Tuesday, September 12, 2017

ดูแลบ้านให้ปลอดภัยจากโจรขโมย ในวันที่ไม่มีใครอยู่บ้าน




สมัยนี้คนเราไว้ใจกันได้ยากขึ้นทุกที ข่าวโจรขโมยก็มีให้เห็นกันบ่อย ๆ เวลาที่จะออกเดินทางไปเที่ยว แล้วปล่อยบ้านให้เหงาเดียวดายเพราะไม่มีคนอยู่ ก็เลยต้องกังวลกันเป็นธรรมดา และถึงแม้หน่วยงานราชการจะผุดไอเดียดี ๆ อย่างโครงการฝากบ้านไว้กับตำรวจมาบริการให้ประชาชนอุ่นใจ แต่ลึก ๆ แล้วเจ้าของบ้านก็ยังไม่หายเป็นห่วงบ้านง่าย ๆ หรอกเนอะ วันนี้เราก็เลยมีเคล็ดลับดูแลบ้านให้ปลอดภัยจากโจรขโมย ในวันที่ไม่มีใครอยู่บ้านมาฝาก สำหรับคนที่ชอบออกเดินทางไปไกลบ้าน ต้องดูแลบ้านตามนี้เลยค่ะ

1. ระวังเรื่องโซเซียลเน็ตเวิร์ก

          ต้องยอมรับว่าตอนนี้เราอยู่ในยุคของโซเซียลเน็ตเวิร์ก พอมีโอกาสได้ออกไปเปิดหูเปิดตาทั้งทีก็อดไม่ได้ที่จะอัพเดตสถานะ หรืออัพรูปแชร์ความสวยงามของสถานที่ให้เพื่อน ๆ ในโลกออนไลน์ได้รู้ แต่การแชร์ข้อมูลส่วนตัวแบบนี้ก็เหมือนเป็นดาบสองคมที่ต้องระวังไว้ให้ดี เพราะในบรรดาเพื่อน ๆ ในโลกออนไลน์ของคุณจะมีพวกมิจฉาชีพแฝงตัวอยู่หรือเปล่าก็ไม่รู้ ฉะนั้นก่อนจะออกไปเที่ยวไหน พยายามตั้งค่าความเป็นส่วนตัวให้รัดกุมเข้าไว้ จำกัดการมองเห็นสิ่งที่คุณอัพเดตให้เพื่อนที่รู้จักอย่างสนิทสนม และไว้ใจได้จริง ๆ ได้รับรู้เท่านั้นก็พอ ไม่เช่นนั้นอาจดึงภัยเข้าหาตัวโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ก็ได้นะ

2. อย่าซ่อนกุญแจสำรองไว้ในบริเวณบ้าน


          แม้ว่าคุณจะเป็นคนที่ขี้หลงขี้ลืมมากแค่ไหน แต่การป้องกันความหลงลืมของตัวเอง ด้วยการซ่อนกุญแจบ้านสำรองไว้ใต้พรมเช็ดเท้า หรือในกล่องรองเท้าหน้าบ้านก็เป็นวิธีแก้ปัญหาที่ดูจะเสี่ยงเกินไปหน่อย หากมีขโมยอยู่แถวนั้น แล้วสังเกตเห็นว่าบ้านดูเงียบเชียบเหมือนไม่มีคนอยู่ ที่แรก ๆ ที่ขโมยจะค้นหากุญแจก็จะเป็นที่เดียวกับจุดที่คุณซ่อนกุญแจสำรองเอาไว้นั้นล่ะ ฉะนั้นเพื่อความปลอดภัยต่อทรัพย์สินภายในบ้าน ก็ฝากกุญแจไว้กับคนในครอบครัว หรือเพื่อนสนิทที่ไว้ใจได้จะดีกว่า

3. ระงับการรับหนังสือพิมพ์รายวัน


          หากคุณใช้บริการส่งหนังสือพิมพ์รายวันอยู่ ก่อนจะออกไปเที่ยวนอกบ้าน โดยเฉพาะทริปที่ต้องจากบ้านเป็นระยะเวลานาน ๆ ควรจะโทรไประงับการจัดส่งกับเจ้าของบริการเสียก่อน เพราะถ้าคุณลืมระงับการจัดส่ง กองหนังสือพิมพ์ในตู้รับหนังสือพิมพ์หน้าบ้านจะเป็นหลักฐานที่บอกชัดว่า ในบ้านนี้ไม่มีคนอยู่นะจ๊ะ เข้าทางพวกมิจฉาชีพสุด ๆ ไปเลยล่ะสิ

4. อย่าบอกข้อมูลการท่องเที่ยวให้คนแปลกหน้ารู้

          ต่อให้ทริปนี้เป็นทริปที่คุณตั้งตารอคอยมานานแสนนาน หรือเป็นโอกาสท่องเที่ยวที่น่าปลื้มปริ่มแค่ไหน คุณก็พยายามอย่าแพร่งพรายข้อมูลท่องเที่ยวของคุณให้คนแปลกหน้ารู้โดยเด็ดขาด เนื่องจากเราไม่มีทางรู้ได้ว่า คนที่เราเจอแค่ชั่วครั้งชั่วคราวจะไว้ใจได้มากแค่ไหน ขืนเผลอไปเล่ารายละเอียดว่า จะไปเที่ยวที่ไหน ไปกี่วัน กลับวันไหนให้เขาได้รู้ กลับมาอาจจะพบว่าบ้านถูกยกเค้าไปตั้งแต่เมื่อไรก็ไม่รู้ได้นะจ๊ะ

5. ติดไฟหน้าบ้านแบบที่ตั้งเวลาเปิด-ปิดได้

          ในเมื่อเราเกิดมาอยู่ในยุคเทคโนโลยีก้าวหน้าแบบนี้ ก็ควรใช้เทคโนโลยีให้เป็นประโยชน์ เป็นต้นว่า ซื้อโคมไฟหน้าบ้านชนิดที่ตั้งเวลาเปิด-ปิดได้เองโดยอัตโนมัติ หรือติดหลอดไฟที่ทำงานด้วยระบบพลังงานแสงอาทิตย์ก็ได้ ในช่วงเวลาที่ฟ้ามืด ไฟเหล่านี้ก็จะทำงาน ส่องแสงสว่างให้บ้านดูเหมือนมีคนอยู่ ลวงตาเหล่ามิจฉาชีพได้ดีไม่น้อยเลยล่ะ

6. ตรวจสอบประตูหน้าต่างให้แน่ใจ


          ทุกครั้งก่อนออกจากบ้าน ขอให้คุณตรวจสอบประตูหน้าต่างทุกบานทุกช่องอย่างรอบคอบ เดินสำรวจให้ทั่วว่า ประตูทุกบานล็อกสนิทดี หน้าต่างทุกช่องก็ลงกลอนจนครบ ถ้ามีสมาชิกในบ้านก็ขอให้เขาช่วยกันเดินดูทุกจุดไปด้วย ตรวจสอบทวนหลาย ๆ ครั้งด้วยก็ดี และอย่าลืมถอดปลั๊กไฟ สับสวิตช์ไฟ รวมถึงตรวจสอบก๊อกน้ำทุกจุดด้วยนะคะ


          ยังไงการป้องกันไว้ก่อนก็ดีเสมอ ฉะนั้นหากคุณกำลังมีแผนจะไปเที่ยวที่ไหน ต้องทิ้งบ้านไว้เปล่า ๆ ก็อย่าลืมนำเคล็ดลับดูแลบ้านให้ปลอดภัยจากโจรขโมยไปใช้ด้วยนะคะ

