลูกให้นำเมล็ดจากผลที่สมบูรณ์มาแช่น้ำเย็น 1 คืน จากนั้นใช้ทิชชูห่อเก็บไว้ในกล่องที่มีฝาปิด พรมน้ำให้พอชุ่ม เมื่อสังเกตเห็นรากงอกออกมา ก็ให้ย้ายลงไปปลูกในกระถางดินร่วนได้เลย ดูแลรดน้ำให้พอชุ่มแต่อย่าแฉะ และตั้งกระถางให้โดนแดดรำไร

4. แครอท

          แครอทเป็นพืชที่มีหัวอยู่ใต้ดิน มีหลายสายพันธุ์สามารถเลือกนำมาปลูกได้ตามความเหมาะสมเลยค่ะ นอกจากนี้ยังอุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุที่มีประโยชน์ วิธีปลูกให้นำเมล็ดพันธุ์มาปลูกลงในกระถางดินร่วนปนทรายที่ระบายน้ำได้ดี แนะนำให้ใช้กระถางสูงประมาณ 8 นิ้ว ดูแลรดน้ำทั้งเช้า-เย็นให้พอชุ่ม และตั้งกระถางให้โดนแดด

5. ผักสลัด

          ผักสลัดมีมากมายหลายชนิด เช่น ผักกาดแก้ว ผักกาดคอส เรดโอ๊ค กรีนโอ๊ค และอีกมากมาย เป็นพืชอีกหนึ่งชนิดที่ปลูกเองได้ไม่ยาก แถมยังช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายเรื่องอาหารการกินไปได้ส่วนหนึ่ง วิธีปลูกให้นำเมล็ดพันธุ์ผักสลัดที่ชอบกินมาเพาะกล้าในถาดเพาะ เมื่อต้นกล้าเจริญเติบโตแข็งแรงดีภายใน 5-10 วัน ก็จัดการย้ายมาปลูกในกระถางที่มีดินร่วนผสมปุ๋ยหมัก เศษใบไม้แห้ง และวัสดุอินทรีย์ต่าง ๆ ดูแลรดน้ำให้พอชุ่มชื่นตลอดเวลา อย่าให้มีปัญหาน้ำขัง บำรุงด้วยปุ๋ยไนโตรเจนผสมน้ำ และตั้งกระถางไว้ในที่ร่มอย่าให้โดนแดดโดยตรง

6. กวักมรกต

          กวักมรกตเจริญเติบโตจากหัวที่อยู่ใต้ดิน ออกใบหนาสีเขียวเข้มเป็นมันเงางาม นอกจากนี้ยังเป็นไม้มงคลที่ช่วยกวักทรัพย์ให้ไหลมาเทมาอย่างไม่ขาดสาย นิยมปลูกในกระถางใช้ประดับภายในอาคารและห้องคอนโดได้สบาย ๆ ขยายพันธุ์ด้วยการชำใบ โดยเริ่มจากตัดใบของต้นที่สมบูรณ์มาชำลงในกระถางที่มีดินร่วนผสมแกลบ ขี้เถ้า กาบมะพร้าวสับที่อุ้มน้ำได้ดี รดน้ำเพียงเดือนละ 3 ครั้ง อย่าให้มีน้ำขัง และตั้งกระถางในที่ร่มก็พอเพราะเป็นพืชที่ต้องการแสงน้อยมาก

7. เดหลี

          เดหลีจัดอยู่ในประเภทไม้ดอกที่สง่างาม ลักษณะดอกคล้ายดอกหน้าวัว มีสีขาวอมเหลือง ออกใบเรียวยาวสีเขียวเข้ม ช่วยดูดซับสารพิษและฟอกอากาศภายในอาคารได้ดี จึงเหมาะแก่การนำมาปลูกประดับไว้ในห้องคอนโดมาก วิธีปลูกให้แยกกอจากต้นที่สมบูรณ์มาปลูกลงในดินร่วนที่ผสมปุ๋ยหมัก และเศษใบไม้ ดูแลรดน้ำปานกลาง พอให้ดินชุ่มแต่อย่าแฉะ และตั้งกระถางให้โดนแดดอ่อนแค่เล็กน้อย

