Tuesday, March 14, 2017

ไม่อยากเสียเงินซ่อม...ขอร้องว่าอย่าทำ 18 อย่างนี้กับเครื่องใช้ไฟฟ้า !




         พฤติกรรมเสี่ยงทำลายเครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้านโดยไม่รู้ตัว ถ้าไม่อยากให้เครื่องใช้ไฟฟ้าต้องเสียหายและมีอายุการใช้งานสั้นเกินกว่ากำหนด เช็กแล้วเลี่ยงไว้ก่อนเลยดีกว่า

          ลองนึกย้อนกลับไปในวันที่ตัดสินใจซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าเข้าบ้านดูสิคะ มันเป็นเรื่องยากมากเลยใช่ไหมล่ะ เพราะด้วยราคาและฟังก์ชั่นการใช้งานที่มีมูลค่ามากมาย ฉะนั้นถ้ายังปล่อยปละละเลยและทำพฤติกรรมผิด ๆ เหล่านี้กับเครื่องใช้ไฟฟ้าต่อไป รับรองได้เลยว่าไม่ถอยเครื่องใหม่ก็ต้องเสียเงินซ่อมกันไปอีกนานแน่นอน ถ้าไม่อยากตกอยู่ในสภาพเช่นนั้นก็ต้องไปดูกันดีกว่าว่ามีพฤติกรรมไหนบ้างที่ไม่ควรทำ

เครื่องซักผ้า

1. วางของหนัก ๆ บนเครื่องซักผ้า

          แม้เครื่องซักผ้าจะเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าที่มีขนาดใหญ่ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะรองรับสิ่งของที่มีน้ำหนักมากได้เสมอไปหรอกนะคะ ควรจะยกออกไปวางที่อื่นดีกว่า แต่ถ้าจำเป็นที่จะต้องวางก็ให้วางแต่ของที่มีน้ำหนักเบา รวมไปถึงสายชิลทั้งหลายที่ชอบปีนขึ้นไปนั่งบนเครื่องซักผ้าขณะเครื่องกำลังทำงาน ลงไปนั่งรอที่อื่นดีกว่า ไม่งั้นเครื่องพังแน่ ๆ

2. ลืมเช็กของในกระเป๋าก่อนซัก

          อย่ามองข้ามสิ่งของเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่อยู่ตามกระเป๋าเสื้อและกางเกงไปเด็ดขาด เพราะถ้าหากมันหลุดออกมาจากกระเป๋าแล้วเข้าไปขัดกลไกของเครื่องซักผ้าเข้าละก็ อาจต้องเตรียมเงินไว้ซ่อมเครื่องกันยาว ๆ ฉะนั้นก่อนซักเสื้อผ้าทุกครั้งควรเช็กกระเป๋าเสื้อและกางเกงก่อนว่ามีสิ่งของอยู่ไหม ถ้ามีก็หยิบออกมาซะ

3. ไม่ทำความสะอาดขอบยาง

          หลังจากตากผ้าที่ซักเสร็จเรียบแล้ว ควรทำความสะอาดขอบยางฝาเครื่องซักผ้าให้สะอาดและแห้งสนิท ไร้เชื้อราฝังญาติมิตรที่ขอบยางด้วย โดยการใช้ผ้าชุบน้ำส้มสายชูเช็ดให้ทั่ว แล้วเช็ดออกด้วยผ้าแห้งซ้ำอีกครั้ง เปิดฝาทิ้งไว้ให้อากาศถ่ายเท เพียงเท่านี้ก็จะไม่มีเชื้อรามากวนใจ นอกจากนี้หากเครื่องซักผ้าไม่มีระบบทำความสะอาดเครื่อง  ให้เปิดเครื่องทำงานด้วยระบบน้ำร้อนและเทน้ำส้มสายชูลงไป ประมาณเดือนละ 1 ครั้ง

4. ปล่อยผ้าแห้งคาเครื่อง

          ถ้าไม่อยากให้ตัวถังและสายพานของเครื่องซักผ้าต้องรับน้ำหนักผ้าเปียกเอาไว้นาน ๆ จนพังเสียหาย ควรรีบนำผ้าออกจากเครื่องทันทีที่ซักเสร็จเรียบร้อย มิเช่นนั้นการแช่ผ้าไว้ในเครื่องนาน ๆ อาจจะทำให้คุณเสียทรัพย์ไปกับการซ่อมแซมโดยไม่รู้ตัว

ตู้เย็น

5. ขนย้ายตู้เย็นเป็นแนวนอน

          ช่างยกของจะรู้กันดีว่าไม่ควรยกตู้เย็นเป็นแนวราบ เพราะจะทำให้น้ำยาคอมเพรสเซอร์ตู้เย็นไหลออกมา ทำความเสียหายให้กับระบบภายใน แถมยังทำให้อายุการใช้งานสั้นลง หากจะเคลื่อนย้ายตำแหน่งตู้เย็นควรขยับในแนวตั้งหรือเอียงได้ไม่เกิน 40 องศา