Thursday, September 7, 2017

25 เทคนิคดูแลความเรียบร้อยในบ้านด้วยวิธีง่าย ๆ


             หลาย ๆ คนอาจมองว่าการทำความสะอาดหรือการซ่อมของต่าง ๆ เป็นเรื่องยุ่งยากวุ่นวาย จนทำให้คุณเลี่ยงที่จะทำงานบ้านไปเรื่อย ๆ กว่าจะรู้ตัวอีกที บ้านก็สกปรกจนทำความสะอาดยากกว่าเดิมซะแล้ว แต่รู้ไว้เถอะว่า ถ้าคุณรู้เทคนิคดี ๆ แล้วล่ะก็ การทำความสะอาดก็เป็นแค่เรื่องง่าย ๆ นี่แหละ เพียงแค่คุณทำตามเคล็ดลับที่เรานำมาฝากดู

           1. ใช้น้ำมันยูคาลิปตัสเช็ดคราบเหนียวหนืดของกาวจากสติ๊กเกอร์ออก รับรองว่าเห็นผลแน่นอนค่ะ

           2. คุณควรเอาน้ำยาเคลือบสีรถมาทาเคลือบลงบนโต๊ะหินอ่อนก่อนใช้ด้วย เพราะจะช่วยกันคราบสกปรกติดโต๊ะได้มากขึ้นอีก

           3. กำจัดรอยยับจากการที่พรมถูกเฟอร์นิเจอร์ทับมานาน ๆ ด้วยการใช้ผ้าชุบน้ำชาวางลงบนรอยยับและใช้เตารีดที่ปรับความร้อนพอให้อุ่นกดทับดู พรมก็จะกลับมาเรียบสวยเหมือนเดิม

            4. ถ้าห้องน้ำมีกลิ่นอับชื้น แล้วคุณไม่มีเวลาทำความสะอาดล่ะก็ ลองจุดไม้ขีดเพื่อให้กลิ่นควันไล่กลิ่นอับชั่วคราวก่อนก็ได้

            5. เพื่อให้ไม่ต้องรำคาญกับฝ้าที่เกาะกระจกทุกครั้งหลังอาบน้ำเสร็จ คุณควรใช้สบู่ก้อนที่ยังแห้งถูให้ทั่วกระจกและใช้ผ้าสะอาดเช็ดเป็นประจำ

            6. ถ้าทำเสื้อเลอะน้ำมันก็อย่าเพิ่งตกใจไป เพราะคุณสามารถแก้ไขด้วยตัวเองได้ง่าย ๆ โดยเอาแป้งข้าวโพดไปโรยเพื่อดูดซับคราบมันแล้วใช้แปรงปัดออก จากนั้นจึงซักบริเวณรอยคราบมันด้วยสบู่สูตรอ่อนโยนก็เป็นอันเสร็จ

            7. เอาถุงพลาสติกครอบแล้วแช่เทียนไขไว้ในช่องฟรีซของตู้เย็นสัก 1 วันก่อนเอามาใช้ จะช่วยให้เทียนไขใช้ได้นานขึ้น

            8. ใช้น้ำยาทาเล็บให้เป็นประโยชน์ด้วยการเอาน้ำยาทาเล็บทาเคลือบบนกระดุม จะช่วยให้กระดุมติดแน่นขึ้นได้ทันที

            9. หากไม่อยากให้ละอองจากเกสรดอกไม้กระจายไปรอบบ้าน คุณควรลองเอาเทปกาวไปติดบนดอกแล้วลอกละอองเกสรแทนการใช้แปรงปัด เพื่อไม่ให้ฟุ้งกระจายไปทั่ว

            10. เวลาที่มีเศษสบู่เหลือแค่ก้อนเล็ก ๆ จนใช้ลำบากก็ไม่ต้องเอาไปทิ้งหรอก ลองใช้กลีเซอรีนและน้ำอุ่นผสมก้อนสบู่เล็ก ๆ นี้เข้าด้วยกันดู คุณก็จะได้สบู่เหลวขวดใหม่มาใช้ง่าย ๆ แล้วล่ะ

            11. ลองใช้ขนมปังเก็บกวาดเศษกระจกที่แตกดู จะไม่ทำให้กระจายไปทั่วแบบการใช้ไม้กวาด แถมยังเร็วกว่าการสวมถุงมือหยิบทีละชิ้นด้วย

            12. ถ้าคุณเป็นคนเลี้ยงปลาและปลูกต้นไม้ล่ะก็ เวลาเปลี่ยนน้ำก็อย่าเพิ่งเอาน้ำเก่าไปเททิ้ง ลองเอาไปใช้รดน้ำต้นไม้ดู จะได้ประหยัดน้ำและเพิ่มสารอาหารให้ต้นไม้ไปในตัว

            13. เวลาที่แจกันขึ้นราจากความชื้นก็ไม่ต้องรีบเอาไปทิ้งเสมอไป เพียงแค่ใช้สารกำจัดเชื้อราใส่เข้าไปสัก 1 ช้อนชาก็กลับมาใช้ได้เหมือนเดิมแล้วล่ะ

            14. ใช้สบู่ก้อน ถูบริเวณรอยต่อของประตูหรือบานตู้เสื้อผ้า จะช่วยลดความฝืดลงได้

            15. ทำความสะอาดเตารีดอย่างง่าย ๆ ด้วยการใส่เกลือเข้าไปข้างในและโรยเกลือลงบนกระดานรีดผ้า จะช่วยให้เตารีดสะอาดขึ้นได้ง่าย ๆ

            16. เอากรรไกรตัดฟอยล์อลูมิเนียมบ่อย ๆ จะช่วยลับกรรไกรให้คมขึ้นได้

            17. คุณไม่จำเป็นต้องเช็ดทำความสะอาดไมโครเวฟเสมอไป แค่เช็ดเวลาที่เลอะคราบหนัก ๆ ก็พอแล้ว นอกจากนี้ถ้าไม่ได้เปื้อนอะไร ก็ควรทำความสะอาดด้วยการเอาชามใส่น้ำมะนาวเข้าไปเวฟสัก 5 นาทีแทน ไอน้ำก็จะช่วยกำจัดกลิ่นและทำให้สะอาดขึ้นได้ง่าย ๆ แล้ว

            18. การทำความสะอาดอ่างล้างจานแสตนเลสนั้นไม่ได้ยุ่งยากอะไรเลย เพียงแค่ใช้จุกอุดอ่างล้างจานเอาไว้ แล้วเอาน้ำที่ผสมน้ำยาทำความสะอาดฟันปลอมไว้สักครึ่งหนึ่งแช่ทิ้งไว้ข้ามคืน จากนั้นจึงใช้น้ำสะอาดล้างออกเท่านี้ก็เรียบร้อยแล้ว

            19. ถ้ามีเฟอร์นิเจอร์ที่ทำจากเหล็กหรือสแตนเลสซึ่งมีรอยนิ้วมือติดเต็มไปหมดจนไม่น่ามอง ก็ลองเอาผ้าสะอาดชุบเบบี้ออยล์เช็ดดู จะช่วยกำจัดร่องรอยเหล่านั้นได้ทันที