8. ไผ่กวนอิม

          ไผ่กวนอิม เป็นไม้ยืนต้นขนาดเล็ก ลักษณะลำต้นกลมเป็นข้อ ออกใบสีเขียวรูปร่างเรียวยาวบริเวณยอด แถมยังเป็นไม้มงคลที่ช่วยเสริมฮวงจุ้ยและปรับธาตุต่าง ๆ ภายในบ้านให้สมดุล วิธีปลูกให้นำกิ่งพันธุ์ที่สมบูรณ์มาปักชำลงในกระถางที่มีดินร่วนผสมปุ๋ยหมัก ดูแลรดน้ำ 5 ครั้งต่อวัน และตั้งกระถางให้โดดแดดรำไรก็พอค่ะ

9. บัวดอย

          บัวดอยเป็นพืชล้มลุกที่พบมากตามป่าดิบเขา ลักษณะลำต้นเป็นเหง้าที่ฝังตัวอยู่ใต้ดิน มีใบสีเขียวรูปร่างเรียวยาว ออกดอกสีขาวตามข้อปล้อง เป็นพืชที่เลี้ยงง่ายและโตช้า ชอบแสงน้อย ทนทานต่อทุกสภาพอากาศจึงเหมาะกับการนำมาปลูกประดับภายในคอนโด

10. พลูด่าง

          พลูด่างเป็นไม้เลื้อยที่มีลักษณะใบคล้ายรูปหัวใจ นิยมนำมาปลูกประดับภายในอาคารบ้านเรือน เนื่องจากเป็นพืชที่ปลูกง่าย เลี้ยงง่าย โตไว และใช้ฟอกอากาศให้บริสุทธิ์ เหมาะมากที่จะนำมาปลูกประดับไว้ในคอนโด วิธีปลูกก็ไม่ยากเพียงแค่นำกิ่งพันธุ์ที่ต้องการมาปักชำลงในกระถางดินร่วนผสมแกลบและขุยมะพร้าว หรือนำมาปลูกในแจกันน้ำสะอาด ๆ อย่างเดียวก็ได้ค่ะ ต้นที่ปลูกในดินควรรดน้ำสัปดาห์ละ 3 ครั้ง ส่วนต้นที่ปลูกในน้ำให้ละลายปุ๋ยใส่น้ำเดือนละ 2-3 ครั้ง ตั้งกระถางให้โดนแดดรำไร

    ต้นไม้ปลูกในคอนโดที่เรานำมาฝากกันในวันนี้ ล้วนแล้วแต่เป็นต้นไม้ที่มีขนาดกะทัดรัด จะนำมาตกแต่งส่วนไหนก็ไม่เกะกะพื้นที่ใช้สอยภายในคอนโด แถมยังมีคุณสมบัติหลากหลายใช้ทำประโยชน์ได้อีกเยอะเลย หากใครที่ยังไม่มีไอเดียก็ลองนำต้นไม้เหล่านี้ไปพิจารณากันดูนะคะ 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก Imaginbetterthanknowledge, Ku, Puechkaset, 6sqft, Swnphvkssastrkwakmrkt, panmai และ wikipedia
เครดิตภาพ  https://home.kapook.com/view169419.html

Wednesday, April 19, 2017

ต้นไม้ไม่มงคล...ที่ไม่ควรปลูกในบ้าน




       ต้นไม้ไม่มงคล ที่ไม่ควรปลูกในบ้าน ถ้าหากปลูกไปแล้วก็จะนำมาแต่ความเดือดร้อน หรือความไม่สบายใจมาให้ผู้อยู่อาศัย 