6. ใช้งานตู้เย็นทันทีหลังย้ายเสร็จ

          ไม่ต้องตื่นเต้นกับเครื่องใช้ไฟฟ้าชิ้นใหม่ จนต้องรีบเปิดระบบทำความเย็นของตู้เย็นทันที เพราะจะทำให้น้ำยาคอมเพรสเซอร์รั่วไหลออกจนทำระบบภายในเสียหายไปด้วย ควรรอสักประมาณ 4 ชั่วโมง หรือ 15 ชั่วโมงหลังขนย้ายเพื่อให้น้ำยาเข้าที่ ค่อยเสียบปลั๊กใช้งานดีกว่า

7. แช่อาหารร้อนจัดในตู้เย็น

          ใจเย็น ๆ ก็ได้ไม่ต้องรีบแช่อาหารจานร้อนหรืออาหารที่เพิ่งปรุงเสร็จใหม่ ๆ ในตู้เย็นทันที มันไม่เน่าบูดเร็วขนาดนั้นหรอก ทิ้งไว้ข้างนอกสัก 30 นาที รอให้อาหารเย็นลงแล้วค่อยนำไปแช่จะดีกว่า ตู้เย็นจะได้ไม่ต้องเผชิญกับอุณหภูมิแปรปรวนเสี่ยงต่อการพังเสียหาย

8. ไม่ทำความสะอาดตู้เย็น

          ไม่ใช่แค่ระบบภายในเพียงอย่างเดียวที่เราจะต้องดูแลรักษาความสะอาดอยู่บ่อย ๆ เพราะฝุ่นควันที่เกาะอยู่ตามหลังตู้เย็นเหล่านี้ มีผลทำให้ตู้เย็นเสียหายเหมือนกัน หมั่นใช้ผ้าหรือเครื่องดูดฝุ่นกำจัดสิ่งสกปรกบ้างก็ดี

หม้อหุงข้าว

9. หุงข้าวทั้ง ๆ ที่ยังไม่เช็ดก้นหม้อ

          ต่อให้งานบ้านจะเยอะแยะและต้องทำเวลารีบเร่งขนาดไหน ไม่ควรลืมเช็ดก้นหม้อหุงข้าวให้แห้งสนิทซะก่อน เพราะถ้าใส่ลงไปหุงทั้ง ๆ ที่ก้นหม้อยังเปียกอยู่ อาจจะทำให้เกิดไฟฟ้าลัดวงจรได้นะ

10. ใช้ฝอยขัดหม้อล้างหม้อหุงข้าว

          การล้างทำความสะอาดหม้อหุงข้าว ไม่จำเป็นต้องใช้แรงขัดถูอะไรให้มากมาย เพราะถ้ามีเศษข้าวแห้งกรังติดอยู่ให้แช่น้ำทิ้งไว้ แล้วค่อยล้างทำความสะอาดด้วยฟองน้ำล้างจานก็พอ ไม่ต้องถึงขั้นใช้ฝอยขัดหม้อขัดจนเกิดรอยขีดข่วน

ไมโครเวฟ

11. วางของบนไมโครเวฟ

          แนะนำให้วางของไว้ที่อื่นดีกว่า เพราะการวางของบนไมโครเวฟจะไปบังช่องระบายอากาศ และเมื่อไมโครเวฟไม่สามารถระบายความร้อนออกมาได้ ก็จะทำให้เครื่องร้อนและพังในที่สุดหรืออาจทำให้เกิดประกายไฟตามมา

12. อบอาหารน้ำหนักเกิน

          ก่อนจะอบหรืออุ่นอาหารในไมโครเวฟ เช็กกันดีแล้วหรือยังว่าอาหารนั้นมีน้ำหนักเกินกว่าที่เครื่องกำหนดไว้หรือเปล่า เพราะไมโครเวฟไม่สามารถรองรับน้ำหนักมาก ๆ ได้เหมือนเตาอบขนาดใหญ่ ทางที่ดีควรอ่านคู่มือให้ละเอียดก่อนใช้ เพื่อเช็กน้ำหนักให้แน่นอน

13. อบอาหารด้วยภาชนะทั่วไป

          ข้อนี้ถือว่าสำคัญมากเลยทีเดียว เพราะการอบอาหารด้วยภาชนะที่ไม่ได้ระบุว่าสามารถใช้กับไมโครเวฟได้ นอกจากจะทำให้ไมโครเวฟเสียหายแล้ว อาจทำให้เกิดการระเบิดภายในขณะกำลังใช้งานและกลายเป็นไฟไหม้บ้านได้

