Friday, March 4, 2016

10 ไม้เลื้อยทำซุ้มบังแดด โตไวเลี้ยงง่ายให้ร่มเงา




         รวมไม้เลื้อยเลี้ยงง่ายโตไว สำหรับทำซุ้มบังแดดในช่วงหน้าร้อน ไปดูกันว่ามีไม้เลื้อยชนิดไหนบ้างที่เหมาะกับการปลูกทำซุ้มบังแดดให้ร่มเงา กับตัวบ้านในช่วงหน้าร้อนนี้

          หากช่วงหน้าร้อนแดดแรงจนทำให้บ้านร้อนระอุ มาหาวิธีคลายร้อนง่าย ๆ ที่จะทำให้บ้านและสวนของคุณสวยขึ้นไปพร้อมกัน ด้วย 10 ไม้เลื้อยที่เหมาะสำหรับปลูกทำซุ้มบังแดด ซึ่งนอกจากจะให้ร่มเงากับบ้านของเราแล้ว ยังช่วยลดอุณหภูมิพื้นที่ภายใน ลดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ให้กลิ่นหอมชื่นใจ แถมบางชนิดยังเก็บเกี่ยวมากินได้อีกด้วย ประโยชน์เพียบและคุณสมบัติครบขนาดนี้หาไม้เลื้อยมาปลูกทำซุ้มในสวนสักซุ้มก็ น่าจะดีเหมือนกันนะคะ 


1. ต้นถั่วฝักยาว

          ลักษณะทั่วไป : พืชไม้เลื้อยตระกูลถั่ว ที่ให้ร่มเงาด้วยใบกว้าง และใน 1 ช่อใบประกอบไปด้วย 3 ใบ ดอกมีสีอมม่วงและมีฝักไว้ให้เก็บกิน

          วิธีปลูก : นำเมล็ดพันธุ์ที่ได้ไปแช่น้ำแล้วเลือกเมล็ดที่จมและมีสภาพสมบูรณ์ไปปลูก ผสมดินร่วนกับปุ๋ยหมักแล้วขุดหลุมหย่อนเมล็ด ฝังกลบให้เรียบร้อย เมื่อต้นเริ่มขึ้นให้จัดการถอนต้นที่ไม่แข็งแรงทิ้งไป ดูแลรักษาด้วยการรดน้ำให้ชุ่มแต่อย่าแฉะเพียงวันละ 1 ครั้งเท่านั้น มิเช่นนั้นจะทำให้เกิดโรคราได้ นอกจากนี้อย่าลืมควบคุมความชื้นให้เหมาะสมด้วย

  
2. ต้นคอนสวรรค์

          ลักษณะทั่วไป : ต้น คอนสวรรค์ หรือ ดาวนายร้อย จัดเป็นพืชล้มลุกที่มีอายุเพียง 1 ปี เมื่อออกดอกแล้วต้นก็จะแห้งเหี่ยวไปเอง ใบมีลักษณะเป็นแฉกขนาดเล็ก เลื้อยพันกันคล้ายม่านโปร่งแสง ผิวลำต้นเกลี้ยง ดอกมีลักษณะเป็นช่อรูปดาว ออกดอกตามง่ามใบให้สีสันสวยงามทั้ง แดง ชมพู และขาว มีผลสีน้ำตาลคล้ายไข่ ตลอดทั้งต้น

          วิธีปลูก : นำเมล็ดพันธุ์ที่สมบูรณ์มาปลูกลงในหลุมดินร่วนไว้ตื้น ๆ  ทำหลักปักไว้ด้านข้างตามแนวทางที่จะทำซุ้มได้เลยค่ะ ดูแลรักษาด้วยการรดน้ำปานกลางทั้งเช้าและเย็น ปลูกไว้ในที่ที่มีแดดเพราะเป็นพืชที่ชอบแดดมาก  

  
 3. ต้นจันทร์กระจ่างฟ้า

          ลักษณะทั่วไป : เป็น พรรณไม้เลื้อยที่มีลำต้นอ่อน ใบเป็นรูปวงรีกว้าง 4-7 เซนติเมตร มีสีเขียวสดขอบมนสลับกันในก้าน ออกดอกตลอดทั้งปี ดอกมีสีเหลืองสดคล้ายรูปแตรและขึ้นตามซอกใบ เจริญเติบโตเร็วภายใน 2 เดือน เหมาะกับการทำซุ้มกันแดดในสวนหรือจะตัดแต่งให้เป็นทรงพุ่มก็ยังได้