        "ต้นไม้" ถือว่าเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่จะช่วยเติมเต็มบ้านในฝันให้น่าอยู่ที่สุด... เพราะนอกจากต้นไม้จะให้ความร่มรื่น สวยงามแล้ว ต้นไม้ยังมีประโยชน์อีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นการช่วยให้ร่มเงาแก่บ้าน ช่วยให้อากาศสดชื่น แถมยังลดมลพิษภายในบ้านได้อีกด้วยนะ ส่วนการปลูกต้นไม้ในบ้านนั้น ตามตำราความเชื่อแต่โบราณที่สืบต่อกันมา เขาบอกว่า มีต้นไม้หลายประเภท หลายชนิดเลยล่ะค่ะ ที่ไม่ควรปลูกในบ้าน เพราะถือว่าเป็นต้นไม้ไม่มงคล ถ้าหากปลูกไปแล้วก็จะนำมาแต่ความเดือดร้อน หรือความไม่สบายใจมาให้ผู้อยู่อาศัย

         ส่วนในวันนี้เรามีข้อมูลจาก คู่สร้าง คู่สม และ สำนักงานเกษตรอำเภอเมืองน่าน จ.น่าน สำหรับ "ต้นไม้ที่ไม่ควรปลูกในบ้าน" มาฝากเพื่อน ๆ กัน ไปดูกันซิว่า จะมีต้นไม้ต้นใดที่ไม่ควรปลูกในบ้านบ้าง แล้วไม่ควรปลูกเพราะอะไร... เอ้า ! เรื่องอย่างนี้ใครไม่เชื่อก็อย่าลบหลู่นะคะ ลองปฏิบัติตามดูคงไม่เสียหายว่าไหม

สำหรับต้นไม้ที่ไม่ควรปลูกในบ้าน มีดังนี้... 

         - กระทุ่ม : ชื่อมีความหมายถึงทุ่ม หรือขว้างปา

         - กล้วยตานี : ถือว่ามีนางตานี ปีศาจร้ายอาศัยอยู่ ไม่นิยมปลูกในบ้าน

- ชบา : ในอินเดียตอนใต้ใช้ดอกชบาร้อยเป็นพวงมาลัย สวมคอนักโทษที่กำลังจะถูกประหารชีวิต จึงเชื่อว่าเป็นดอกไม้อัปมงคล

         - ชวนชม : เป็นไม้ประดับสวยงาม ที่มีความหมายในทางชักชวนให้เชยชม บ้านที่มีลูกสาวจะไม่ยอมปลูกต้นไม้ชนิดนี้เด็ดขาด

         - ตะเคียน : เป็นไม้ยืนต้นที่เชื่อกันว่า มีผีนางไม้สิงอยู่

         - เต่าร้าง : ชื่อออกไปในทางหย่าร้าง

         - ต้นสน : เชื่อว่าถ้าปลูกแล้วจะขัดสนไปตลอดชีวิต

         - ต้นรัก : เพราะเชื่อว่า จะทำให้ความรักยุ่งยากขึ้น และกลายเป็นคนมากรัก นอกจากนี้ ยางของต้นรัก ยังเป็นอันตรายต่อผิวหนังด้วย

         - ต้นระกำ : ถือว่าชื่อต้นระกำนั้น ไม่เป็นมงคลตั้งแต่โบราณมา จึงเชื่อกันว่า หากปลูกต้นระกำไว้ในบ้าน จะทำให้ได้รับความชอกช้ำ ระกำใจ อยู่ตลอดเวลา

         - ต้นซ่อนกลิ่น : มีอีกชื่อว่า ต้นซ่อนชู้ เป็นไม้ที่ไม่มงคลตามชื่อ ซึ่งหากนำมาปลูกในบ้าน จะทำให้ความรักความสัมพันธ์กับคนในครอบครัวเกิดปัญหากันขึ้น