เครื่องปิ้งขนมปัง

14. วางในที่เสี่ยง

          ถึงเครื่องปิ้งขนมปังจะไม่ได้มีระบบการทำงานที่ซับซ้อนอะไรมากมาย แต่ก็ควรจะวางเครื่องปิ้งขนมปังเอาไว้ในที่ที่ปลอดภัย ไม่โดนน้ำกระเด็นใส่  ไม่ตั้งไว้ใกล้กับวัตถุไวไฟ อย่างเช่น ผ้าม่านหรือผ้าขี้ริ้ว เพื่อป้องกันอุบัติเหตุที่จะตามมา

15. ไม่ทำความสะอาดเครื่องปิ้งขนมปัง

          การใช้เครื่องปิ้งขนมปังแทบทุกวันแล้วไม่ยอมทำความสะอาดเลย จะทำให้เครื่องพังง่ายขึ้น อายุการใช้งานสั้นลง ทางที่ดีควรจะทำความสะอาดทุกวันหลังจากใช้งานเสร็จ เพื่อไม่ให้มีเศษขนมปังไปอุดตันระบบด้านใน

16. ปิ้งขนมปังสารพัดชนิด

          แม้จะขึ้นชื่อว่าเป็น เครื่องปิ้งขนมปังแต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะปิ้งขนมปังได้ทุกชนิดเสมอไป เครื่องปิ้งขนมปังควรนำมาใช้กับขนมปังแผ่นหรือขนมปังแห้ง ๆ เพียงอย่างเดียวเท่านั้น ส่วนขนมปังอย่าง สโคนทาเนย ไม่ควรนำมาปิ้งเด็ดขาด

เครื่องปั่น

17. ปั่นอาหารร้อน

          แม้ว่าอาหารบางชนิดที่จะนำเข้าเครื่องปั่นต้องผ่านการต้มน้ำร้อน ๆ มาก่อน แต่ก็ไม่จำเป็นต้องนำลงไปปั่นเลยทันที ควรตั้งทิ้งไว้ให้อาหารเย็นตัวก่อน สักประมาณ 70-80 องศาเซลเซียส แล้วค่อยนำไปปั่น ที่สำคัญต้องตรวจสอบให้ดีก่อนใช้ว่าโถกับฐานเครื่องปั่นปิดสนิทแล้วจริง ๆ

18. ปั่นติดกันนานเกินไป

          หัวปั่นอาหารเป็นอีกหนึ่งเครื่องไฟฟ้าที่เราต้องดูแลรักษาเป็นอย่างดี โดยการไม่เปิดระบบการใช้งานปั่นอาหารนานเกินไป เพราะอาจจะทำให้มอเตอร์ทำงานหนักจนร้อนและเกิดความเสียหายตามมา

          เมื่อรู้อย่างนี้แล้วก็ควรหลีกเลี่ยงพฤติกรรมผิด ๆ เหล่านี้ไปเลย เพราะนอกจากจะไม่ทำให้เกิดผลดีแล้วยังสร้างความเสียหาย ทำลายอายุการใช้งานเครื่องใช้ไฟฟ้าให้สั้นลงอีกต่างหาก เราควรจะรักษาคุณภาพของมันเอาไว้ให้อยู่ใช้งานได้นาน ๆ จะไม่ต้องเสียเงินซื้อหรือซ่อมแซมบ่อยยังไงล่ะ

ขอขอบคุณข้อมูลจาก Brightside และ 5-Minute Crafts
เครดิตภาพ  https://home.kapook.com/view164289.html



Tuesday, March 7, 2017

9 ต้นไม้จัดสวนมีพิษ อันตรายต่อหมา-แมว แต่ไม่ทำร้ายคน




          ต้นไม้จัดสวนมีพิษเป็นอันตรายต่อหมา-แมว มีอะไรบ้าง มาดู 10 ต้นไม้จัดสวนมีพิษ อันตรายต่อหมา-แมว แต่ไม่ทำร้ายคน ใครมีสัตว์เลี้ยงไม่ควรปลูกไว้ที่บ้าน

          แม้ต้นไม้จัดสวนจะทำให้บ้านดูสวยงาม ร่มรื่น และมีสีสัน แต่หากบ้านไหนมีสัตว์เลี้ยงควรเลือกต้นไม้จัดสวนมาปลูกอย่างระวัง เพราะต้นไม้บางชนิดมีพิษที่เป็นอันตรายต่อสัตว์เลี้ยง เช่น หมาและแมว ถ้าอยากรู้ว่าต้นไม้จัดสวนมีอะไรบ้างที่ควรปลูก วันนี้กระปุกดอทคอมก็ได้รวบรวม 10 ต้นไม้จัดสวนมีพิษ อันตรายต่อหมา-แมว แต่ไม่ทำร้ายคน มาฝาก เพื่อเลี่ยงไปปลูกต้นไม้จัดสวนชนิดอื่นแทน