          วิธีปลูก : ให้เลือกใช้วิธีการปักชำและตอนกิ่งลงในดินชนิดใดก็ได้ เนื่องจากเป็นพืชที่เลี้ยงง่ายไม่มีโรคและศัตรูพืชที่ต้องระวังเป็นพิเศษ ให้ปลูกลงในกระถางที่มีโครงเหล็กครอบไว้ เพื่อจัดทิศทางให้ต้นไม้เลื้อยขึ้นไปด้านบนเพื่อทำซุ้มหรือม่านกันแดดที่ ระเบียง รดน้ำปานกลางเพราะไม่ต้องการความชื้นมากเกินไป

  
4. ต้นพวงแสด

          ลักษณะทั่วไป : พวง แสดเป็นไม้เลื้อยที่มีเถาขนาดใหญ่ สามารถทนร้อนและแล้งได้เป็นอย่างดี ออกใบย่อยมีรูปร่างเป็นวงรีคล้ายไข่ ปลายใบแหลมและมีขนาดเล็ก ดอกมีสีส้มอมเหลือง ใน 1 ช่อดอก จะมีดอกอยู่ประมาณ 10 ดอกขึ้นไป ปลายดอกม้วนงอสวยงาม ออกดอกในช่วงฤดูหนาว

          วิธีปลูก : ให้นำกิ่งของพวงแสดมาปักชำลงในหลุมดินร่วนที่มีปุ๋ยหมักรองอยู่ด้านล่าง กว้างประมาณ 60 เซนติเมตร ลึก 30 เซนติเมตร เอาดินกลบ รดน้ำให้ชุ่มแต่อย่าแฉะ ชอบแดดจัด แต่เมื่อไรที่ต้นเริ่มแข็งแรงดีแล้วแนะนำให้งดเว้นการรดน้ำลงมาบ้าง วันเว้นวันก็ยังดี ไม่มีเรื่องโรคและแมลงมากวนใจแถมยังเลี้ยงง่ายอีกต่างหาก

  
5. ต้นใบระบาด

          ลักษณะทั่วไป : ไม้ มงคลที่มีความเชื่อว่ายิ่งเลี้ยงให้แตกใบได้มากเท่าไร เงินทองก็จะไหลมาเทมามากเท่านั้น เมื่อเจริญเติบโตเต็มที่ลำต้นจะแข็งแรง มีใบกว้างขนาด 12 เซนติเมตรขึ้นไป ลักษณะคล้ายรูปหัวใจสีเขียวเข้ม ใต้ใบมีขน ออกดอกเป็นช่อ ปลายดอกมีลักษณะคล้ายปากแตร สีม่วง มีผลเล็ก ๆ ทรงกลมสีน้ำตาล

          วิธีปลูก : ก่อนลงมือปลูกใบระบาดแนะนำให้ทำโครงซุ้มเตรียมรอเอาไว้ได้เลย ปลูกด้วยวิธีการปักชำลงในหลุมดินที่ผสมปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมักขนาดลึก 30 เซนติเมตร ดูแลรักษาด้วยการรดน้ำปานกลางทุกวัน ชอบแดดจัด ไม่ค่อยมีโรคแต่อาจจะต้องเผชิญปัญหาเพลี้ยบ้าง แค่ดูแลความสะอาดบริเวณต้นให้ดีก็พอ

  
6. ต้นม่านบาหลี

          ลักษณะทั่วไป : พืช ชนิดนี้จัดว่าเป็นไม้เลื้อยที่มีรากอากาศห้อยลงมาคล้ายม่าน สามารถใช้รากบังแดดและสร้างบรรยากาศในสวนได้เป็นอย่างดี ใบมีลักษณะคล้ายรูปหัวใจปลายแหลม ออกดอกเป็นช่อสีขาวอมเหลือง ม่านหรือรากของมันจะมีชมพูในตอนแรก ๆ แต่เมื่อต้นเริ่มแข็งแรงเต็มที่แล้วรากก็จะเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาล เป็นไม้เลื้อยที่เจริญเติบโตเร็วมาก

          วิธีปลูก : ใช้วิธีการปักชำกิ่งลงในกระถางดินร่วน ไม่นานรากใหม่ก็จะแตกออกมาเพื่อรอเลื้อยขึ้นไปพันซุ้มที่เตรียมไว้นั่นเอง รดน้ำเพียงวันละ 1 ครั้ง หมั่นตัดแต่งรากและต้นให้อยู่ในพื้นที่ที่เรากำหนดไว้ ที่สำคัญต้องไม่ปล่อยให้รากยาวลงไปโดนน้ำที่พื้นเพราะจะทำให้เน่าได้

  
7. ต้นลดาวัลย์

          ลักษณะทั่วไป : เป็นไม้เลื้อยที่ไม่ผลัดใบเหมาะกับบ้านที่ไม่ค่อยมีเวลาทำความสะอาดเท่าไรนัก ใบมีสีเขียวเข้มรูปหัวใจขึ้นซ้อนกันเป็นพุ่มหนา ออกดอกเป็นช่อสีขาวบานใหญ่คล้ายหิมะตามซอกใบไปทั่วทั้งต้น ส่งกลิ่นหอมในตอนเช้า