- ต้นมะระ : เป็นไม้เลื้อยก็ไม่ปลูกในบ้านเหมือนกัน

         - ถั่วแปบ : มีความหมายว่า กะปอบ กะแปบ แปลว่า กระปริดกะปรอย คือ ค่อนข้างขัดข้อง ไม่ได้สะดวก

         - นางแย้มป่า : คนโบราณเชื่อว่าเป็นต้นไม้ผีสิง วันดีคืนดีจะกลายเป็นผีเอาก้อนอิฐขว้างปาบ้าน

         - น้ำเต้า : เป็นไม้เถา รูปร่างคล้ายนมสตรี คนมีวิชาคาถาอาคม ห้ามกิน และห้ามลอดร้านน้ำเต้า

 - ไผ่ : บางท้องถิ่นถือว่า ต้องให้ผู้สูงอายุปลูกถึงจะดี หนุ่มสาวห้ามปลูก เพราะถือกันว่าลำต้นไผ่ใช้เป็นคานสำหรับหามโลงหรือผีไปฝังในป่าช้า

- ต้นโพธิ์ ต้นไทร ต้นมะขาม และต้นตาล :  เป็นไม้ใหญ่ ไม่นิยมปลูกใกล้บ้านหรือในรั้วบ้าน เชื่อว่ามีวิญญาณอาศัยอยู่

         - พุดตาน : เนื่องจากดอกพุดตานเปลี่ยนสีได้ตลอดวัน จากขาวเป็นชมพูอ่อน และเข้มขึ้นในตอนบ่าย ทำให้เจ้าของเป็นคนสับปลับ

         - เพกา : เป็นของต้องห้าม ฝักมีปลายแหลมเหมือนคมหอก ดาบ ตรีศูลหรือนพศูลที่อยู่บนยอดปรางค์ บางทีก็เรียกว่า ฝักเพกา

         - ปรง : ภาคกลางไม่นิยมปลูกในบ้าน เพราะถือกันว่า ใบของมันมักถูกนำมาใช้ประกอบหีบศพหรือทำพวงหรีด

         - มะละกอ :  ชื่อคล้าย มร หรือ มะระ แปลว่า ตาย เอามาปลูกไว้ในรั้วบ้าน จะทำให้ฉิบหายวายวอด มักนิยมปลูกนอกรั้วบ้าน หรือในสวนไกลออกไป

         - มะตูม : ปลูกในรั้วบ้านอาจเกิดอุบัติเหตุ เกิดอัคคีไฟตูมตามแน่

         - มะขามเทศกับหวาย : เป็นไม้มีหนามซึ่งถือกันว่าเป็นสิ่งที่จะทำให้เกิดอุปสรรคต่าง ๆ

         - มะพูด : เป็นต้นไม้ใหญ่เหมือนกัน มีอาถรรพ์บางอย่าง

         - มะเฟือง : ท่านว่าไม่ดี คนมีวิชาอาคม หรือถูกลงยันต์ห้ามลอดกิ่งมะเฟือง

         - มะรุม : ผู้คนจะมารุมข่มเหงเอา

         - มะกอก : เชื่อว่าจะทำให้เจ้าของบ้านกลายเป็นคนกลับกลอก เชื่อถือไม่ได้

         - รักเร่ : ใครปลูกจะเป็นคนหลายใจ เร่ขายรัก

 - ลั่นทม : ปลูกไว้ในบ้านไม่ดี มีสุขจะกลายเป็นทุกข์ คู่ครองจะห่างเหิน จะมีแต่ความทุกข์ นานาประการ  คำว่า ลั่นทม ออกเสียงคล้ายระทม อันแปลว่าความทุกข์ แต่ภาคเหนือ เรียกลั่นทมว่า "จำปาลาว" ทางภาคอีสานเรียกว่า "จำปา" ไม่มีความหมายของความทุกข์จึงไม่ถือกัน