1. บอนสี

          พืชในตระกูล บอน (Elephant’s Ear) ถือว่าเป็นไม้ล้มลุกที่มีอายุยืนยาว ลักษณะลำต้นตั้งตรงและออกใบขนาดใหญ่ แม้ว่าหัวหรือไหลของมันจะสามารถนำมาประกอบอาหารได้แต่ก็ต้องทำให้ถูกวิธีเท่านั้น เพราะในต้นบอนโดยเฉพาะบอนสี เต็มไปด้วยพิษร้ายแรงที่ถูกจัดอยู่ในอันดับ 4 ของพืชที่มีพิษเลยทีเดียว ถ้าหมา-แมวเผลอไปกัดกินก็อาจจะทำให้ระบบทางเดินหายใจติดขัด กลืนอาหารผิดปกติ หรืออาจเป็นอันตรายถึงชีวิต

2. สาวน้อยประแป้ง

          แม้ว่าสาวน้อยประแป้ง (Dumbcane) จะไม่มีพิษร้ายแรงที่อาจจะเป็นอันตรายถึงแก่ชีวิต แต่มันก็ยังสามารถแพร่พิษไปในอากาศจนทำให้ระบบทางเดินหายใจทำงานผิดปกติ เกิดอาการตัวบวมได้ทั้งในมนุษย์และหมา-แมว ทางที่ดีควรเลี่ยงหลีกให้ห่างจากต้นไม้ชนิดนี้โดยเฉพาะน้ำยาง เพราะเป็นส่วนที่อาจทำให้เกิดการระคายเคืองผิวหนัง หากเข้าตามันก็จะเข้าไปทำลายกระจกตาได้

3. ยี่โถ

          ต้นยี่โถ (Oleander)  เป็นไม้พุ่มทรงเตี้ย ออกดอกสีสันสวยงาม ทุกส่วนของต้นยี่โถเต็มไปด้วยพิษร้ายแรง โดยเฉพาะน้ำยางสีขาว ๆ ที่อาจทำให้เกิดอาการหัวใจวาย ถึงขั้นเคยล้มวัวหนัก 680 กิโลกรัมมาแล้ว และถ้าหมา-แมวเผลอกินเข้าไป แน่นอนว่าพิษจะทำให้เกิดอาการท้องเสียรุนแรง กล้ามเนื้อสั่น ระบบทางเดินหายใจทำงานผิดปกติ และเกิดภาวะหัวใจล้มเหลวตามมา

4. ปรงสาคู

          ปรงสาคู (Sago Palm) ถึงชื่อสากลจะมีคำว่า ปาล์มแต่ก็ไม่ได้เกี่ยวข้องหรือเป็นต้นปาล์มแต่อย่างใด เพราะมันถูกจัดอยู่ในกลุ่มต้นปรงซึ่งเป็นพืชที่มีพิษทุกสัดส่วนของต้น ถ้าหากมีส่วนใดส่วนหนึ่งเข้าสู่ร่างกาย จะเสี่ยงเป็นอันตรายต่อชีวิตได้ถึง 50-75% ซึ่งอาการเบื้องต้นที่ปรากฏขึ้นนั้น จะทำให้หมา-แมวถ่ายออกมาเป็นสีดำ ระบบอวัยวะภายในฟกช้ำ ทำลายระบบประสาท และส่งผลทำให้ตับล้มเหลว

5. ว่านหางจระเข้

          ว่านหางจระเข้ (Aloe vera) เป็นพืชล้มลุกชนิดหนึ่งที่มีลักษณะต้นเป็นใบยาวเรียวแหลม ภายในมีเจลใสที่สามารถใช้รักษาแผลไฟไหม้และทำประโยชน์อย่างอื่นได้อีกมากมาย แต่มันกลับเป็นพิษเป็นภัยต่อหมา-แมว เพราะถ้าหากพวกมันเผลอกัดกินเข้าไปก็จะทำให้เกิดอาการท้องเสีย อ่อนเพลีย ซึมเศร้า อาเจียน เบื่ออาหาร สั่นไปทั่งตัว แถมสีของปัสสาวะยังเปลี่ยนไปจากเดิมอีกด้วย

6. ว่านสี่ทิศ

          ว่านสี่ทิศ (Amaryllis) เป็นไม้ดอกทรงพุ่มที่ออกดอกสีแดง มีลักษณะคล้ายดอกลิลลี่และยังถูกจัดให้เป็นไม้มงคลที่ใช้เสี่ยงทายอีกด้วย แต่ถ้าจะหามาปลูกประดับไว้ในบ้านก็คงต้องดูให้ดี ๆ เพราะพืชชนิดนี้มีพิษรุนแรงต่อหมา-แมว โดยเฉพาะส่วนที่เป็นดอกของว่านสี่ทิศ เพราะหากพิษเข้าสู่ร่างกาย หมา-แมวจะมีอาการคลื่นไส้อาเจียน ท้องเสีย ปวดท้องอย่างหนัก สั่นไปทั้งตัว เบื่ออาหาร และเกิดภาวะน้ำลายหลั่งมากผิดปกติ