            20. เสปรย์จัดแต่งทรงผมนอกจากจะใช้เซตผมได้แล้ว ยังช่วยกำจัดรอยเลอะจากปากกาเมจิกได้อีกด้วย ดังนั้นถ้าเฟอร์นิเจอร์ของคุณเลอะก็ลองฉีดสเปรย์แล้วใช้ผ้าสะอาดเช็ดดู

            21. คุณสามารถกำจัดขนสัตว์ที่ติดตามเสื้อผ้าหรือเฟอร์นิเจอร์ได้ง่าย ๆ ด้วยการใช้ถุงมือยางที่ชุ่มน้ำเช็ด พวกขนสัตว์ก็จะหลุดออกไปหมด

            22. ใช้น้ำอุ่นผสมแป้งข้าวโพดเช็ดกระจก ก่อนจะใช้น้ำสะอาดล้าง แล้วใช้ผ้าแห้งเช็ดอีกครั้ง เพียงเท่านี้ก็จะช่วยให้กระจกของคุณกลับมาสดใสเหมือนใหม่ได้อีกครั้ง

            23. ถ้าขี้เกียจขัดให้เสียเวลาแต่อยากให้ชักโครกกลับมาสะอาด ก็ลองสละน้ำอัดลมในตู้เย็น 1 กระป๋องมาเททิ้งไว้ในชักโครกสักคืนหนึ่งดู จะทำให้กลับมาสะอาดปราศจากคราบทันตาเห็นเลยล่ะ

            24. คุณควรใส่น้ำยากำจัดเชื้อราและน้ำส้มสายชูลงไปเวลาที่คุณซักผ้าม่านห้องน้ำด้วย จะช่วยให้ผ้าม่านของคุณสะอาดและกันเชื้อราได้ดีขึ้น

            25. เวลาที่กลิ่นกระเทียมติดมือแล้วล้างไม่ออก คุณสามารถแก้ได้ง่าย ๆ ด้วยการเอามือถูแสตนเลสก่อนล้างด้วยสบู่ก็จะสามารถขจัดกลิ่นไม่พึงประสงค์พวกนี้ออกไปได้

          เห็นไหมว่า ถ้าลองพลิกแพลงใช้วิธีใหม่ ๆ ดู การทำความสะอาดก็เป็นแค่เรื่องง่าย ๆ ที่ใคร ๆ ก็ทำได้ในเวลาสั้น ๆ ทั้งนั้น เพราะฉะนั้นลองเอาเทคนิคที่แนะนำไปใช้กันดู เพื่อให้บ้านของคุณสะอาดเรียบร้อยไปได้อีกนาน ๆ นะคะ

เครดิตภาพ  https://www.pinterest.com/pin/417708934200769545/

Friday, August 25, 2017

10 วิธีประหยัดไฟในบ้าน ลดค่าไฟให้ได้ผลจริง




วิธีประหยัดไฟในบ้าน บอกลาบิลค่าไฟแพงในช่วงหน้าร้อน มาดูกันสิว่าเราสามารถช่วยประหยัดไฟด้วยวิธีประหยัดในบ้านได้อย่างไรบ้าง         

          สิ้นเดือนทีไรก็มีบิลค่าใช้จ่ายที่ต้องชำระยาวเป็นหางว่าว หลัก ๆ ก็ค่าน้ำ ค่าไฟ และค่าโทรศัพท์มือถือ แต่มีใครเคยสังเกตตัวเลขบนบิลค่าใช้จ่ายเหล่านี้บ้างไหมเอ่ย ว่ามันมีแนวโน้มพุ่งสูงขึ้นเรื่อย ๆ ทุกเดือนเลยเนอะ โดยเฉพาะค่าไฟ ที่เอะอะก็ปรับค่า Ft ทำให้ค่าไฟสูงขึ้นอยู่บ่อย ๆ ฉะนั้นมัวแต่นิ่งดูดายไม่ไหวแล้วล่ะค่ะ เรามาช่วยกันลดค่าไฟในบ้าน ด้วยวิธีประหยัดไฟในบ้านต่อไปนี้กันดีกว่า

1. ลดการใช้แอร์

          บ้านไหนที่มีแอร์ก็ควรเปิดใช้แอร์เท่าที่จำเป็น เช่น เปิดในวันที่รู้สึกร้อนมากจริง ๆ อีกทั้งควรเปิดแอร์ในอุณภูมิที่พอเหมาะ โดยเปิดแอร์ที่ 25 องศาก็พอ แต่ถ้าคุณเป็นคนที่นอนไม่หลับหากไม่เปิดแอร์ ก็เปลี่ยนมาเปิดแอร์ช่วง 1- 2 ชั่วโมงแรกก่อนจะนอนหลับก็ได้ ตั้งเวลาปิดแอร์เอาไว้ให้เรียบร้อย และอย่าลืมสำรวจประตูหน้าต่าง และช่องโหว่ทุกช่องในห้องนอนก่อนด้วย เพียงแค่นี้ก็ช่วยประหยัดไฟได้เยอะแล้วล่ะ

2. เว้นระยะห่างการใช้งานเครื่องดูดฝุ่น

          ถ้าบ้านคุณไม่ได้เลี้ยงสัตว์ และปกติก็ไม่ค่อยมีฝุ่นมากมายเท่าไรนัก ก็สามารถเว้นระยะห่างการใช้งานเครื่องดูดฝุ่นจากดูดฝุ่นทุกสัปดาห์ เป็นดูดฝุ่น 2- 3 ครั้งต่อเดือนก็ได้ วิธีนี้ก็ช่วยลดปริมาณการใช้ไฟให้คุณได้เยอะเช่นกันค่ะ

3. ถอดปลั๊กทุกครั้งหลังใช้งาน

          เพียงแค่ปิดสวิตช์เครื่องใช้ไฟฟ้า ก็ไม่ได้หมายความว่า จะเป็นการตัดกระแสไฟเลยซะทีเดียว เพราะตราบใดที่ปลั๊กยังเสียบอยู่กับเต้ารับ ตราบนั้นก็ยังคงมีกระแสไฟไหลวนเพื่อให้คุณเปิดใช้งานเครื่องใช้ไฟฟ้าได้โดย ทันที โดยเฉพาะคนที่ชอบเปิดโหมดพักหน้าจอคอมพิวเตอร์ไว้เอา เพียงแค่ 1 ชั่วโมงก็สูญเสียกระแสไฟไปไม่รู้เท่าไรต่อเท่าไรแล้วนะจ๊ะ และในเมื่อรู้อย่างนี้แล้ว ก็ควรถอดปลั๊กเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ไม่ได้ใช้งานออกทุกครั้งด้วยจะดีที่สุด

4. เลือกใช้หลอดไฟฟลูออเรสเซ้นส์


          หลอดไฟฟลูออเรสเซ้นส์มีราคาแพงกว่าหลอดไฟชนิดอื่นก็จริง แต่หลอดไฟฟลูออเรสเซ้นส์สามารถช่วยประหยัดไฟได้มากกว่าหลอดไฟชนิดอื่นถึง 75% เลยทีเดียว แถมยังมีอายุการใช้งานยาวนานกว่า หรือพูดง่าย ๆ ว่ามีความทนทานมากพอสมควรเลยด้วยนะ อย่างนี้ก็รู้แล้วใช่ไหมล่ะว่า ควรต้องเลือกใช้ไฟแบบไหนถึงจะประหยัดไฟ และคุ้มค่าเม็ดเงินมากกว่า