         - หลุ่ย : ต้นไม้ประเภทนี้มีฝัก มักขึ้นในดินแดนใกล้ทะเล เอามาปลูกในบ้าน จะทำให้หลุดลุ่ย บ้านจะเป็นความ ต้องรื้อถอน ต้องขายโยกย้ายกระจายไป

         - หลิว : คนจีนไม่นิยมปลูกในบ้านเพราะใบหลิวลู่ย้อยลงมา เป็นสัญลักษณ์คล้ายคนโศกเศร้า เห็นเข้าทำให้อารมณ์เศร้าซึม เขาว่าบ้านใดมีลูกสาวและปลูกต้นหลิวไว้ในบ้านด้วย ลูกสาวบ้านนั้นจะไม่มีใครมาสู่ขอและต้องเป็นสาวแก่ทึนทึกไปจนตาย

         - โศก : โบราณว่าหมายถึงความโศกเศร้า

         - สลัดได : ไม่นิยมปลูกในรั้วบ้านเช่นกัน เพราะหมายถึง การสลัดโชคลาภออกไปจากบ้าน

         แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น การปลูกต้นไม้แต่ละชนิดก็ขึ้นอยู่กับความสบายใจของเจ้าของบ้าน เพราะบางทีความเชื่อที่สืบทอดต่อกันมาอาจจะเป็นกลอุบาย ที่มีแง่คิด หรือคำเตือน แอบแฝงอยู่  เช่น โบราณว่าไว้ว่าห้ามปลูกต้นไม้จำพวกต้นไม้ใหญ่ที่ระหลังคา นั้นก็เป็นเพราะว่า เมื่อต้นไม้ดังกล่าวแผ่กิ่งกระจายไป ต้นไม้เหล่านั้นอาจจะเป็นทางเดินให้กับขโมย หรือเป็นเพราะต้นไม้กิ่งใหญ่อาจจะทำให้หลังคาเกิดความเสียหายก็เป็นได้นะคะ... แต่จะว่าไปการปลูกต้นไม้ ไม่ว่าชนิดไหน ๆ ก็ให้ประโยชน์แก่สิ่งมีชีวิต และเป็นประโยชน์ต่อระบบนิเวศอย่างแน่นอนล่ะค่ะ ที่สำคัญยังทำให้บ้านเราน่าอยู่ด้วยนะ ^ ^ 

https://home.kapook.com/view44327.html

Tuesday, March 14, 2017

ไม่อยากเสียเงินซ่อม...ขอร้องว่าอย่าทำ 18 อย่างนี้กับเครื่องใช้ไฟฟ้า !




         พฤติกรรมเสี่ยงทำลายเครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้านโดยไม่รู้ตัว ถ้าไม่อยากให้เครื่องใช้ไฟฟ้าต้องเสียหายและมีอายุการใช้งานสั้นเกินกว่ากำหนด เช็กแล้วเลี่ยงไว้ก่อนเลยดีกว่า

          ลองนึกย้อนกลับไปในวันที่ตัดสินใจซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าเข้าบ้านดูสิคะ มันเป็นเรื่องยากมากเลยใช่ไหมล่ะ เพราะด้วยราคาและฟังก์ชั่นการใช้งานที่มีมูลค่ามากมาย ฉะนั้นถ้ายังปล่อยปละละเลยและทำพฤติกรรมผิด ๆ เหล่านี้กับเครื่องใช้ไฟฟ้าต่อไป รับรองได้เลยว่าไม่ถอยเครื่องใหม่ก็ต้องเสียเงินซ่อมกันไปอีกนานแน่นอน ถ้าไม่อยากตกอยู่ในสภาพเช่นนั้นก็ต้องไปดูกันดีกว่าว่ามีพฤติกรรมไหนบ้างที่ไม่ควรทำ