7. ผักบุ้ง

          ผักบุ้ง (Morning Glory) เป็นผักน้ำหรือพืชผักท้องถิ่นที่มีประโยชน์ต่อมนุษย์อย่างมาก มาพร้อมกับวิตามินต่าง ๆ ที่ช่วยบำรุงร่างกาย แต่รู้หรือไม่ว่ามันกลับเป็นอันตรายกับหมา-แมว เพราะถ้าพวกมันกินเข้าไป ยางที่อยู่ในผักบุ้งจะทำให้ระบบทางเดินอาหารทำงานผิดปกติ หายใจติดขัด สั่นไปทั้งตัว กล้ามเนื้อกระตุก เบื่ออาหาร และเกิดภาพหลอน

8. พลูด่าง

          พลูด่าง (Pothos) จัดเป็นไม้เลื้อยที่นิยมนำมาประดับบ้านและโต๊ะทำงานเพื่อให้ได้บรรยากาศร่มรื่น ดูสบายตา แต่สำหรับหมา-แมวแล้วพลูด่างกลับเป็นพืชที่ไม่น่าเข้าใกล้เลย แม้มันจะไม่ได้มีพิษร้ายแรงเหมือนพืชชนิดอื่น ๆ แต่ถ้าหากเผลอกัดกินเข้าไปก็จะทำให้เกิดการระคายเคืองภายในช่องปาก เพราะมีการเผาไหม้อย่างรุนแรง เกิดภาวะน้ำลายหลั่งมากผิดปกติ อาเจียน และกลืนอาหารลำบาก

9. ต้นคริสต์มาส

          ต้นคริสต์มาส (Poinsettia) เป็นไม้พุ่มเตี้ยที่ออกใบสีแดงสดในช่วงคริสต์มาส ซึ่งมีพิษชนิดรุนแรงกับหมา-แมว ถ้าพวกมันไปสัมผัสหรือกัดกินเข้าไป จะทำให้เกิดการเผาไหม้และระคายเคืองตามผิวหนัง ในช่องปาก หรือบริเวณที่สัมผัสโดน รวมทั้งปวดท้องและอาเจียนเล็กน้อย

          แต่ละต้นนี่มีพิษที่เป็นอันตรายอย่างคาดไม่ถึงเลยใช่ไหมล่ะคะ เอาเป็นว่าบ้านไหนที่มีหมา-แมวก็ควรหลีกเลี่ยงการปลูกต้นไม้เหล่านี้ เพื่อให้สัตว์เลี้ยงแสนรักได้ใช้ชีวิตอยู่อย่างปลอดภัยและมีความสุขไปกับคุณนาน ๆ

ขอขอบคุณข้อมูลจาก housebeautiful, care2, Medthai, Wikipedia และ Vcharkarn
เครดิตภาพ  https://home.kapook.com/view166906.html

Monday, February 27, 2017

10 วิธีกำจัดขนสัตว์ในบ้าน กวาดทิ้งง่ายไม่ฟุ้งกระจาย


        วิธีกำจัดขนสัตว์ในบ้าน ไม่ว่าจะเป็นขนหมาในบ้านหรือขนแมวในห้อง ก็ไม่เหลือกวนใจ ด้วย 10 วิธีทำความสะอาดขนสัตว์ในบ้านง่าย ๆ

          คนเลี้ยงสัตว์ในบ้านมักจะปวดหัวกับขนสัตว์ที่ฟุ้งกระจาย บ้างก็ติดอยู่ตามโซฟา บ้างก็เกลื่อนกลาดอยู่เต็มพื้น โดยเฉพาะช่วงที่สัตว์ผลัดขน วันนี้กระปุกดอทคอมเลยรวบรวมวิธีกำจัดขนสัตว์ในบ้าน ทั้งวิธีกำจัดขนหมาในบ้าน วิธีกำจัดขนแมวในห้องด้วยเครื่องดูดฝุ่น ลูกกลิ้งกำจัดขน และอื่น ๆ อีกมากมายจากของใช้ในบ้าน เพื่อจบปัญหากวนใจเรื่องขนสัตว์ฟุ้งกระจายเต็มบ้าน กวาดเท่าไรก็ไม่สะอาดสักที !

1. ฟองน้ำ

          การกำจัดขนสัตว์เลี้ยงบนโซฟาเป็นเรื่องยากพอสมควร เพราะมันชอบเข้าไปติดอยู่ตามซอกเล็ก ๆ แต่ฟองน้ำช่วยได้ค่ะ เพียงแค่นำฟองน้ำแห้งที่มีอยู่ในบ้านมาปาดเส้นขนบนโซฟาออกเบา ๆ เพื่อไม่ให้ขนฟุ้งกระจายและหลุดออกจากโซฟาจนหมด