          วิธีปลูก : การปักชำถือว่าเป็นวิธีที่ดีสุด ฉะนั้นควรจะเลือกกิ่งที่ดูแข็งแรงสมบูรณ์ ไม่อ่อนหรือไม่แก่จนเกินไป ปลูกลงในหลุมดินร่วนลึกประมาณ 30 เซนติเมตร รองก้นหลุมด้วยปุ๋ยหมัก กลบดินแล้วรดน้ำให้ชุ่มและเปลี่ยนมารดน้ำปานกลางวันละ 2 ครั้ง เป็นไม้เลื้อยที่ชอบแดดจัดและไม่ค่อยมีปัญหาเรื่องโรคและแมลงให้ยุ่งยาก

  
8. ต้นดอกขจร หรือ ดอกสลิด

          ลักษณะทั่วไป : เป็นอีกหนึ่งผักสวนครัวประเภทไม้เลื้อยที่เราเลือกมาปลูกเพื่อทำซุ้มบังแดดได้ เถาเลื้อยมีสีเขียว ตอนต้นยังอ่อนและเมื่อต้นเริ่มแก่เถาจะกลายเป็นสีน้ำตาล ใบเป็นหัวใจกว้าง 5 เซนติเมตร และยาวมากสุดได้ถึง 11 เซนติเมตร ส่วนดอกนั้นจะออกเป็นช่อรวมกันเป็นพวงตามซอกใบ ดอกมีสีเหลืองและส่งกลิ่นหอม เป็นวัตถุดิบที่อยู่คู่คนไทยมาเนิ่นนาน

          วิธีปลูก : ให้ใช้วิธีการปักชำโดยการนำกิ่งชำที่สมบูรณ์มาฝังในดินร่วนที่รองก้นหลุม ด้วยปุ๋ยหมัก ความลึกหลุมประมาณ 30 เซนติเมตร กลบดิน รดน้ำทุกวันให้ชุ่มแต่อย่าแฉะ และเมื่อผ่าน 2 สัปดาห์แรกรดน้ำวันเว้นวันก็พอ แต่ต้องระวังอย่าให้มีน้ำขังบริเวณโคนต้นเด็ดขาด มิเช่นนั้นอาจจะเกิดโรครากเน่าและปัญหาเพลี้ยไฟตามมา

  
9. ต้นการเวก
         
          ลักษณะทั่วไป : จัดว่าเป็นไม้เถาเลื้อยประเภทเดียวกับสายหยุดที่มีขนาดใหญ่ ตามเถาจะมีมือยื่นออกมาเกาะพัน ใบมีสีเขียวเข้มและกว้าง-ยาว ออกสลับกันตามเถาเป็นพุ่มหนาแน่น ดอกมีสีเหลือง มีกลีบ 3 กลีบ ลักษณะดอกจะแข็งและส่งกลิ่นหอมในเวลาเย็นถึงค่ำ เติบโตได้รวดเร็วถ้าปลูกด้วยวิธีการตอนกิ่ง

          วิธีปลูก : ให้นำกิ่งตอนที่สมบูรณ์และมีรากงอกมาปลูกลงในหลุมดินร่วนปนทราย รองก้นหลุมด้วยปุ๋ยหมัก กลบดิน และรดน้ำให้ชุ่มแต่อย่าแฉะวันละ 2 ครั้ง ทั้งเช้าและเย็นแค่ในช่วงแรกเท่านั้น เมื่อต้นเริ่มแข็งแรงให้รดเพียงวันละ 1 ครั้ง ในตอนเช้า เป็นพืชที่ไม่ค่อยมีเรื่องโรคและแมลงให้ต้องกังวล

  
10. ต้นเล็บมือนาง

          ลักษณะทั่วไป : เป็นไม้เถาเนื้อแข็งที่คนรักสวนนิยมนำไปปลูกมากที่สุดชนิดหนึ่ง สามารถเลื้อยได้ไกลถึง 10 เมตร ใบมีลักษณะเรียวยาวคล้ายรูปวงรี แตกใบออกตรงข้ามกันเป็นคู่ขนานหนาทึบช่วยกันแดดได้ดี ออกดอกเป็นช่อใน 1 ช่อ จะมีหลายดอกถ้าดอกที่ยังอ่อนจะมีสีชมพู แต่ถ้าเริ่มแก่ก็จะเป็นสีชมพูเข้มออกแดง ส่งกลิ่นหอมชื่นใจ และเจริญเติบโตรวดเร็ว
         