เครื่องซักผ้า

1. วางของหนัก ๆ บนเครื่องซักผ้า

          แม้เครื่องซักผ้าจะเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าที่มีขนาดใหญ่ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะรองรับสิ่งของที่มีน้ำหนักมากได้เสมอไปหรอกนะคะ ควรจะยกออกไปวางที่อื่นดีกว่า แต่ถ้าจำเป็นที่จะต้องวางก็ให้วางแต่ของที่มีน้ำหนักเบา รวมไปถึงสายชิลทั้งหลายที่ชอบปีนขึ้นไปนั่งบนเครื่องซักผ้าขณะเครื่องกำลังทำงาน ลงไปนั่งรอที่อื่นดีกว่า ไม่งั้นเครื่องพังแน่ ๆ

2. ลืมเช็กของในกระเป๋าก่อนซัก

          อย่ามองข้ามสิ่งของเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่อยู่ตามกระเป๋าเสื้อและกางเกงไปเด็ดขาด เพราะถ้าหากมันหลุดออกมาจากกระเป๋าแล้วเข้าไปขัดกลไกของเครื่องซักผ้าเข้าละก็ อาจต้องเตรียมเงินไว้ซ่อมเครื่องกันยาว ๆ ฉะนั้นก่อนซักเสื้อผ้าทุกครั้งควรเช็กกระเป๋าเสื้อและกางเกงก่อนว่ามีสิ่งของอยู่ไหม ถ้ามีก็หยิบออกมาซะ

3. ไม่ทำความสะอาดขอบยาง

          หลังจากตากผ้าที่ซักเสร็จเรียบแล้ว ควรทำความสะอาดขอบยางฝาเครื่องซักผ้าให้สะอาดและแห้งสนิท ไร้เชื้อราฝังญาติมิตรที่ขอบยางด้วย โดยการใช้ผ้าชุบน้ำส้มสายชูเช็ดให้ทั่ว แล้วเช็ดออกด้วยผ้าแห้งซ้ำอีกครั้ง เปิดฝาทิ้งไว้ให้อากาศถ่ายเท เพียงเท่านี้ก็จะไม่มีเชื้อรามากวนใจ นอกจากนี้หากเครื่องซักผ้าไม่มีระบบทำความสะอาดเครื่อง  ให้เปิดเครื่องทำงานด้วยระบบน้ำร้อนและเทน้ำส้มสายชูลงไป ประมาณเดือนละ 1 ครั้ง

4. ปล่อยผ้าแห้งคาเครื่อง

          ถ้าไม่อยากให้ตัวถังและสายพานของเครื่องซักผ้าต้องรับน้ำหนักผ้าเปียกเอาไว้นาน ๆ จนพังเสียหาย ควรรีบนำผ้าออกจากเครื่องทันทีที่ซักเสร็จเรียบร้อย มิเช่นนั้นการแช่ผ้าไว้ในเครื่องนาน ๆ อาจจะทำให้คุณเสียทรัพย์ไปกับการซ่อมแซมโดยไม่รู้ตัว

ตู้เย็น

5. ขนย้ายตู้เย็นเป็นแนวนอน

          ช่างยกของจะรู้กันดีว่าไม่ควรยกตู้เย็นเป็นแนวราบ เพราะจะทำให้น้ำยาคอมเพรสเซอร์ตู้เย็นไหลออกมา ทำความเสียหายให้กับระบบภายใน แถมยังทำให้อายุการใช้งานสั้นลง หากจะเคลื่อนย้ายตำแหน่งตู้เย็นควรขยับในแนวตั้งหรือเอียงได้ไม่เกิน 40 องศา

6. ใช้งานตู้เย็นทันทีหลังย้ายเสร็จ

          ไม่ต้องตื่นเต้นกับเครื่องใช้ไฟฟ้าชิ้นใหม่ จนต้องรีบเปิดระบบทำความเย็นของตู้เย็นทันที เพราะจะทำให้น้ำยาคอมเพรสเซอร์รั่วไหลออกจนทำระบบภายในเสียหายไปด้วย ควรรอสักประมาณ 4 ชั่วโมง หรือ 15 ชั่วโมงหลังขนย้ายเพื่อให้น้ำยาเข้าที่ ค่อยเสียบปลั๊กใช้งานดีกว่า