2. ถุงมือยาง

          ใช้มือเปล่าหยิบขนสัตว์อาจจะยาก แนะนำให้หาถุงมือยางที่ใช้ทำความสะอาดภายในบ้าน และที่สำคัญต้องเป็นถุงมือแห้งไม่เปียกน้ำด้วยนะคะ หลังจากสวมถุงมือแล้วก็หยิบขนสัตว์ออกจากโซฟาให้หมด เพราะถุงมือยางจะเสียดสีและทำปฏิกิริยาเกิดไฟฟ้าสถิตกับโซฟา ทำให้ขนสัตว์หลุดออกจากโซฟาได้ง่ายขึ้น

3. โรลกำจัดขนทำเอง

          ถ้าโรลกำจัดฝุ่นมันแพงนัก เราก็จัดการ DIY โรลกำจัดเส้นขนเองเลยดีกว่า โดยเริ่มจากนำเทปกาวอย่างหนามาพันไว้ที่หัวลูกกลิ้งทาสีอันเก่าที่ไม่ได้ใช้งานแล้ว พันแบบหันด้านเทปกาวออกข้างนอกให้ทั่วหัวลูกกลิ้ง แล้วนำไปกลิ้งตามจุดที่มีขนสัตว์เลี้ยงให้หมด

4. สเปรย์น้ำยาปรับผ้านุ่ม

          นอกจากโซฟาบุนวมแล้ว ตามเฟอร์นิเจอร์เนื้อเรียบชนิดอื่น ๆ ที่ไม่ได้บุนวมก็ชอบมีขนสัตว์เลี้ยงเกาะเต็มไปหมด จะหยิบออกก็ยากเย็นเหลือเกิน แนะนำให้ผสมน้ำเปล่ากับน้ำยาปรับผ้านุ่มในปริมาณที่เท่า ๆ กัน เทใส่ขวดสเปรย์ แล้วนำไปฉีดบริเวณที่มีขนสัตว์เลี้ยง ใช้ผ้าสะอาดเช็ดออก ขนสัตว์ก็จะหลุดออกอย่างง่ายดาย

5. น้ำยาขัดเงาเนื้อไม้

          บ้านไหนที่แต่งบ้านด้วยเฟอร์นิเจอร์ไม้และเลี้ยงสัตว์เลี้ยงเอาไว้ แนะนำให้ใช้นำยาขัดเงาเนื้อฉีดพ่นลงไป แล้วใช้ผ้าขนนุ่มที่ใช้ทำความสะอาดเนื้อไม้โดยเฉพาะเช็ด เจ้าขนสัตว์ที่น่ารำคาญก็จะหลุดออก ง่ายต่อการกวาดและรวบไปทิ้งเลยค่ะ

6. โรลม้วนผม

          งานนี้ง่ายเลยค่ะสาว ๆ หากสาวคนไหนที่มีโรลม้วนผมติดบ้านไว้ ก็ให้นำออกมาถูไปบนเฟอร์นิเจอร์หรือพื้นผิวที่มีขนสัตว์ติดอยู่ บรรดาเส้นขนสัตว์ที่น่ากวนใจก็ถูกเกี่ยวติดไปกับโรลจนหมดเกลี้ยง ไม่มีเหลือให้กวนใจอีกต่อไป

7. ลูกโป่ง

          ของเล่นเด็กธรรมดา ๆ อย่างลูกโป่งนี่แหละที่จะช่วยกำจัดขนสัตว์ให้หมดไปจากบ้าน ก่อนอื่นเราต้องเป่าลูกโป่งให้พอง แล้วนำไปถูตรงบริเวณที่มีขนสัตว์เพียงเบา ๆ เพื่อให้เกิดไฟฟ้าสถิต แล้วขนสัตว์ก็จะติดตามลูกโป่งขึ้นมาเอง จากนั้นก็นำไปทิ้งให้เรียบร้อย

8. แปรงยาง

          แปรงยางเป็นอีกหนึ่งตัวช่วยในการจำกัดขนออกจากพรม ซึ่งทำได้ง่าย ๆ ไม่ซับซ้อนอะไรมากนัก แค่นำแปรงยางหรือไม้ม็อบรีดน้ำแบบหัวยาง มาถูย้อนแนวขนพรมเพื่อให้เกิดไฟฟ้าสถิต ขนสัตว์ก็จะหลุดออกมาเอง

9. พื้นรองเท้ายาง

          ถ้าไม่มีเวลามากพอในการจัดเตรียมอุปกรณ์ทำความสะอาด ก็ไม่ต้องกังวลไป เพราะแค่นำพื้นรองเท้าชนิดยางที่สะอาด ๆ มาถูไปบนพื้น พรม และบริเวณที่มีขนสัตว์หลุดร่วง ขนสัตว์ก็จะติดขึ้นมาตามพื้นรองเท้า สามารถรวบไปทิ้งได้อย่างง่ายดาย

10. เครื่องดูดฝุ่น

          เป็นอีกหนึ่งวิธีที่หลายบ้านเลือกใช้ เพราะมันทั้งง่ายและก็ประหยัดเวลาเอามาก ๆ ที่สำคัญหลังจากนำเครื่องดูดมาทำความสะอาดขนสัตว์ออกจากจุดต่าง ๆ ของบ้านแล้ว ก็อย่าลืมถอดฟิลเตอร์หรือตัวกรองออกมาทำความสะอาดด้วยนะคะ