          วิธีปลูก : ให้ปลูกด้วยวิธีการปักชำกิ่ง และนำมาปลูกลงในดินร่วน รดน้ำให้ชุ่มในช่วงแรก ๆ เพียงเท่านี้ต้นก็จะเจริญเติบโตได้อย่างรวดเร็ว เป็นพืชที่ไม่มีค่อยมีโรคแต่อาจจะมีเพลี้ยไฟให้เห็นบ้าง ดังนั้นต้องดูแลตัดแต่งพุ่มให้สวยงามและเก็บกวาดเศษซากที่หล่นให้สะอาด สะอ้านก็พอค่ะ

 
          หากใครที่กำลังมองหาไอเดียจัดสวนในบ้านอยู่ละก็ ลองเลือกพรรณไม้เลื้อยที่เรานำมาเสนอกันในวันนี้ไปพิจารณากันดูนะคะ เพราะนอกจากจะช่วยกันแดดได้แล้ว แต่ละต้นยังมีประโยชน์มากมายในแบบที่เราคาดไม่ถึงอีกต่างหาก
 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก puechkaset, frynn, arunsawat, panmainaiban, maipradabonline, kroobannok, kasetkawna
http://home.kapook.com/view142360.html
เครดิตภาพ  http://home.kapook.com/view142360.html

Thursday, March 3, 2016

วิธีถูพื้นกระเบื้องในบ้านให้สะอาดใสปิ๊ง




       ใครที่ประสบปัญหาถูบ้านแล้วไม่สะอาดวับอย่างที่ต้องการให้เป็น โดยเฉพาะบ้านที่ปูด้วยพื้นกระเบื้อง คงจะแอบหงุดหงิดใจกันอยู่ไม่น้อยเลยใช่ไหมคะ เพราะไม่เพียงแค่ถูบ้านแล้วไม่สะอาดหมดจดเท่านั้น แต่ถูเสร็จไม่ทันไร พื้นกระเบื้องก็เกิดรอยขึ้นมาซะอีก แหม ทั้งคราบสกปรก ทั้งรอยดำในร่องกระเบื้อง เห็นแล้วก็ละเหี่ยใจเนอะ ถ้าอย่างนั้นอย่ารอช้าเลยดีกว่า ก่อนที่พื้นกระเบื้องของคุณจะหมอง แลดูเก่า เราก็รีบมาจัดการทำความสะอาดพื้นกระเบื้องด้วยวิธีเหล่านี้ด่วน ๆ เลยจ้า


 เลือกม็อบดีมีชัยไปกว่าครึ่ง


            ไม้ถูพื้นหรือม็อบมีส่วนสำคัญกับการทำความสะอาดพื้นของคุณมาก โดยเฉพาะพื้นกระเบื้องที่ต้องการไม้ม็อบที่แข็งแรงพอจะจัดการคราบสกปรกทั้ง แบบเปียก และแบบแห้งได้อยู่หมัด แต่ในขณะเดียวกันก็ต้องมีความอ่อนโยนกับพื้นกระเบื้อง ไม่ทำให้พื้นกระเบื้องเกิดรอยขูดขีดด้วยเช่นกัน ซึ่งไม้ม็อบที่มีคุณสมบัติอย่างนี้ ควร เป็นไม้ม็อบผ้าไมโครไฟเบอร์ เลือกชนิดที่สามารถถอดหัวแปรงเปลี่ยนได้ด้วยก็จะดีมาก หากม็อบผ่านการใช้งานมาจนเยิน และสกปรกจนไม่น่าจะนำมาถูพื้นได้อีก จะได้เปลี่ยนหัวม็อบได้เลย แต่ทั้งนี้หลังการใช้งานม็อบถูพื้นทุกครั้ง ก็ควรทำความสะอาดและตากแดดให้แห้งสนิทด้วยนะจ๊ะ ไม่อย่างนั้นหากปล่อยให้ม็อบหมักหมมความชื้น และความสกปรก พื้นกระเบื้องของคุณก็จะสกปรกและดำหมองไปด้วยอย่างช่วยไม่ได้


ใช้น้ำยาถูพื้นให้เหมาะสม เนรมิตความวาววับ


            พื้นกระเบื้องมีอยู่ด้วยกัน 3 ชนิด คือ พื้นกระเบื้องไวนิล พื้นกระเบื้องเซรามิก และพื้นกระเบื้องหินชนิดต่าง ๆ ซึ่งแต่ละชนิดของพื้นกระเบื้อง ก็ต้องการการดูแลที่ต่างกัน อย่างเช่น พื้นกระเบื้องไวนิล สามารถใช้น้ำกับน้ำส้มสายชูทำความสะอาดได้ง่าย ๆ โดยผสมน้ำส้มสายชู 1 ถ้วยตวง กับน้ำร้อนปริมาณ 1 แกลลอน หรือถ้าคราบสกปรกฝังแน่นมาก คุณสามารถผสมผงบอร์แรกซ์ลงไปด้วยก็ได้ค่ะ