5. ซักรีดเสื้อผ้าในคราวเดียว

          เครื่องซักผ้า และเตารีดเป็นอุปกรณ์ไฟฟ้าที่กินไฟ มากเช่นกัน ดังนั้นหากคุณจะซักรีดเสื้อผ้า ก็ควรซักรีดเสื้อผ้าคราวละมาก ๆ ครั้งเดียว หรืออย่างน้อย 2 ครั้งต่อสัปดาห์ก็ได้ วิธีนี้จะช่วยให้คุณประหยัดไฟได้อีกมากโขเลยล่ะค่ะ อ๊ะ ! คนที่ชอบรีดเสื้อผ้าทุกเช้า ควรเปลี่ยนพฤติกรรมด่วน ๆ เลยนะจ๊ะ

6. ใช้งานอุปกรณ์อิเล็กโทรนิกส์ให้น้อยลง

          บรรดาเครื่องปั่น เตาไมโครเวฟ กระทะไฟฟ้า รวมไปถึงเตาอบ จัดว่าเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าประเภทฟุ่มเฟือย ที่กินไฟฟ้าไม่น้อยเลยทีเดียว ฉะนั้นหากเป็นไปได้ลองลดความถี่การใช้งานเครื่องใช้ไฟฟ้าเหล่านี้ดู แล้วมาเปรียบเทียบจากค่าไฟปลายเดือนกันดีกว่า

7. จัดการตู้เย็นให้สะอาดและเป็นระเบียบ

          ใครที่ชอบสะสมของกินไว้ในตู้เย็นวันละนิดวันละหน่อย แต่สุดท้ายก็ลืมทิ้งไว้ให้เน่าเสียคาตู้เย็น รู้ไหมคะว่าพฤติกรรมแบบนี้เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ตัวเลขในบิลค่าไฟพุ่งสูง ขึ้นอย่างไม่น่าเชื่อ อีกทั้งยังทำให้ตู้เย็นของคุณสกปรก เป็นแหล่งสะสมเชื้อโรคและแบคทีเรีย ส่งผลกระทบกับสุขภาพร่างกายได้ง่าย ๆ อีกด้วยนะ

8. เมินที่โกนหนวดไฟฟ้า และแปรงไฟฟ้า

          ลำพังแค่แปรงสีฟันธรรมดา และมีดโกนหนวดแบบปกติก็สามารถทำความสะอาดช่องปากและใบหน้าของคุณได้หมดจดมาก พอแล้ว ไม่จำเป็นต้องพึ่งพาอุปกรณ์อิเล็กโทรนิกส์อย่างที่โกนหนวดไฟฟ้า และแปรงไฟฟ้าเลยสักนิด แถมยังช่วยประหยัดไฟที่ต้องชาร์จแบตให้คุณได้อีกเยอะเลยด้วยจ้า

9. ปิดไฟดวงที่ไม่ได้ใช้งาน

          หลายคนชอบเปิดไฟทั่วบ้าน เพราะอยากให้บ้านดูสว่างไสว แต่หากได้เห็นบิลค่าไฟตอนสิ้นเดือนแล้วก็คงตกใจน่าดูใช่ไหมล่ะ ฉะนั้นก็ปิดไฟดวงที่ไม่ได้ใช้งานจะดีกว่า แล้วออกจากบ้านทุกครั้งก็ควรเดินสำรวจให้รอบบ้านด้วยว่า มีไฟดวงไหนที่เปิดค้างอยู่หรือเปล่า ค่าไฟในบ้านจะได้ไม่พุ่งสูงมากนัก

10. ลงทุนติดตั้งเซ็นเซอร์จับการเคลื่อนไหว

          สำหรับคนที่ขี้หลงขี้ลืมขนาดหนัก อาจจะลงทุนครั้งใหญ่กับการติดตั้งเซ็นเซอร์จับสัญญาณการเคลื่อนไหวไว้รอบ ๆ บ้านก็ได้ ตัวเซ็นเซอร์นี้จะช่วยเปิดเครื่องใช้ไฟฟ้าชิ้นใหญ่ ๆ ในบ้านเวลาที่มีคนเดินเข้ามา และอยู่ในห้องนั้น แต่หากตัวเซ็นเตอร์จับการเคลื่อนไหวของคนไม่ได้ ก็จะจัดการปิดไฟ และเครื่องใช้ไฟฟ้าให้อัตโนมัติ เจ๋งแถมช่วยประหยัดไฟได้อีกเนอะ

          ใครที่กำลังกังวลกับค่าไฟที่พุ่งสูงขึ้นเรื่อย ๆ ก็ลองทำตามวิธีประหยัดไฟที่เราแนะนำกันได้นะคะ รับรองว่าถ้ามีวินัยในการใช้ไฟได้ครบทั้ง 10 ข้อนี้ ค่าไฟในบ้านคุณจะลดลงอย่างฮวบฮาบเลยล่ะ

https://home.kapook.com/view81530.html

Sunday, July 16, 2017

ยิ่งเสียดาย บ้านยิ่งรก ! 15 อย่างนี้ทิ้งซะเถอะ เก็บไว้ก็ไร้ประโยชน์



          เช็กลิสต์สิ่งของที่ถึงเวลารื้อไปทิ้ง เพราะไม่ได้ทำให้บ้านรก เปลืองที่เก็บ แถมไร้ประโยชน์ อาจเป็นแหล่งที่อยู่ของเหล่าสัตว์ตัวเล็ก ๆ ที่แอบมาขออาศัยบ้านเราเป็นที่อยู่โดยไม่ได้รับเชิญ

          อุปสรรคที่ทำให้บ้านรกนั้นไม่ใช่สิ่งของเพียงอย่างเดียว แต่เป็นตัวเองนี่แหละที่ไม่ยอมตัดใจกำจัดมันออกจากบ้านไป กระปุกดอทคอมไม่อยากให้คุณต้องอาศัยอยู่ในบ้านที่เต็มไปด้วยของไร้ประโยชน์ เลยนำลิสต์สิ่งของเหลือใช้ที่จะกลายเป็นขยะ ถ้าเก็บสะสมไว้นานเกินไป เพื่อให้ลองเช็กกันดูหน่อยว่าที่บ้านมีอยู่หรือไม่ พร้อมกับวิธีกำจัดอย่างเหมาะสมเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม และทำให้บ้านกลับมาสะอาดสะอ้านเป็นระเบียบอีกครั้ง   


1. เสื้อผ้าเก่า

          เสื้อผ้าเก่า ๆ ที่เราไม่ใช้แล้วให้คัดแยกและนำไปบริจาคให้กับคนที่ต้องการใช้งานจะดีกว่า แต่ถ้าที่บ้านยังขาดผ้าขี้ริ้ว ผ้าเช็ดมือ หรือพรมต่าง ๆ ก็ลองคัดแยกเสื้อผ้าบางส่วนออกมาใช้แทน จะได้ไม่ต้องไปซื้อใหม่

2. คูปองหมดอายุ

          ถ้าคูปองที่ได้มาจากร้านค้าหรือสำนักงานหมดอายุแล้ว พอพลิกดูด้านหลังเป็นกระดาษเปล่าที่สามารถเขียนได้ ให้รวบรวมมาไว้ใช้จดโน้ตต่าง ๆ ก็ดี แต่สำหรับใบที่ใช้ต่อไม่ได้แล้วจริง ๆ ก็ไม่ต้องเก็บไว้ กวาดใส่ถุงแล้วเอาไปทิ้งเลยทันที