          หากมีปัญหาเรื่องขนสัตว์เลี้ยงกระจายฟุ้งทั่วบ้าน ติดตามโซฟาเต็มไปหมด หรือบนพื้น ก็ลองนำวิธีที่กระปุกดอทคอมรวบรวมมาฝากกันในวันนี้ไปใช้กันนะคะ เพราะจะช่วยให้ทำความสะอาดขนสัตว์ในบ้านได้ง่ายขึ้น กวาดทีเดียวก็ได้เป็นกอง ไม่ต้องเสียเวลาและเสียอารมณ์เพราะขนสัตว์ฟุ้งกระจายเต็มบ้านอีกต่อไป

ขอขอบคุณข้อมูลจาก quickanddirtytips, Apartmenttherapy และ Wikihow
https://home.kapook.com/view166581.html
เครดิตภาพ  https://www.pinterest.com/pin/550565123191225510/

Tuesday, February 14, 2017

อยากรู้ไหม...ทำไมโดนเทตลอดชีวิต ก็เพราะจัดห้องนอนแบบนี้ไง !




        ฮวงจุ้ยห้องนอนสำหรับสาวโสด ถ้าไม่อยากโดนเทซ้ำซาก มาจัดห้องนอนใหม่กันเถอะ แล้วกำจัด 8 จุดอ่อนในห้องนอนเหล่านี้ออกไปซะ เพื่อเสริมดวงความรักให้โชคดีกับเขาบ้าง

         ไม่ว่าวาเลนไทน์ปีนี้หรือปีไหน ๆ ก็โสดไร้คู่มาตลอดชีวิต กระปุกดอทคอมเลยอยากจะชวนสาวโสดมาเสริมดวงความรักกับการจัดห้องนอนตามหลักฮวงจุ้ย โดยการเลี่ยง 8 ข้อนี้ที่เป็นปัจจัยทำให้โดนเทมาตลอดชีวิต ถ้าอยากรู้ว่ามีอะไรในห้องนอนที่ควรปรับหรือเปลี่ยนบ้าง มาดูการจัดห้องนอนตามหลักฮวงจุ้ยเสริมดวงความรัก ถ้าอยากเจอเนื้อคู่หรือคนดี ๆ เข้ามาในชีวิตบ้าง

1. มีต้นไม้หรือน้ำพุอยู่ในห้อง

          ถ้าอยากได้ความสดชื่นจากธรรมชาติ ก็ไม่จำเป็นต้องใช้ต้นไม้ ดอกไม้สด หรือน้ำพุมาประดับตกแต่งห้องนอน เพราะธรรมชาติเหล่านี้มีพลังหยาง (พลังแห่งการตื่นตัว) อยู่มาก อาจจะทำลายพลังหยิน (พลังแห่งความสงบ) ในห้องนอนไปจนหมด ทำให้มีปัญหากับการนอนหลับ แถมยังทำให้มีโอกาสอาภัพรักสูงอีกด้วย 

2. วางเตียงใต้คานบ้าน

          ลองเงยหน้าขึ้นบนเพดาน หากเห็นคานอยู่ตรงกับส่วนใดส่วนหนึ่งของเตียง ควรรีบขยับหนีถ้าไม่อยากโสดซ้ำซากทุกปี เพราะการวางเตียงไว้ใต้คาน โดยเฉพาะคนที่มีคู่หรือดู ๆ ใจกันอยู่ จะทำให้เกิดบรรยากาศตึงเครียด การทะเลาะเบาะแว้ง อาจลามไปถึงการเลิกราหรือหย่าร้าง

3. มีมากกว่า 1 เตียงในห้องเดียวกัน

          ห้องนอนควรมีเตียงนอนแค่เตียงเดียวเท่านั้น ไม่ควรมีมากกว่านี้ เพราะการนำเตียงนอนมาไว้ในห้องนอนมากกว่า 2 เตียงขึ้นไป ทางฮวงจุ้ยถือว่าจะมีพลังด้านลบชักนำบุคคลที่สามให้เข้ามาข้องเกี่ยวในความสัมพันธ์ของคู่รัก

4. ติดกระจกในห้องนอน

          ข้อดีของการติดกระจกในห้องอาจทำให้พื้นที่ดูกว้างขึ้น แต่ข้อเสียของมันก็คือ กระจกจะเป็นสิ่งที่สะท้อนพลังงานด้านลบไปสู่ผู้อยู่อาศัยในขณะนอนหลับ ทำให้ชีวิตมีอุปสรรค รวมไปถึงด้านความรัก และยังทำให้ตื่นตัวอยู่ตลอดเวลาจนรบกวนการพักผ่อน