           ส่วนพื้นกระเบื้องเซรามิกที่ไม่ค่อยมีคราบสกปรกมากนัก คุณจะใช้แค่น้ำสะอาดธรรมดาชุบไม้ม็อบแล้วถูพื้นให้เงาวับเลยก็ได้ แต่ถ้ามีคราบสกปรกติดแน่น ก็จัดการด้วยน้ำส้มสายชูผสมกับน้ำสะอาดในอัตราส่วน 50:50 ไปเลยจ้า

           สำหรับพื้นกระเบื้องชนิดหิน ไม่ควรใช้น้ำยาทำความสะอาดชนิดรุนแรง เพราะกรดอาจจะกร่อนกระเบื้องหินให้เสียหายได้ ดังนั้นแนะนำให้ผสมน้ำร้อน 1 แกลลอน กับน้ำยาล้างจานประมาณ 2-3 หยด ทำความสะอาดพื้นกระเบื้องหินแทนดีกว่า



ถูพื้นให้บ่อย ทยอยขจัดคราบ


           เราเดินย่ำพื้นกระเบื้องทุกวัน วันละหลายรอบ แล้วไหนจะฝุ่นที่พัดมากับลมอีกล่ะ แค่นี้ก็ไม่ต้องเดาแล้วว่า พื้นกระเบื้องจะสะสมความสกปรก และเชื้อโรคมากแค่ไหน ดังนั้นหากคุณไม่ขยันกวาด ถู พื้นกระเบื้องอย่างสม่ำเสมอ ก็แน่นอนว่าคราบสกปรกจะติดฝังแน่น กำจัดยากมากขึ้นตามไปด้วย รู้อย่างนี้แล้วก็อย่าลืมกวาด และถูบ้านบ่อย ๆ ด้วยนะคะ งานทำความสะอาดพื้นกระเบื้องจะได้ง่าย ๆ ชิล ๆ

           ถ้า ไม่อยากให้พื้นกระเบื้องมีคราบสกปรกติดฝังแน่นให้ทำความสะอาดลำบาก และดูหมองเก่าเร็ว ก็ต้องใส่ใจกับการทำความสะอาดพื้นกระเบื้องด้วยเหมือนกันนะคะ


Friday, February 26, 2016

ทางลัดลดค่าไฟ 15 วิธีจัดห้องนอนให้เย็นสบายโดยไม่เปิดแอร์


         รอมาทั้งปีแต่ลมหนาวก็ไม่มา แต่หลังจากนี้ไม่ต้องทนนอนเหงื่อไหลไคลย้อยหรือเปิดแอร์ให้เปลืองค่าไฟกันอีกต่อไป เพราะมีวิธีจัดห้องนอนให้เย็นสบาย หลับสนิทจนถึงเช้ามาฝากค่ะ

          ไม่ต้องตั้งคำถามกันอีกต่อไปว่าเมื่อไหร่อากาศบ้านเราจะหนาวสักที ในเมื่ออากาศมันร้อนทรมานใจไม่หยุดหย่อนขนาดนี้ เราก็ต้องปรับตัวตามอากาศไปให้สิ้นเรื่อง ยิ่งถ้าบ้านใครที่ไม่มีเครื่องปรับอากาศใช้ด้วยแล้วยิ่งต้องรีบทำตามวิธี กำจัดความร้อนในแบบฉบับที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม อย่างวิธีจัดห้องนอนที่กระปุกดอทคอมนำมาฝากกันในวันนี้ แล้วอาการกระวนกระวายเพราะร้อนจนนอนไม่หลับจะหายไปทันที

1. เปลี่ยนชุดเครื่องนอนให้เป็นผ้าคอตตอน

          ชุดเครื่องนอนแต่ละชนิดก็มีคุณสมบัติที่แตกต่างกันไปไม่ว่าจะหนานุ่มหรือเบา สบายก็มีหมด ดังนั้นเมื่ออากาศเข้าสู่สภาวะร้อนจนนอนไม่ค่อยหลับ เราขอแนะนำให้เปลี่ยนชุดเครื่องนอนจากผ้าหนานุ่มมาเป็นผ้าคอตตอนแทนจะดีกว่า เพราะด้วยคุณสมบัติที่เบาสบายและถ่ายเทอากาศได้ดี จึงช่วยให้คุณไม่ต้องทนนอนบนที่นอนร้อน ๆ อีกต่อไป