3. อาหารเหลือ

          บรรดาอาหารแห้งอาหารกระป๋อง และอาหารเหลือ ๆ ที่ยังอยู่ในสภาพดี และยังไม่หมดอายุ แต่ไม่ต้องการใช้งานอีกต่อไป หากนำไปบริจาคตามมูลนิธิต่าง ๆ ที่ต้องการ จะเกิดประโยชน์มากกว่าปล่อยให้เน่าเสียคาตู้เก็บของนะ 


4. เครื่องสำอางหมดอายุ

          เครื่องสำอางที่หมดอายุแล้วก็คือ เครื่องสำอางที่ไร้ประสิทธิภาพนั่นเอง จะนำกลับมาใช้อย่างไรก็ไม่ได้ผล มิหนำซ้ำอาจจะทำให้ผิวพังยับ ทางที่ดีควรกำจัดซะ ด้วยการนำไปทิ้งหรือบริจาคให้กับจิตอาสาช่วยแต่งหน้าศพ ก็ได้บุญไปอีกแบบนะคะ

5. ถุงพลาสติก

          แม้ว่าถุงพลาสติกที่ได้มาจากห้างร้านจะเป็นขยะที่ย่อยสลายยาก เป็นอันตรายต่อธรรมชาติ แต่บางครั้งก็เลี่ยงไม่ได้ ฉะนั้นหากยังใช้งานได้ควรนำมารียูสซ้ำ เพื่อลดจำนวนขยะ ส่วนที่ยังไม่ได้ใช้ก็พับเก็บใส่ตะกร้าให้เรียบร้อย

6. ของชำรุด

          ถ้ามีของใช้และของจำเป็นในบ้านที่พังเสียหาย ให้นำไปซ่อมแซมหรือถามอาการกับช่างซ่อมก่อนว่า "ซ่อมได้หรือไม่ ?" ถ้าซ่อมมาแล้วจะคุ้มไหมหรือซื้อใหม่ดีกว่า แล้วลองชั่งน้ำหนักดูว่าระหว่างทิ้งแล้วซื้อใหม่กับส่งซ่อมแบบไหนคุ้มค่ากว่ากัน


7. ของใช้ที่ต้องเปลี่ยน

          เมื่อใช้งานของใช้ในชีวิตประจำวันที่ต้องมีการสับเปลี่ยนหมุนเวียน อย่างเช่น แผ่นกรองกาแฟ แปรงสีฟัน และหลอดไฟครบกำหนดแล้ว ให้รีบเปลี่ยนของใหม่โดยด่วนและอย่าลืมกำจัดของเก่าทิ้งไปด้วยนะคะ หากไม่อยากสร้างขยะเพิ่มก็ลองใช้วิธีเหล่านี้ดู

          - 13 ข้อดีเด็ด ๆ ของถุงกรองกาแฟ ที่รู้แล้วต้องว้าว !!!

          - 9 ประโยชน์สุดเจ๋งของแปรงสีฟันเก่า แค่เปลี่ยนวิธีใช้ก็ทำอะไรได้อีกเพียบ

8. จาน-ชามมีรอยบิ่น

          ตามหลักอวงจุ้ยแล้ว เราไม่ควรใช้จาน-ชามที่ชำรุด แตกหัก หรือมีรอยบิ่น เพราะจะเป็นการเปิดทางให้สิ่งไม่ดีเข้ามาใช้ชีวิต ให้นำไปทิ้งซะหรือไม่ก็นำมาแปรรูปใหม่เป็นของตกแต่งหรือของใช้อย่างอื่นแทน

9. เครื่องประดับเก่า ๆ

          ลองดูสิคะว่าที่ยังมีเครื่องประดับชิ้นไหนบ้างที่ไม่ได้หยิบออกมาใช้งานนานแล้ว แถมยังรู้สึกว่าไม่อยากหยิบออกมาใช้อีกต่างหาก เพราะถ้ามีให้นำออกมาคัดแยก แล้วส่งต่อให้กับคนอื่น ๆ ใช้ หรือนำไปทิ้งเพื่อให้กลายเป็นขยะรกบ้านก็ได้


10. ยาหมดอายุ

          ทั้งยาสามัญประจำบ้านหรือรักษาทั่วไป ถ้าหมดอายุแล้วก็ควรกำจัดยาตามคำแนะนำที่แนบมากับเอกสารยา หรือถ้าไม่มีเอกสารให้กำจัดทิ้งดังนี้

          - ยาเม็ด : ให้นำกากแฟที่ใช้แล้วมาห่อยาก่อนทิ้งในถังขยะ เพื่อกลบกลิ่นไม่ให้เด็กหรือสัตว์คุ้ยเขี่ยขึ้นมากินและทำลายฉลากยาทิ้งด้วย

          - ยาน้ำ : จัดการทำลายฉลาก แล้วเลือกเติมเกลือ แป้ง ผงถ่าน หรือเครื่องเทศที่ไม่มีพิษลงไป เพื่อให้สีและกลิ่นเปลี่ยนสภาพไป

          - ยาเคมีบำบัด : อย่าทิ้งอย่าประเภทนี้สุ่มสี่สุ่มห้าเด็ดขาด ให้ปรึกษาแพทย์และเภสัชกรก่อนทิ้งทุกครั้ง

11. แผ่นโบรชัวร์

          อย่าเก็บแผ่นโบรชัวร์เมนูอาหารหรือสินค้าต่าง ๆ เอาไว้ให้รกบ้านเลยค่ะ อ่านเสร็จแล้วทิ้งไปซะ และก็ไม่ต้องกังวลด้วยว่าจะลืมรายละเอียด เพราะเดี๋ยวเขามีช่องทางออนไลน์ไว้ติดตามข่าวสารกันแล้ว

12. กล่องเปล่าเอาไว้ใส่ของ

          ถ้าคิดจะหากล่องใส่ของมาเตรียมจัดระเบียบสิ่งของในบ้าน แต่ยังไม่ได้ใช้งานอะไร ก็อย่าเพิ่งหามาเลยค่ะ เพราะมันจะกลายของรกบ้านไป ควรหามาใส่แต่พอดี เผื่อที่ว่างไว้ใส่ของใหม่เพียงเล็กน้อย และถ้าหากต้องการเพิ่มค่อยไปหาซื้ออีกครั้งจะดีกว่า


13. แผ่น DVD

          แผ่น DVD จัดอยู่ในประเภทขยะอิเล็กทรอนิกส์ ฉะนั้นจะต้องทิ้งอย่างระมัดระวัง หรือไม่ก็นำไปบริจาคให้เกิดประโยชน์กับคนที่ต้องการใช้งาน ได้แก่ มูลนิธีต่าง ๆ ที่ต้องการแผ่น DVD ไปสร้างรายได้เสริมให้กับคนด้อยโอกาศ

14. โทรศัพท์เสื่อมสภาพ

          ขยะโทรศัพท์มือถือนั้น จัดอยู่ในประเภทขยะอิเล็กทรอนิกส์ที่ไม่ควรทิ้งเหมือนขยะทั่วไป ควรนำไปทิ้งที่กล่องขอรับบริจาคขยะอิเล็กทรอนิกส์เก่าของต้นสังกัดโทรศัพท์มือถือค่ายต่าง ๆ ขอรับบริจาคกลับคืน เพื่อนำไปทำลายอย่างถูกต้อง