7. แช่อาหารร้อนจัดในตู้เย็น

          ใจเย็น ๆ ก็ได้ไม่ต้องรีบแช่อาหารจานร้อนหรืออาหารที่เพิ่งปรุงเสร็จใหม่ ๆ ในตู้เย็นทันที มันไม่เน่าบูดเร็วขนาดนั้นหรอก ทิ้งไว้ข้างนอกสัก 30 นาที รอให้อาหารเย็นลงแล้วค่อยนำไปแช่จะดีกว่า ตู้เย็นจะได้ไม่ต้องเผชิญกับอุณหภูมิแปรปรวนเสี่ยงต่อการพังเสียหาย

8. ไม่ทำความสะอาดตู้เย็น

          ไม่ใช่แค่ระบบภายในเพียงอย่างเดียวที่เราจะต้องดูแลรักษาความสะอาดอยู่บ่อย ๆ เพราะฝุ่นควันที่เกาะอยู่ตามหลังตู้เย็นเหล่านี้ มีผลทำให้ตู้เย็นเสียหายเหมือนกัน หมั่นใช้ผ้าหรือเครื่องดูดฝุ่นกำจัดสิ่งสกปรกบ้างก็ดี

หม้อหุงข้าว

9. หุงข้าวทั้ง ๆ ที่ยังไม่เช็ดก้นหม้อ

          ต่อให้งานบ้านจะเยอะแยะและต้องทำเวลารีบเร่งขนาดไหน ไม่ควรลืมเช็ดก้นหม้อหุงข้าวให้แห้งสนิทซะก่อน เพราะถ้าใส่ลงไปหุงทั้ง ๆ ที่ก้นหม้อยังเปียกอยู่ อาจจะทำให้เกิดไฟฟ้าลัดวงจรได้นะ

10. ใช้ฝอยขัดหม้อล้างหม้อหุงข้าว

          การล้างทำความสะอาดหม้อหุงข้าว ไม่จำเป็นต้องใช้แรงขัดถูอะไรให้มากมาย เพราะถ้ามีเศษข้าวแห้งกรังติดอยู่ให้แช่น้ำทิ้งไว้ แล้วค่อยล้างทำความสะอาดด้วยฟองน้ำล้างจานก็พอ ไม่ต้องถึงขั้นใช้ฝอยขัดหม้อขัดจนเกิดรอยขีดข่วน

ไมโครเวฟ

11. วางของบนไมโครเวฟ

          แนะนำให้วางของไว้ที่อื่นดีกว่า เพราะการวางของบนไมโครเวฟจะไปบังช่องระบายอากาศ และเมื่อไมโครเวฟไม่สามารถระบายความร้อนออกมาได้ ก็จะทำให้เครื่องร้อนและพังในที่สุดหรืออาจทำให้เกิดประกายไฟตามมา

12. อบอาหารน้ำหนักเกิน

          ก่อนจะอบหรืออุ่นอาหารในไมโครเวฟ เช็กกันดีแล้วหรือยังว่าอาหารนั้นมีน้ำหนักเกินกว่าที่เครื่องกำหนดไว้หรือเปล่า เพราะไมโครเวฟไม่สามารถรองรับน้ำหนักมาก ๆ ได้เหมือนเตาอบขนาดใหญ่ ทางที่ดีควรอ่านคู่มือให้ละเอียดก่อนใช้ เพื่อเช็กน้ำหนักให้แน่นอน