2. ดื่มน้ำก่อนเข้านอน

          ในช่วงที่อากาศหนาวเย็นหรือเป็นปกติ การดื่มน้ำก่อนเข้านอนคงไม่ใช่เรื่องสำคัญอะไร มีแต่จะทำให้เราตื่นมาเข้าห้องน้ำกลางดึกซะอีก แต่ในเมื่อกลับอากาศร้อนหนักขนาดนี้แนะนำให้ดื่มน้ำ 1 แก้ว ก่อนเข้านอนก็จะช่วยร่างกายไม่ร้อนระหว่างหลับฝันหวานได้ค่ะ

3. เปลี่ยนหมอนใหม่

          ศีรษะเป็นส่วนที่ร้อนที่สุดในร่างกาย ดังนั้นนี่อาจหมายถึงเวลาของการเปลี่ยนหมอนใหม่ที่เล็กกว่า ผ้าบางกว่า และระบายอากาศได้ดีกว่าหมอนใบเก่า หากคุณไม่อยากนอนกระสับกระส่ายตลอดทั้งคืนเพราะอากาศที่ร้อนอบอ้าวอีกต่อไป

4. จัดทิศพัดลมให้ถูก เพื่อดูดความร้อนออกนอกบ้าน

          หลายคนอาจจะยังสับสนว่าทำไมเปิดพัดลมแล้วยังไม่เย็นสักทีมีแต่ร้อนกับร้อน นั่นก็เป็นเพราะว่าพัดลมกำลังดูดความร้อนจากข้างนอกเข้ามาในบ้านยังไงล่ะ ซึ่งวิธีแก้ก็ง่ายนิดเดียวแค่หันด้านหลังพัดลมออกนอกหน้าต่าง แล้วความร้อนภายในบ้านก็จะถูกถ่ายเทออกไป แต่ถ้าบ้านไหนใช้พัดลมเพดานก็แค่ตั้งระบบให้ใบพัดหมุนทวนเข็มนาฬิกาก็ช่วย ไล่ลมร้อนออกจากบ้านได้เหมือนกันค่ะ

5. แขวนผ้าเปียกที่หน้าต่างช่วยปรับอากาศให้เย็นลง

          บางครั้งการนอนเปิดหน้าต่างเพียงอย่างเดียวก็ไม่ช่วยไล่ความร้อนได้ดีเท่าไร แต่ถ้าเรานำผ้าเปียกบิดหมาด ๆ มาแขวนไว้ที่หน้าต่างห้อง ลมจากภายนอกก็จะพัดพาไอเย็น ๆ จากผ้าเปียกเข้ามาภายในห้อง คราวนี้ต่อให้อากาศร้อนแค่ไหนก็ไม่จำเป็นต้องเปิดแอร์ให้เสียค่าไฟแพง ๆ อีกแล้ว 

6. วางก้อนน้ำแข็งไว้หน้าพัดลม

          อาจจะดูเป็นวิธีสามัญไปหน่อยแต่ขอบอกเลยว่าได้ผลดีเกือบเทียบเท่าแอร์บ้านเลย ล่ะ ให้นำก้อนน้ำแข็งก้อนใหญ่มาใส่ถาดถาดขนาดพอเหมาะ วางไว้หน้าพัดลมในระยะที่ไม่ใกล้และไม่ไกลพัดลมจนเกินไป คราวนี้จากอากาศร้อน ๆ ภายในบ้านก็ถูกแทนที่ด้วยลมเย็น ๆ ตอนเปิดพัดลม แต่ความรู้สึกเหมือนนั่งให้ห้องแอร์เลยล่ะ

7. นอนคนเดียวบ้าง ก็ทำให้อุณหภูมิลดลง

          สังเกตไหมว่าเวลาที่เราอยู่ในที่สาธารณะอัดแน่นไปด้วยผู้คน สถานที่แห่งนั้นจะร้อนอบอ่าวเป็นพิเศษ นั่นเป็นเพราะร่างกายแต่ละคนต่างก็มีความร้อนอยู่ในตัว และเมื่อมารวมตัวกันองศาความร้อนก็ยิ่งเพิ่มสูงมากขึ้น เช่นเดียวกับการนอนเป็นคู่เพราะมันจะทำให้ความร้อนจากร่างกายถูกระบายออกมา 2 เท่า ฉะนั้นหากคืนไหนร้อน ๆ ก็นอนแยกกันบ้างเป็นครั้งคราวเพื่อให้ต่างคนต่างนอนสบายกายขึ้น

8. เปลี่ยนเตียงนอนบ้างเพื่อให้อากาศหมุนรอบตัวเรา

          การนอนหลับพักผ่อนไม่จำเป็นว่าจะต้องนอนบนเตียงหนา ๆ นุ่ม ๆ เสมอไป ไม่ว่าจะเป็นเปลญวน ตั่งไม้ หรือเตียงแบบโปร่งชนิดอื่น ๆ ก็สามารถประยุกต์มันมาเป็นที่นอนในช่วงที่อากาศร้อนได้เหมือนกัน เพราะเตียงนอนในลักษณะนี้มีรูระบายอากาศมากกว่าเตียงนอนเบาะหนา ๆ และการแกว่งเปญณวนก็ยังทำให้อากาศเคลื่อนไหวเกิดลมพัดเบา ๆ กำลังเย็นสบายในขณะที่คุณนอนด้วย 