15. หนังสือที่ไม่อ่านมานาน

          หากคุณเป็นหนอนหนังสือที่มีหนังสือกองเต็มบ้าน และคิดดูแล้วว่าคงไม่ได้ใช้งานต่อแน่นอน ให้เอาออกจากบ้านด้วยการนำไปบริจาคตามมูลนิธิต่าง ๆ หรือจะนำไปรีไซเคิลให้เป็นของใช้ก็ได้ค่ะ เพื่อให้มีพื้นที่เพียงพอสำหรับหนังสือเล่นโปรดเล่มต่อไป

          หากทำได้ดังนี้รับรองได้เลยว่าบ้านของคุณจะต้องสะอาดสะอ้าน มีบรรยากาศปลอดโปร่ง และน่าอยู่กว่าเดิมแน่นอน ลองลิตส์สิ่งของเหล่านี้ไปสำรวจกันดูนะคะ เพื่อให้บ้านคุณดูไม่รกรุงรังอีกต่อไปแถมยังทำให้บ้านน่าอยู่ขึ้นกว่าเดิม


ขอขอบคุณข้อมูลจาก apartmenttherapy และ housebeautiful



Wednesday, May 10, 2017

10 ไม้ดอกไม้ประดับน่าปลูก ตัดปักแจกันตกแต่งบ้านได้


         ไม้ดอกไม้ประดับปลูกในบ้าน สามารถตัดมาปักแจกันตกแต่งบ้านได้ มาดู ไม้ดอกไม้ประดับปลูกในบ้าน สร้างสีสัน ความสดชื่นให้ภายในบ้าน และยังนำมาปักแจกันได้ด้วย

          การนำไม้ดอกไม้ประดับทั้งแบบกระถางหรือจัดใส่แจกันมาตกแต่งตามจุดต่าง ๆ เช่น ในสวน โต๊ะรับแขก เคาน์เตอร์ห้องน้ำ หรือโต๊ะทานข้าว ฯลฯ เป็นเทคนิคง่าย ๆ ที่ยังคงถูกนำมาใช้กันอยู่เสมอ เพราะนอกจากจะสะดวกรวดเร็วสามารถเปลี่ยนบรรยากาศในบ้านได้ในพริบตาแล้ว ยังช่วยให้บ้านสดชื่นขึ้นอีกด้วย หากคุณเป็นอีกคนที่อยากจะลองนำไม้ดอกไม้ประดับมาตกแต่งบ้านดูบ้าง แต่ยังไม่มีไอเดียและข้อมูลในการเลือกพันธุ์ไม้ก็ไม่ต้องกังวลไป เพราะในวันนี้เราได้รวบรวมไม้ดอกนานาพรรณมาแนะนำตัวให้ได้รู้จักกันก่อนที่จะตัดสินใจนำมาประดับบ้านค่ะ

1. แอฟริกันไวโอเล็ต (Africa Violet)

          ถึงแม้ชื่อของไม้ดอกจะฟังดูเหมือนอยู่ไกลคนละทวีป แต่ก็สามารถนำมาเติมสีสันให้กับบ้านของเราได้เช่นกัน เพราะเป็นพืชที่ชอบแดดเอามาก ๆ แถมขนาดก็พอเหมาะพอดีไม่สูงหรือเตี้ยจนเกินไป ดอกเป็นสีม่วงสดที่ให้ทั้งความสวยงามและมีเสน่ห์ลึกลับน่าหลงใหล ส่วนวิธีการดูแลรักษาก็ง่ายนิดเดียว แค่นำไปวางไว้ริมหน้าต่าง และใช้ฟ็อกกี้พรมหน้าดินให้ชุ่มทุกเช้า-เย็นก็พอ

 2. ชบา (Hibicus)

          ดอกไม้ขนาดใหญ่ที่มีเกสรยาวยื่นออกมา เหมือนเป็นสัญลักษณ์แห่งเขตร้อน โดยมีสีสันให้เลือกมากมายทั้งสีชมพู สีแดง สีส้ม สีเหลือง หรือแบบเฉดผสม นอกจากจะทำให้บ้านมีชีวิตชีวาขึ้นแล้ว ยังสร้างความโดดเด่นให้กับพื้นที่ใกล้เคียงด้วย ทั้งนี้ถ้าอยากจะให้ดอกชบาบานสะพรั่งและอยู่คู่กับบ้านไปนาน ๆ ก็ควรจะรดน้ำให้ดินชุ่มชื้นอยู่เสมอ และวางไว้ในที่ร่มโดนแสงแดดน้อยที่สุด

 3. ผีเสื้อราตรี (Oxalis)

          สำหรับคนที่ต้องการความแปลกใหม่ต้นผีเสื้อราตรีเป็นอีกทางเลือหนึ่งที่น่าสนใจไม่แพ้กันเลย เพราะใบของต้นผีเสื้อราตรีจะถูกแต่งแต้มด้วยสีม่วงเข้มตัดกับก้านสีเขียวสด หากออกดอกจะแบ่งบานสีขาวอมชมพู ซึ่งดูเหมือนมีกลุ่มผีเสื้อเล็ก ๆ รุมล้อมอยู่รอบ ๆ และเนื่องจากเป็นพืชที่ชอบแดด เพราะฉะนั้นควรนำไปไว้ในบริเวณที่มีแสงแดดส่องถึง อย่างเช่น ข้างประตู หรือริมหน้าต่าง จะช่วยให้เจริญเติบโตและสวยงามมากยิ่งขึ้น

 4. หน้าวัว (Anthurium)

          ถึงแม้ชื่อเรียกจะไม่ไพเราะเพราะพริ้งดังเช่นดอกไม้อื่น ๆ แต่ถ้าพูดถึงเรื่องความสวยงามดอกหน้าวัวก็มีอยู่ไม่แพ้ใคร เริ่มตั้งแต่ลักษณะของใบที่มาในรูปหัวใจ แบบเดียวกับกลีบดอก แตกต่างกันแค่สีสันเท่านั้น อีกทั้งยังมีเกสรขนาดใหญ่อันเป็นเอกลักษณ์ที่ทำให้จดจำได้ง่าย แถมตัวดอกเองก็คงสภาพเดิมได้หลายวัน และจะอยู่ได้นานขึ้นหากนำไปวางไว้ในที่ที่มีแดดรำไร

 5. มะลิ (Jasmine)
         
          ส่วนคนที่หลงใหลและชื่นชอบกลิ่นหอม ๆ ของดอกไม้ ต้นมะลิ เป็นทางเลือกหนึ่งที่ไม่ควรพลาดเลย เพราะนอกจากกลิ่นอันเป็นเอกลักษณ์ และดอกสีขาวขนาดเล็ก ที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้หลากหลาย ตั้งแต่ร้อยมาลัย ไปจนถึงประดับตกแต่งบ้าน ในเวลาที่มีลมพัดโชยก็จะพากลิ่มหอม ๆ ของดอกมะลิฟุ้งกระจายไปทั่วบ้าน สร้างความหอมสดชื่น โดยต้นมะลิเหมาะจะปลูกในที่แดดแรง ๆ

6. ส้มจี๊ด (Calamondin Orange)