13. อบอาหารด้วยภาชนะทั่วไป

          ข้อนี้ถือว่าสำคัญมากเลยทีเดียว เพราะการอบอาหารด้วยภาชนะที่ไม่ได้ระบุว่าสามารถใช้กับไมโครเวฟได้ นอกจากจะทำให้ไมโครเวฟเสียหายแล้ว อาจทำให้เกิดการระเบิดภายในขณะกำลังใช้งานและกลายเป็นไฟไหม้บ้านได้

เครื่องปิ้งขนมปัง

14. วางในที่เสี่ยง

          ถึงเครื่องปิ้งขนมปังจะไม่ได้มีระบบการทำงานที่ซับซ้อนอะไรมากมาย แต่ก็ควรจะวางเครื่องปิ้งขนมปังเอาไว้ในที่ที่ปลอดภัย ไม่โดนน้ำกระเด็นใส่  ไม่ตั้งไว้ใกล้กับวัตถุไวไฟ อย่างเช่น ผ้าม่านหรือผ้าขี้ริ้ว เพื่อป้องกันอุบัติเหตุที่จะตามมา

15. ไม่ทำความสะอาดเครื่องปิ้งขนมปัง

          การใช้เครื่องปิ้งขนมปังแทบทุกวันแล้วไม่ยอมทำความสะอาดเลย จะทำให้เครื่องพังง่ายขึ้น อายุการใช้งานสั้นลง ทางที่ดีควรจะทำความสะอาดทุกวันหลังจากใช้งานเสร็จ เพื่อไม่ให้มีเศษขนมปังไปอุดตันระบบด้านใน

16. ปิ้งขนมปังสารพัดชนิด

          แม้จะขึ้นชื่อว่าเป็น เครื่องปิ้งขนมปังแต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะปิ้งขนมปังได้ทุกชนิดเสมอไป เครื่องปิ้งขนมปังควรนำมาใช้กับขนมปังแผ่นหรือขนมปังแห้ง ๆ เพียงอย่างเดียวเท่านั้น ส่วนขนมปังอย่าง สโคนทาเนย ไม่ควรนำมาปิ้งเด็ดขาด

เครื่องปั่น

17. ปั่นอาหารร้อน

          แม้ว่าอาหารบางชนิดที่จะนำเข้าเครื่องปั่นต้องผ่านการต้มน้ำร้อน ๆ มาก่อน แต่ก็ไม่จำเป็นต้องนำลงไปปั่นเลยทันที ควรตั้งทิ้งไว้ให้อาหารเย็นตัวก่อน สักประมาณ 70-80 องศาเซลเซียส แล้วค่อยนำไปปั่น ที่สำคัญต้องตรวจสอบให้ดีก่อนใช้ว่าโถกับฐานเครื่องปั่นปิดสนิทแล้วจริง ๆ

18. ปั่นติดกันนานเกินไป

          หัวปั่นอาหารเป็นอีกหนึ่งเครื่องไฟฟ้าที่เราต้องดูแลรักษาเป็นอย่างดี โดยการไม่เปิดระบบการใช้งานปั่นอาหารนานเกินไป เพราะอาจจะทำให้มอเตอร์ทำงานหนักจนร้อนและเกิดความเสียหายตามมา

          เมื่อรู้อย่างนี้แล้วก็ควรหลีกเลี่ยงพฤติกรรมผิด ๆ เหล่านี้ไปเลย เพราะนอกจากจะไม่ทำให้เกิดผลดีแล้วยังสร้างความเสียหาย ทำลายอายุการใช้งานเครื่องใช้ไฟฟ้าให้สั้นลงอีกต่างหาก เราควรจะรักษาคุณภาพของมันเอาไว้ให้อยู่ใช้งานได้นาน ๆ จะไม่ต้องเสียเงินซื้อหรือซ่อมแซมบ่อยยังไงล่ะ

ขอขอบคุณข้อมูลจาก Brightside และ 5-Minute Crafts
เครดิตภาพ  https://home.kapook.com/view164289.html