9. เลือกซื้อชุดนอนแบบผ้าคอตตอนมาสวมใส่

          ถ้าการเปลี่ยนชุดเครื่องนอนไปเป็นผ้าคอตตอนยังเย็นไม่พอ เราขอแนะนำให้เปลี่ยนชุดนอนในช่วงหน้าร้อนให้กลายเป็นผ้าคอตตอนไปด้วยเลย รับรองว่าผ้าโปร่ง ๆ ระบายอากาศอย่างชุดนอนผ้าคอตตอนจะทำให้คุณนอนหลับสนิท แม้ในวันที่อากาศจะร้อนอบอ้าวที่สุดก็ตาม

10. อาบน้ำก่อนนอนช่วยลดอุณหภูมิในร่างกาย

          หลายคนคงปฏิเสธไม่ลงว่า เคยไม่อาบน้ำแล้วเข้านอนมาก่อน ถึงแม้คุณจะเหนื่อยจากการเดินทาง จากงาน หรืออะไรก็ตามแต่ คุณก็ต้องสละเวลาง่วงเพียงนิดเพื่อตั้งจิตไปอาบน้ำก่อนนอนให้ได้ เพราะนอกจากจะช่วยชำระล้างสิ่งสกปรกได้แล้ว มันยังช่วยลดอุณหภูมิในร่างกายส่งผลให้นอนหลับสบายได้อีกด้วย

11.  ปิดไฟก่อนนอนช่วยลดปริมาณความร้อนได้

          คนที่ไม่กล้านอนปิดไฟอยู่ในความมืดก็ต้องขออภัยเพราะวิธีนี้ช่วยลดความร้อนได้ ดีจริง ๆ ค่ะ ขณะที่เรานอนเปิดไฟในห้องทิ้งไว้ พลังงานความร้อนจากหลอดไฟและแสงไฟจะส่งผ่านมารบกวนการนอนทำให้นอนหลับได้ไม่ เต็มที่ แต่จะดีกว่าไหมถ้ายอมปิดไฟนอนเพื่อลดความร้อนในห้องลง

12. วางถังน้ำไว้แช่เท้าไว้ที่ปลายเตียง

          หากคุณเป็นคนที่ขี้ร้อนจัดไม่ว่าจะลองวิธีไหนก็ดูเหมือนจะไม่ได้ผล งั้นต้องไปแก้ร้อนที่ปลายเท้าด้วยการหาถังน้ำหรือกะละมังใส่น้ำในปริมาณที่ พอเหมาะมาวางไว้ปลายเตียง เมื่อไรที่รู้สึกร้อนจนนอนไม่ได้ก็แค่ลุกขึ้นมาแช่เท้าในถังน้ำให้เย็นสบาย วิธีนี้จะช่วยดูดเอาความร้อนจากร่างกายออกไปได้เยอะเลย

13. นอนชั้นล่างอากาศจะเย็นที่สุด

          ไม่ต้องอธิบายหลักวิทยาศาสตร์ให้ยุ่งยาก ใคร ๆ ต่างก็รู้ว่าความร้อนจะลอยตัวสูงขึ้นแล้วความเย็นจะเข้ามาแทนที่ ดังนั้นสถานที่ที่เหมาะสมกับการนอนหลับเห็นทีคงต้องเป็นชั้นล่างของบ้านแล้ว ล่ะ แต่ถ้าบ้านไหนมีแค่ชั้นเดียวแนะนำให้เลือกซื้อเบาะนอนบาง ๆ หรือปูผ้านอนกับพื้น แล้วความเย็นจากพื้นก็จะช่วยให้คุณไม่รู้สึกว่าคืนนี้ร้อนอบอ้าวอย่างที่ ผ่านมา

14. ดึงปลั๊กไฟที่ไม่ใช้งานออกให้หมด

          ในยามค่ำคืนแห่งการพักผ่อนคงไม่มีใครลุกขึ้นมาใช้งานเครื่องใช้ไฟฟ้าหรอกนะคะ ฉะนั้นก่อนจะเข้านอนทุกครั้งควรดึงปลั๊กเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ไม่ได้ใช้งานออก ให้หมด เพราะการที่คุณเสียบปลั๊กไฟค้างไฟก็เท่ากับว่าเครื่องยังทำงานและยังปล่อย ความร้อนออกมาอยู่ ดังนั้นการถอดปลั๊กจึงช่วยลดอุณหภูมิความร้อนในบ้านลงได้ แถมสามารถช่วยลดค่าไฟ และเป็นการป้องกันไฟฟ้าลัดวงจรได้อีกต่างหาก 