          ผลไม้ลูกเล็ก ๆ ที่มาพร้อมกับสีสันที่จัดจ้านและรสชาติชื่นใจ ซึ่งให้ดอกออกผลตลอดทั้งปี แถมยังเป็นต้นไม้สารพัดประโยชน์นำไปประยุกต์ใช้ได้หลากหลายด้วย ทั้งปลูกประดับสวน ตกแต่งบ้าน และปลูกเอาผล โดยสามารถทานแบบสด ๆ หรือจะนำไปปรุงอาหารก็ได้ แต่ทั้งนี้ในช่วงแรกอาจจะต้องดูแลและให้น้ำมาเป็นพิเศษ เพื่อทำให้ลำต้นสมบูรณ์และสร้างภูมิคุ้มกันป้องกันเหล่าแมลงมาทำลาย

 7. โป๊ยเซียน (Crown of Thorns)

          พืชอีกหนึ่งชนิดที่ชอบแดดแรง ๆ เหมาะสมกับอากาศช่วงหน้าร้อนเป็นอย่างมาก แถมยังดูแลง่ายเพราะโป๊ยเซียนไม่ค่อยชอบน้ำสักเท่าไหร่ นอกจากนี้ยังเป็นไม้ดอกขนาดกลางสามารถนำไปวางไว้ได้ในทุก ๆ ที่ในขณะเดียวกันยังเป็นไม้มงคลที่ช่วยส่งเสริมเรื่องโชค ลาภ วาสนาให้กับคนในบ้าน ส่วนลำต้นและดอกก็สวยไม่ซ้ำแบบใคร

8. ลิปสติก (Lipstick Vine)


          สำหรับบ้านที่มีพื้นที่ค่อนข้างก็สามารถเสริมความสวยงามให้กับบ้านได้เช่นกัน ด้วยต้นลิปสติก ไม้พุ่มขนาดเล็กที่สามารถนำไปปลูกไว้ในกระถางแขวนได้ สิ่งที่ทำให้ต้นนี้น่าสนใจอยู่ที่ดอกสีแดงขนาดยาวที่โผล่พ้นออกมาจาใบเลี้ยงสีม่วงเข้มที่ดูคล้ายแท่งลิปสติกของสาว ๆ และเข้ากันได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะเวลาที่อยู่กลางแดดในยามเช้า หรือแดดรำไรข้างหน้าต่าง

 9. เข็ม (Ixora)

          นอกจากสีสันอันหลากหลายที่มีทั้งสีแดง สีเหลือง สีส้ม ฯลฯ ที่ช่วยให้บ้านสดใสขึ้นแล้ว ยังเป็นอีกหนึ่งต้นไม้มงคลที่หลายคนนิยมปลูดติดบ้านไว้ด้วย อีกทั้งยังมีความสวยงามโดยเฉพาะในเวลาที่สีใบไม้ไล่เรียงกันไปตั้งแต่เฉดสีเขียวของใบอ่อน ๆ ไปจนถึงสีเข้ม ๆ ของใบแก่ หากเป็นไปได้ควรวางเอาไว้ในที่ที่แสงแดดจัด และหมั่นพรวนดินให้ร่วนซุยอยู่เสมอ พร้อมกับให้น้ำบ่อย 2-3 ครั้งต่อวัน

10. สับปะรดสี (Guzmania)

          สำหรับคนที่ต้องการจะปลูกสับปะรดสี ควรเลือกบริเวณที่มีแสงแดดน้อย ๆ อย่างเช่น ริมหน้าต่าง บนโต๊ะรับแขก ในห้องครัว หรือห้องน้ำก็ได้ เพราะเป็นต้นไม้ที่ชอบแดด แต่ไม่ทนแดดจัด โดยนอกจากสีสันสวยงามแล้ว ลำต้นและดอกยังคงสภาพได้นานหลายสัปดาห์ ไม่ต้องรดน้ำมากเพราะไม่ค่อยชอบน้ำ รดน้ำเพียงสัปดาห์ละ 2-3 ครั้งก็พอ

          หลังจากที่ได้ข้อมูลกันไปแล้วลองศึกษากันดูนะคะว่าไม้ดอกชนิดไหนเหมาะสมกับไลฟ์สไตล์ของเรา และการตกแต่งภายในบ้านบ้าง จะได้เลือกซื้อไม้ดอกไม้ประดับมาแต่งบ้านกันอย่างถูกต้องและโดนใจมากที่สุด



Tuesday, May 9, 2017

10 ต้นไม้ปลูกในคอนโด ไม่กินพื้นที่ แถมใช้ประโยชน์อีกเยอะ



         ต้นไม้ปลูกในคอนโดและต้นไม้ปลูกในบ้านที่มีพื้นที่ขนาดเล็ก ช่วยเพิ่มความสดชื่น ทำให้บรรยากาศดูปลอดโปร่ง แถมยังนำมาใช้ประโยชน์ได้หลากหลาย มีทั้งต้นไม้มงคลและผักเก็บกินได้

          ด้วยขนาดพื้นที่ที่ค่อนข้างจำกัด จึงทำให้ชาวคอนโดหลายคนไม่กล้าที่จะนำต้นไม้มาปลูกไว้ในห้องคอนโด หรืออาจจะกังวลเรื่องวิธีการปลูกและการดูแลที่ยุ่งยากเกินไป วันนี้กระปุกดอทคอมเลยอาสารวบรวมต้นไม้ที่เหมาะกับการปลูกประดับไว้ในคอนโดมาให้ชมกัน รับรองได้ว่าแต่ละสายพันธุ์ที่นำมานั้นมีขนาดกะทัดรัด ไม่เกะกะพื้นที่ แถมยังมีคุณสมบัติที่เอื้อประโยชน์ได้อีกมากมาย เพื่อให้เป็นอีกหนึ่งทางเลือกของคนรักต้นไม้ที่อาศัยในคอนโดกันค่ะ  

1. ไมโครกรีน

          ไมโครกรีนคือต้นพืชขนาดเล็กที่เจริญเติบโตมาจากเมล็ดพันธุ์ผักชนิดต่าง ๆ แถมยังอุดมไปด้วยวิตามินที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย จะนำมาทานกับอาหารจานไหนก็เข้ากันไปหมด นอกจากนี้ยังปลูกง่าย เลี้ยงง่าย ด้วยการเพาะเมล็ดพันธุ์ลงกระบะเจาะรูที่มีดินร่วน พรมน้ำให้พอชุ่ม แล้วปิดฝากระบะไว้ประมาณ 7 วัน ดูแลด้วยการฉีดน้ำวันละ 2 ครั้ง และตั้งกระบะให้โดนแดด

2. มะเขือเทศ

          มะเขือเทศเป็นพืชผักที่มีประโยชน์มากมาย ช่วยบำรุงร่างกายได้สารพัด ลักษณะของต้นมะเขือเทศที่เหมาะกับการนำมาปลูกในคอนโดก็คือต้นแบบพุ่ม เพราะมีลำต้นตั้งตรงและแตกกิ่งออกด้านล่าง สามารถตัดแต่งกิ่งได้ ปลูกโดยนำเมล็ดพันธุ์มะเขือเทศที่ชื่นชอบหย่อนลงในกระถางดินร่วนขนาดประมาณ 6 นิ้ว ดินร่วนที่ใช้จะต้องเป็นดินที่มีค่า pH ที่ประมาณ 5.5-7.0 ดูแลโดยการคลุมหน้าดินด้วยฟาง ดูแลรดน้ำมากหน่อยในระยะ 1 เดือนแรกและตั้งกระถางให้โดนแดดวันละ 12 ชั่วโมง