5. ใช้สีฟ้าทาผนัง

          เพราะสีฟ้าเป็นตัวแทนแห่งความโศกเศร้า ฉะนั้นถ้าอยากโชคดีในเรื่องความรักกับเขาบ้าง แนะนำให้เปลี่ยนเป็นสีชมพู สีขาว หรือสีแดง ที่เป็นสีแห่งความรักดีกว่า เพราะสีเหล่านี้จะช่วยดึงดูดความรักเข้ามา ส่วนคนมีคู่ก็จะทำให้ความสัมพันธ์ของคุณและคนรักให้แน่นแฟ้นมายิ่งขึ้น หรือจะเพ้นท์ลวยลายหัวใจและลายอื่น ๆ ที่สื่อถึงความรักด้วยก็จะยิ่งดีเข้าไปใหญ่

6. ทำทุกอย่างในห้องนอน

          เนื่องจากห้องนอนต้องการพลังหยิน (พลังแห่ความสงบ) เพื่อช่วยในการพักผ่อนนอนหลับได้เต็มที่ แถมยังเป็นพลังที่ช่วยดึงดูดความรักเข้ามาหา แต่หากนำพลังหยาง (พลังแห่งการตื่นตัว) เช่น การทำงานหรือออกกำลังกายในห้องนอนเป็นประจำ จะทำให้พลังหยินถูกรบกวน ฉะนั้นก็ไม่ต้องแปลกใจหากยังคงสถานะโสดและไร้วี่แววจะมีคู่

7. บรรยากาศเศร้า

          ถ้าอยากให้มีความดี ๆ เข้ามาหา ควรจะปรับบรรยากาศห้องนอนให้ดูสดใส สดชื่น ส่วนของตกแต่งที่ทำให้บรรยากาศดูหม่น ๆ เช่น รูปคนรักเก่า ต้นไม้ที่ตายแล้ว ควรย้ายออกจากห้องนอนซะ แล้วนำของตกแต่งที่สื่อถึงความรักมาวางไว้แทน อย่างเช่น ประดับด้วยตุ๊กตาคิวปิด เซรากรูปหัวใจ หรือสร้างบรรยากาศด้วยกลิ่นเทียนหอม ส่วนบนเตียงก็วางของเป็นคู่ เพื่อเตรียมชีวิตให้พร้อมกับความรักดี ๆ ที่กำลังจะเข้ามา

8. ปล่อยให้ห้องรกรุงรัง

          การที่ปล่อยให้ห้องนอนรกรุงรังและไม่เป็นระเบียบนั้น จะเป็นสิ่งที่คอยขวางกั้นไม่ให้มีเรื่องดี ๆ เข้ามาในชีวิต ดังนั้นเราจึงต้องทำความสะอาดและจัดระเบียบห้องอยู่เป็นประจำ และถ้าในห้องมีสิ่งของที่ทำให้นึกถึงความสัมพันธ์อันเศร้าโศกในอดีต ก็ขอให้ทิ้งไปหรือเก็บไว้ในที่ที่มิดชิดดีกว่า

          เป็นอย่างไรกันบ้างคะ ลองเช็กกันดูแล้วหรือยังว่าในห้องนอนยังมีฮวงจุ้ยผิด ๆ เหล่านี้อยู่หรือไม่ เพราะถ้ามีก็ให้รีบกำจัดและปรับตามคำแนะนำที่เรานำมาฝากกันในวันนี้โดยด่วน

ขอขอบคุณข้อมูลจาก fengshuibeginner, fengshuipundit และ msfengshui
https://home.kapook.com/view165826.html
เครดิตภาพ  https://home.kapook.com/view165826.html

Sunday, February 12, 2017

เปิดภายใน บ้านมุมถนนในประเทศญี่ปุ่น ! ถึงจะดูแคบแต่แอบหรูนะเออ

เครดิตจาก : http://www.boredpanda.com/narrow-house-mizuishi-architects-atelier-japan/


แทบขยี้ตาดูกันเลย กับบ้านที่สร้างบริเวณมุมถนนหลังหนึ่งในประเทศญี่ปุ่น ที่ดูภายนอกแล้วอาจจะดูคับแคบอยู่ยาก แต่เมื่อได้เข้าไปดูภายในตัวบ้านแล้ว พูดเลย.. ถึงดูแคบแต่ก็แอบหรูได้เหมือนกันนะเออ ไม่ธรรมดาจริง ๆ เลยเชียวสำหรับภายในของบ้านมุมถนนประเทศญี่ปุ่น มองเผินอาจดูธรรมดา ๆ ให้ตายเถอะ.. เปิดภายใน บ้านมุมถนนในประเทศญี่ปุ่น ! ถึงจะดูแคบแต่แอบหรูนะเออ

เครดิตจาก : http://www.boredpanda.com/narrow-house-mizuishi-architects-atelier-japan/
โพสต์โดย เมื่อ 11 ก.พ. 60 10:01:09

http://world.kapook.com/pin/589e7e754d265a63ec8b4567