15. ทำแอร์ใช้เอง

          ราคาอร์แต่ละเครื่องถูก ๆ ซะเมื่อไร แถมยังมีค่าติดตั้งอีก ถ้าไม่อยากจ่ายเพิ่มแล้ว มาทำแอร์ใช้เองกันเถอะ รับรองว่าลมเย็นไม่ต่างกันเลย แถมเจ้าแอร์ทำมือเครื่องนี้ยังช่วยประหยัดได้เยอะเลยด้วย

         
ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่นี่

          แม้ชาวบ้านเขาจะบ่นว่าอากาศร้อนปรอทแตกแค่ไหน แต่ถ้าคุณได้ลองนำเอาทริคเด็ด ๆ ที่เรานำมาฝากกันในวันนี้ไปใช้แล้วละก็ รับรองได้เลยว่าค่ำคืนแห่งการนอนหลับพักผ่อนของคุณจะเย็นสบายไร้ความร้อน รบกวนจนเพื่อนบ้านต้องมาขอเคล็ดลับกันอย่างไม่ขาดสายแน่นอน
 
ขอขอบคุณข้อมูลจาก lifehack, greatist, instructables และ sleepjunkies

Tuesday, February 23, 2016

มาดูวิธีการปูกระเบื้องแบบง่ายๆ ที่คุณจะต้องอึ้ง!




หลายคนมีไอเดียอยากตกแต่งห้องให้สวยงามด้วยการปูกระเบื้องใหม่ แต่ยังติดปัญหาไม่รู้วิธีจัดการกระเบื้องเดิม หรือกลัวเสียค่าใช้จ่ายเรียกช่างมาทำ ซึ่งเป็นปัญหาหลักกวนใจ และอาจทำให้เรายกเลิกความคิดการตกแต่งบ้านไปเสียก่อน

ซึ่งความจริงแล้วเราสามารถปูกระเบื้องใหม่ทับกระเบื้องเก่าได้เลย แล้วคุณเองก็สามารถทำเองได้ไม่ต้องเสียเวลา หรือไปเรียกช่างอีกด้วย  ด้วยปูนกาวสูตรปูทับกระเบื้อง วันนี้จึงนำวิธีการใช้ปูนกาวทับกระเบื้องมาตกแต่งห้องกันครับ


วิธีใช้ปูนกาวปูกระเบื้องเดิม 


ทำความสะอาดคราบสกปรกและฝุ่นที่เกาะกระเบื้องให้เรียบร้อย

การเตรียมปูนกาวติดกระเบื้อง ซึ่งเป็นขั้นตอนที่สำคัญที่สุด  แนะนำให้ใช้ปูนกาวที่ใช้ติดกระเบื้องทับกระเบื้องเดิมโดยเฉพาะ ซึ่งจะมีพลังยึดติดสูงมากกว่าปูนทั่วไปและปูนกาวชนิดอื่นๆนั่นเอง  เช่น  ปูนกาวอินทรี ไทล์ฟิกซ์ พรีเมี่ยม เบอร์ 43  จะเป็นปูนกาวสำหรับทับกระเบื้องเดิมโดยเฉพาะ

ผสมน้ำตามส่วน แล้วผสมให้เป็นเนื้อเดียวกัน ทิ้งไว้ 15 นาที 

ใช้อุปกรณ์เกรียงด้านเรียบฉาบลงบนกระเบื้องเดิม จากนั้นใช้เกรียงหวีปาดให้เป็นล่อง โดย้าเป็นกระเบื้องเล็กให้ใช้เกรียงซี่เล็กขนาดหวี 6 มม. และถ้าเป็นกระเบื้องขนาดใหญ่ให้ใช้เกรียงซี่ใหญ่ขนาดหวี 9 มม. ขึ้นไป

นำกระเบื้องใหม่ที่เตรียมเอาไว้ปูลงบนปูนกาว จากนั้นเคาะกระเบื้องให้แน่นติดกับกระเบื้องเดิม แล้วเผื่อพื้นที่สำหรับลงยาแนว

กรณีถ้าเจอปัญหากระเบื้องแตก ให้เลาะออกก่อน จึงค่อยปูทับด้วยกระเบื้องใหม่ที่เตรียมไว้

เพียงเท่านี้ เราก็สามารถออกแบบกระเบื้องลายใหม่ๆ ที่ต้องการได้แล้วครับ.....



http://board.postjung.com/833553.html
เครดิตภาพ  https://www.pinterest.com/breatheinfaith/gorgeous-bathrooms/