3. มะนาว

          ต้นมะนาวถือว่าเป็นพืชที่มีลำต้นขนาดกะทัดรัด สามารถปลูกในคอนโดได้ แถมยังช่วยเพิ่มกลิ่นหอม ๆ ชวนผ่อนคลายได้อีกด้วย วิธีปลูกให้นำเมล็ดจากผลที่สมบูรณ์มาแช่น้ำเย็น 1 คืน จากนั้นใช้ทิชชูห่อเก็บไว้ในกล่องที่มีฝาปิด พรมน้ำให้พอชุ่ม เมื่อสังเกตเห็นรากงอกออกมา ก็ให้ย้ายลงไปปลูกในกระถางดินร่วนได้เลย ดูแลรดน้ำให้พอชุ่มแต่อย่าแฉะ และตั้งกระถางให้โดนแดดรำไร

4. แครอท

          แครอทเป็นพืชที่มีหัวอยู่ใต้ดิน มีหลายสายพันธุ์สามารถเลือกนำมาปลูกได้ตามความเหมาะสมเลยค่ะ นอกจากนี้ยังอุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุที่มีประโยชน์ วิธีปลูกให้นำเมล็ดพันธุ์มาปลูกลงในกระถางดินร่วนปนทรายที่ระบายน้ำได้ดี แนะนำให้ใช้กระถางสูงประมาณ 8 นิ้ว ดูแลรดน้ำทั้งเช้า-เย็นให้พอชุ่ม และตั้งกระถางให้โดนแดด

5. ผักสลัด

          ผักสลัดมีมากมายหลายชนิด เช่น ผักกาดแก้ว ผักกาดคอส เรดโอ๊ค กรีนโอ๊ค และอีกมากมาย เป็นพืชอีกหนึ่งชนิดที่ปลูกเองได้ไม่ยาก แถมยังช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายเรื่องอาหารการกินไปได้ส่วนหนึ่ง วิธีปลูกให้นำเมล็ดพันธุ์ผักสลัดที่ชอบกินมาเพาะกล้าในถาดเพาะ เมื่อต้นกล้าเจริญเติบโตแข็งแรงดีภายใน 5-10 วัน ก็จัดการย้ายมาปลูกในกระถางที่มีดินร่วนผสมปุ๋ยหมัก เศษใบไม้แห้ง และวัสดุอินทรีย์ต่าง ๆ ดูแลรดน้ำให้พอชุ่มชื่นตลอดเวลา อย่าให้มีปัญหาน้ำขัง บำรุงด้วยปุ๋ยไนโตรเจนผสมน้ำ และตั้งกระถางไว้ในที่ร่มอย่าให้โดนแดดโดยตรง

6. กวักมรกต

          กวักมรกตเจริญเติบโตจากหัวที่อยู่ใต้ดิน ออกใบหนาสีเขียวเข้มเป็นมันเงางาม นอกจากนี้ยังเป็นไม้มงคลที่ช่วยกวักทรัพย์ให้ไหลมาเทมาอย่างไม่ขาดสาย นิยมปลูกในกระถางใช้ประดับภายในอาคารและห้องคอนโดได้สบาย ๆ ขยายพันธุ์ด้วยการชำใบ โดยเริ่มจากตัดใบของต้นที่สมบูรณ์มาชำลงในกระถางที่มีดินร่วนผสมแกลบ ขี้เถ้า กาบมะพร้าวสับที่อุ้มน้ำได้ดี รดน้ำเพียงเดือนละ 3 ครั้ง อย่าให้มีน้ำขัง และตั้งกระถางในที่ร่มก็พอเพราะเป็นพืชที่ต้องการแสงน้อยมาก

7. เดหลี

          เดหลีจัดอยู่ในประเภทไม้ดอกที่สง่างาม ลักษณะดอกคล้ายดอกหน้าวัว มีสีขาวอมเหลือง ออกใบเรียวยาวสีเขียวเข้ม ช่วยดูดซับสารพิษและฟอกอากาศภายในอาคารได้ดี จึงเหมาะแก่การนำมาปลูกประดับไว้ในห้องคอนโดมาก วิธีปลูกให้แยกกอจากต้นที่สมบูรณ์มาปลูกลงในดินร่วนที่ผสมปุ๋ยหมัก และเศษใบไม้ ดูแลรดน้ำปานกลาง พอให้ดินชุ่มแต่อย่าแฉะ และตั้งกระถางให้โดนแดดอ่อนแค่เล็กน้อย

8. ไผ่กวนอิม

          ไผ่กวนอิม เป็นไม้ยืนต้นขนาดเล็ก ลักษณะลำต้นกลมเป็นข้อ ออกใบสีเขียวรูปร่างเรียวยาวบริเวณยอด แถมยังเป็นไม้มงคลที่ช่วยเสริมฮวงจุ้ยและปรับธาตุต่าง ๆ ภายในบ้านให้สมดุล วิธีปลูกให้นำกิ่งพันธุ์ที่สมบูรณ์มาปักชำลงในกระถางที่มีดินร่วนผสมปุ๋ยหมัก ดูแลรดน้ำ 5 ครั้งต่อวัน และตั้งกระถางให้โดดแดดรำไรก็พอค่ะ

9. บัวดอย

          บัวดอยเป็นพืชล้มลุกที่พบมากตามป่าดิบเขา ลักษณะลำต้นเป็นเหง้าที่ฝังตัวอยู่ใต้ดิน มีใบสีเขียวรูปร่างเรียวยาว ออกดอกสีขาวตามข้อปล้อง เป็นพืชที่เลี้ยงง่ายและโตช้า ชอบแสงน้อย ทนทานต่อทุกสภาพอากาศจึงเหมาะกับการนำมาปลูกประดับภายในคอนโด

10. พลูด่าง

          พลูด่างเป็นไม้เลื้อยที่มีลักษณะใบคล้ายรูปหัวใจ นิยมนำมาปลูกประดับภายในอาคารบ้านเรือน เนื่องจากเป็นพืชที่ปลูกง่าย เลี้ยงง่าย โตไว และใช้ฟอกอากาศให้บริสุทธิ์ เหมาะมากที่จะนำมาปลูกประดับไว้ในคอนโด วิธีปลูกก็ไม่ยากเพียงแค่นำกิ่งพันธุ์ที่ต้องการมาปักชำลงในกระถางดินร่วนผสมแกลบและขุยมะพร้าว หรือนำมาปลูกในแจกันน้ำสะอาด ๆ อย่างเดียวก็ได้ค่ะ ต้นที่ปลูกในดินควรรดน้ำสัปดาห์ละ 3 ครั้ง ส่วนต้นที่ปลูกในน้ำให้ละลายปุ๋ยใส่น้ำเดือนละ 2-3 ครั้ง ตั้งกระถางให้โดนแดดรำไร

    ต้นไม้ปลูกในคอนโดที่เรานำมาฝากกันในวันนี้ ล้วนแล้วแต่เป็นต้นไม้ที่มีขนาดกะทัดรัด จะนำมาตกแต่งส่วนไหนก็ไม่เกะกะพื้นที่ใช้สอยภายในคอนโด แถมยังมีคุณสมบัติหลากหลายใช้ทำประโยชน์ได้อีกเยอะเลย หากใครที่ยังไม่มีไอเดียก็ลองนำต้นไม้เหล่านี้ไปพิจารณากันดูนะคะ 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก Imaginbetterthanknowledge, Ku, Puechkaset, 6sqft, Swnphvkssastrkwakmrkt, panmai และ wikipedia
เครดิตภาพ  https://www.pinterest.com/pin/1025835621347827414/